แชร์ประสบการณ์ผ่าตัด "ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (เดอเกอแวง)" และ "นิ้วล็อก" พร้อมบทเรียนเรื่องการเคลมประกันสุขภาพ

สวัสดีค่ะ วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์ผ่าตัดรักษาโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (เดอเกอแวง) และโรคนิ้วล็อกที่นิ้วกลางข้างขวาพร้อมกัน (Open release De Quervain and Open release middle trigger finger) รวมถึงเรื่องการทำ Pre-authorization (การขออนุมัติค่ารักษาล่วงหน้า) กับบริษัทประกันค่ะ

🩺 จุดเริ่มต้นและการตัดสินใจผ่าตัด
ก่อนหน้านี้เราเคยมีประสบการณ์กับแขนข้างซ้ายมาก่อน เลยพอจะทราบ Step การรักษาของโรงพยาบาลรัฐหรือโรงเรียนแพทย์ (โดยใช้สิทธิ์ประกันสังคม) ดีค่ะว่า ขั้นแรกต้องกินยารักษาก่อนประมาณ 1 เดือน ➡️ ต่อมาคือการฉีดสเตียรอยด์อีกประมาณ 2 ครั้ง ➡️ และสุดท้ายถ้าไม่หายถึงจะได้ผ่าตัด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้กินเวลาหลายเดือนมาก และต้องเทียวไปเทียวมาโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งค่ะ

แต่รอบนี้แขนขวาอาการหนักมาก แค่แปรงฟันก็เจ็บจนทนไม่ไหว ตอนกลางคืนเวลานอนแล้วเผลอขยับตัวจะปวดจนสะดุ้งตื่นและร้องไห้ออกมาเลยค่ะ สุดท้ายเลยตัดสินใจมารักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ตอนแรกหมอจะให้ฉีดยาก่อน และเราขอคุณหมอเลยว่าขอผ่า ให้จบๆ  (ซึ่งตอนที่ผ่าตัดในห้องผ่าตัดคุณหมอก็แจ้งเลยค่ะว่า ปลอกหุ้มเอ็นหนามาก และเนื้อเยื่อรอบๆ อักเสบจนแดงก่ำไปหมดแล้ว)

💳 บทเรียนเรื่องการยื่นเคลมประกัน และ Timeline การรอคอย
จริงๆ แล้วเรามีอาการนิ้วล็อกพร้อมๆ กับข้อมืออักเสบเลยค่ะ แต่ตอนแรกมีความไม่แน่ใจและไม่กล้าแจ้งคุณหมอว่าจะขอผ่าตัดที่นิ้วด้วย แถมตอนที่คุณหมอถามถึงเรื่องอาการนิ้วล็อก เราดันเบลอๆ ฟังไม่ค่อยเข้าใจในตอนนั้น เลยแจ้งขอผ่าตัดไปแค่ตรงข้อมือจุดเดียว และทำเรื่อง Pre-authorization (Pre-claim) กับบริษัทประกันไปเฉพาะจุดข้อมือ ซึ่งประกันก็อนุมัติคุ้มครองตามปกติ

แต่พอถึงวันผ่าตัดจริง เราเห็นว่านิ้วกลางข้างขวามันล็อกจนกำมือไม่ได้และเหยียดไม่สุดแล้วจริงๆ เลยตัดสินใจหน้างานขอคุณหมอผ่าตัดนิ้วล็อกไปพร้อมกันเลยในคราวเดียว ซึ่งหลังจากผ่าตัดเสร็จ ทางโรงพยาบาลจึงต้องส่ง Fax Claim เอกสารทั้งหมดไปให้ประกันใหม่อีกครั้ง ทำให้ต้องเจอ Timeline การรอคอยมาราธอนดังนี้ค่ะ:
09.30 น. เริ่มลงมีดผ่าตัด
11.00 น. ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย
12.15 น. โรงพยาบาลสรุปค่าใช้จ่ายและส่งแฟกซ์เข้าระบบประกัน
14.30 น. เรานั่งรอผลอนุมัติจนไม่ไหว สุดท้ายต้องใช้วิธีรูดบัตรเครดิตกันวงเงิน (รูดการ์ดลอย) ไว้ก่อนเพื่อจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนค่ะ
15.15 น. มี SMS แจ้งจากประกันส่งมาว่าอนุมัติเรียบร้อย (เบ็ดเสร็จเฉพาะเวลารอประกันพิจารณาใหม่หน้างานรอบนี้คือ 3 ชั่วโมงเต็มๆ ค่ะ)

 
💡 ความเข้าใจผิดเรื่อง "นิ้วล็อก" ที่อยากบอกต่อ
ตอนแรกเรานึกว่าเวลานิ้วล็อก มันจะมีอาการกึกกักและต้องผ่าตัดตรงข้อกลางนิ้ว แต่จริงๆ แล้วคุณหมอผ่าตัดที่โคนนิ้วนะคะ
ดังนั้น การดามนิ้วเพื่อลดภาวะนิ้วล็อกที่หลายคนชอบทำกัน แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะ เพราะจุดที่เราดามกับจุดที่เป็นต้นเหตุของโรคมันอยู่คนละจุดกันเลย (ต้นเหตุอยู่ที่ปลอกหุ้มเอ็นตรงโคนนิ้วค่ะ)

💉 ประสบการณ์ในห้องผ่าตัด
คุณหมอใจดี น่ารัก และละเอียดมาก ชวนคุยในห้องผ่าตัดตลอด แต่มีจุดหนึ่งที่อยากแชร์ให้ฟังค่ะ ตอนผ่าตัดคุณหมอจะใช้สายรัดทูนิเกต์ (Tourniquet) รัดที่ต้นแขนเพื่อลดเลือดไหลไปที่นิ้ว ซึ่งมันจะรัดแน่นมากกก!

พอรัดไปได้ราวๆ 30 นาที (ผ่าข้อมือเสร็จแล้ว ช่วงกำลังผ่าตัดนิ้วล็อกพอดี) เรารู้สึกเจ็บต้นแขนจนทนไม่ไหว เลยขอให้คุณหมอช่วยคลายสายรัดให้ ซึ่งพอคลายปุ๊บ จะเกิดอาการเหมือนเป็นเหน็บชา ซ่าๆ ที่มืออยู่ประมาณ 10 นาทีเลยค่ะ โดยคุณหมอแจ้งเหตุผลว่า ที่เลือกใช้วิธีนี้เพราะไม่อยากใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าในการห้ามเลือด เนื่องจากจะทำให้กระบวนการแผลหายช้าลงค่ะ  

แผลผ่าตัดที่ข้อมือ เย็บสามเข็ม คุณหมอปิดแผลและพันสำลี ทับด้วยเฝือกอ่อน ให้งดใช้งานนิ้วโป้ง (ต้องใช้เอ็นตรงข้อมือขยับไปมา) ส่วนแผลที่โคนนิ้วกลาง (น้ิวล็อค) ก็นิดเดียวค่ะ (ในภาพ ข้อมือดูบวม เพราะเฝือกนะคะ)

 
📌 ข้อแนะนำสำหรับทุกท่านที่จะผ่าตัดด้วยประกันสุขภาพ:
หากมีหลายอาการและตั้งใจจะผ่าตัดพร้อมกัน แนะนำให้คุยกับคุณหมอให้เคลียร์ตั้งแต่แรก และทำ Pre-authorization ครบทุกจุดไปทีเดียวเลยนะคะ จะได้ไม่ต้องมารอนานหