
: "Oldboy" - หนังโคตรเดือดที่ดูแล้วต้องนั่งอึ้งไปหลายวัน! ใครยังไม่ดูถือว่าพลาดมากครับ!
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังเรื่องนึงที่ดูจบแล้วมันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่ไปไหนเลยครับ นั่นก็คือ "Oldboy" นั่นเองครับ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ดูเพลินๆ แต่มันคือหนังที่จะท้าทายความคิด ความรู้สึก และอาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับไปหลายคืนเลยทีเดียวครับ
ผมเองเพิ่งมีโอกาสได้ดู "Oldboy" เวอร์ชั่นเกาหลี (ปี 2003) หลังจากที่ได้ยินชื่อเสียงมานานมาก พอได้ดูเท่านั้นแหละครับ ถึงกับต้องร้องว้าว! ด้วยความที่เป็นหนังแนวระทึกขวัญ จิตวิทยา ดราม่า ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แถมยังมีความดิบ ความโหด ความเหนือความคาดหมายอยู่เต็มเปี่ยม มันทำให้ผมรู้สึกอินและถูกดึงเข้าไปในเรื่องราวของตัวละครตลอดเวลาเลยครับ
เรื่องราวเริ่มต้นแบบง่ายๆ เลยครับ คือพระเอกของเรา "โอ แด ซู" (รับบทโดย ชเว มิน ซิก) เป็นคนธรรมดาๆ ที่วันหนึ่งอยู่ดีๆ ก็ถูกลักพาตัวไปขังในห้องห้องหนึ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยครับ ไม่รู้ว่าทำไม ไม่รู้ว่าใครทำ แถมยังโดนขังอยู่แบบนั้นเป็นเวลาถึง 15 ปีเต็มๆ! คิดดูนะครับว่า 15 ปีในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แค่นั้น มันจะทรมานแค่ไหน ความรู้สึกโดดเดี่ยว ความสิ้นหวัง ความโกรธแค้น มันคงจะกัดกินจิตใจไปเรื่อยๆ เลยครับ
พอครบ 15 ปี จู่ๆ วันหนึ่ง เขาก็ถูกปล่อยออกมาอย่างกะทันหันครับ เหมือนฝันร้ายที่จบลง แต่จริงๆ แล้วมันคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ยิ่งกว่าต่างหาก! เมื่อออกมาแล้ว สิ่งแรกที่เขาอยากรู้คือ "ใครทำ" และ "ทำไม" เขาถึงต้องถูกขังแบบนั้น เขาจึงเริ่มออกตามล่าหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ครับ
การตามล่าของโอ แด ซู นี่แหละครับ คือหัวใจหลักของหนังเลย มันไม่ใช่การไล่ล่าแบบธรรมดาทั่วไปนะครับ แต่มันเต็มไปด้วยความฉลาดแกมโกง ความโหดเหี้ยม และการหักมุมที่ทำให้คนดูอย่างเราต้องอ้าปากค้าง! ทุกการกระทำของเขามันมีเหตุผลรองรับเสมอ แม้ว่าเหตุผลนั้นจะดูบ้าคลั่งไปบ้างก็ตาม
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือการแสดงของ ชเว มิน ซิก ครับ เขาถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครโอ แด ซู ได้อย่างสุดยอดจริงๆ ครับ ตั้งแต่ความสิ้นหวัง ความโกรธแค้น ไปจนถึงความสับสน และการค่อยๆ เปิดเผยความจริงที่โหดร้าย เขาทำให้เราเชื่อและรู้สึกสงสารตัวละครตัวนี้ได้จริงๆ ครับ แม้ว่าตัวละครจะทำอะไรที่มันคาดไม่ถึงก็ตาม
แล้วอีกอย่างที่ต้องพูดถึงเลยคือ ฉากแอ็คชั่นของเรื่องครับ มันไม่ใช่แค่บู๊ล้างผลาญ แต่มันมีความสมจริง ความดิบ และความดุเดือดมากๆ ครับ โดยเฉพาะฉากที่โอ แด ซู ถือค้อนสู้กับพวกนักเลงในทางเดินแคบๆ ฉากนั้นคือตำนานจริงๆ ครับ ดูแล้วลุ้นตามจนนั่งไม่ติดเบาะเลยทีเดียว
นอกเหนือจากความตื่นเต้นระทึกขวัญแล้ว "Oldboy" ยังสอดแทรกประเด็นทางสังคมและจิตวิทยาที่น่าสนใจไว้ด้วยนะครับ มันตั้งคำถามเกี่ยวกับความแค้น การแก้แค้น ความรัก และโชคชะตา ที่ทำให้เราต้องกลับมาคิดต่อหลังจากดูหนังจบครับ บางทีสิ่งที่ดูเหมือนจะชัดเจน มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่เราคิดก็ได้
หนังเรื่องนี้มีจุดหักมุมที่ผมบอกเลยว่า "พีค" มากๆ ครับ คือมันไม่ใช่แค่หักมุมธรรมดา แต่เป็นการหักมุมที่พลิกทุกอย่างที่เรารู้มาตลอดทั้งเรื่องเลยครับ ทำให้เราต้องกลับไปย้อนคิดว่า อ๋อ... ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง! มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความตกใจ ความอึ้ง และความรู้สึกที่ว่า "โห... นี่มันสุดยอดจริงๆ!"
ผมขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่า "Oldboy" ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคนนะครับ มันมีความรุนแรง เลือดสาด และเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักหน่วงอยู่พอสมควร ถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ หรือขวัญอ่อน แนะนำให้ข้ามไปก่อนครับ แต่ถ้าใครชอบหนังที่กระตุ้นต่อมคิด ชอบความดิบ ชอบความหักมุม และพร้อมที่จะรับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ผมบอกเลยว่าเรื่องนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!
ดูจบแล้วมันจะทิ้งคำถามไว้ในใจเราเยอะมากครับว่า ถ้าเราเป็นเขา เราจะทำยังไง? ความแค้นมันจะพาเราไปถึงจุดไหน? และในโลกแห่งความจริง อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ? "Oldboy" ไม่ใช่แค่หนังบันเทิง แต่มันคือหนังที่ชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองและสังคมรอบข้างครับ
สรุปแล้วนะครับ "Oldboy" เป็นหนังที่ผมประทับใจมากๆ ครับ ทั้งในด้านการกำกับ การแสดง บทภาพยนตร์ที่เฉียบคม และการเล่าเรื่องที่ทรงพลัง มันคือหนังที่ทำให้ผมรู้สึกว่า "นี่แหละคือหนังที่ควรค่าแก่การดู" ครับ ถ้าใครยังไม่ได้ดู ผมแนะนำให้ไปหามาดูโดยด่วนเลยครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้ขึ้นหิ้งเป็นหนังคลาสสิกของเกาหลีและของโลกครับ
ใครที่เคยดูแล้ว มาแชร์ความรู้สึก หรือมุมมองของตัวเองกันได้นะครับ ผมอยากรู้ว่าคนอื่นคิดเห็นยังไงกับหนังเรื่องนี้บ้างครับ หรือถ้าใครมีหนังแนวๆ นี้แนะนำอีก ก็บอกกันมาได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังเสมอครับผม! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ!
"Oldboy" - หนังโคตรเดือดที่ดูแล้วต้องนั่งอึ้งไปหลายวัน! ใครยังไม่ดูถือว่าพลาดมากครับ!
: "Oldboy" - หนังโคตรเดือดที่ดูแล้วต้องนั่งอึ้งไปหลายวัน! ใครยังไม่ดูถือว่าพลาดมากครับ!
สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังเรื่องนึงที่ดูจบแล้วมันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่ไปไหนเลยครับ นั่นก็คือ "Oldboy" นั่นเองครับ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ดูเพลินๆ แต่มันคือหนังที่จะท้าทายความคิด ความรู้สึก และอาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับไปหลายคืนเลยทีเดียวครับ
ผมเองเพิ่งมีโอกาสได้ดู "Oldboy" เวอร์ชั่นเกาหลี (ปี 2003) หลังจากที่ได้ยินชื่อเสียงมานานมาก พอได้ดูเท่านั้นแหละครับ ถึงกับต้องร้องว้าว! ด้วยความที่เป็นหนังแนวระทึกขวัญ จิตวิทยา ดราม่า ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แถมยังมีความดิบ ความโหด ความเหนือความคาดหมายอยู่เต็มเปี่ยม มันทำให้ผมรู้สึกอินและถูกดึงเข้าไปในเรื่องราวของตัวละครตลอดเวลาเลยครับ
เรื่องราวเริ่มต้นแบบง่ายๆ เลยครับ คือพระเอกของเรา "โอ แด ซู" (รับบทโดย ชเว มิน ซิก) เป็นคนธรรมดาๆ ที่วันหนึ่งอยู่ดีๆ ก็ถูกลักพาตัวไปขังในห้องห้องหนึ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยครับ ไม่รู้ว่าทำไม ไม่รู้ว่าใครทำ แถมยังโดนขังอยู่แบบนั้นเป็นเวลาถึง 15 ปีเต็มๆ! คิดดูนะครับว่า 15 ปีในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แค่นั้น มันจะทรมานแค่ไหน ความรู้สึกโดดเดี่ยว ความสิ้นหวัง ความโกรธแค้น มันคงจะกัดกินจิตใจไปเรื่อยๆ เลยครับ
พอครบ 15 ปี จู่ๆ วันหนึ่ง เขาก็ถูกปล่อยออกมาอย่างกะทันหันครับ เหมือนฝันร้ายที่จบลง แต่จริงๆ แล้วมันคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ยิ่งกว่าต่างหาก! เมื่อออกมาแล้ว สิ่งแรกที่เขาอยากรู้คือ "ใครทำ" และ "ทำไม" เขาถึงต้องถูกขังแบบนั้น เขาจึงเริ่มออกตามล่าหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ครับ
การตามล่าของโอ แด ซู นี่แหละครับ คือหัวใจหลักของหนังเลย มันไม่ใช่การไล่ล่าแบบธรรมดาทั่วไปนะครับ แต่มันเต็มไปด้วยความฉลาดแกมโกง ความโหดเหี้ยม และการหักมุมที่ทำให้คนดูอย่างเราต้องอ้าปากค้าง! ทุกการกระทำของเขามันมีเหตุผลรองรับเสมอ แม้ว่าเหตุผลนั้นจะดูบ้าคลั่งไปบ้างก็ตาม
สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือการแสดงของ ชเว มิน ซิก ครับ เขาถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครโอ แด ซู ได้อย่างสุดยอดจริงๆ ครับ ตั้งแต่ความสิ้นหวัง ความโกรธแค้น ไปจนถึงความสับสน และการค่อยๆ เปิดเผยความจริงที่โหดร้าย เขาทำให้เราเชื่อและรู้สึกสงสารตัวละครตัวนี้ได้จริงๆ ครับ แม้ว่าตัวละครจะทำอะไรที่มันคาดไม่ถึงก็ตาม
แล้วอีกอย่างที่ต้องพูดถึงเลยคือ ฉากแอ็คชั่นของเรื่องครับ มันไม่ใช่แค่บู๊ล้างผลาญ แต่มันมีความสมจริง ความดิบ และความดุเดือดมากๆ ครับ โดยเฉพาะฉากที่โอ แด ซู ถือค้อนสู้กับพวกนักเลงในทางเดินแคบๆ ฉากนั้นคือตำนานจริงๆ ครับ ดูแล้วลุ้นตามจนนั่งไม่ติดเบาะเลยทีเดียว
นอกเหนือจากความตื่นเต้นระทึกขวัญแล้ว "Oldboy" ยังสอดแทรกประเด็นทางสังคมและจิตวิทยาที่น่าสนใจไว้ด้วยนะครับ มันตั้งคำถามเกี่ยวกับความแค้น การแก้แค้น ความรัก และโชคชะตา ที่ทำให้เราต้องกลับมาคิดต่อหลังจากดูหนังจบครับ บางทีสิ่งที่ดูเหมือนจะชัดเจน มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่เราคิดก็ได้
หนังเรื่องนี้มีจุดหักมุมที่ผมบอกเลยว่า "พีค" มากๆ ครับ คือมันไม่ใช่แค่หักมุมธรรมดา แต่เป็นการหักมุมที่พลิกทุกอย่างที่เรารู้มาตลอดทั้งเรื่องเลยครับ ทำให้เราต้องกลับไปย้อนคิดว่า อ๋อ... ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง! มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความตกใจ ความอึ้ง และความรู้สึกที่ว่า "โห... นี่มันสุดยอดจริงๆ!"
ผมขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่า "Oldboy" ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคนนะครับ มันมีความรุนแรง เลือดสาด และเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักหน่วงอยู่พอสมควร ถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ หรือขวัญอ่อน แนะนำให้ข้ามไปก่อนครับ แต่ถ้าใครชอบหนังที่กระตุ้นต่อมคิด ชอบความดิบ ชอบความหักมุม และพร้อมที่จะรับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ผมบอกเลยว่าเรื่องนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!
ดูจบแล้วมันจะทิ้งคำถามไว้ในใจเราเยอะมากครับว่า ถ้าเราเป็นเขา เราจะทำยังไง? ความแค้นมันจะพาเราไปถึงจุดไหน? และในโลกแห่งความจริง อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ? "Oldboy" ไม่ใช่แค่หนังบันเทิง แต่มันคือหนังที่ชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองและสังคมรอบข้างครับ
สรุปแล้วนะครับ "Oldboy" เป็นหนังที่ผมประทับใจมากๆ ครับ ทั้งในด้านการกำกับ การแสดง บทภาพยนตร์ที่เฉียบคม และการเล่าเรื่องที่ทรงพลัง มันคือหนังที่ทำให้ผมรู้สึกว่า "นี่แหละคือหนังที่ควรค่าแก่การดู" ครับ ถ้าใครยังไม่ได้ดู ผมแนะนำให้ไปหามาดูโดยด่วนเลยครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้ขึ้นหิ้งเป็นหนังคลาสสิกของเกาหลีและของโลกครับ
ใครที่เคยดูแล้ว มาแชร์ความรู้สึก หรือมุมมองของตัวเองกันได้นะครับ ผมอยากรู้ว่าคนอื่นคิดเห็นยังไงกับหนังเรื่องนี้บ้างครับ หรือถ้าใครมีหนังแนวๆ นี้แนะนำอีก ก็บอกกันมาได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังเสมอครับผม! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ!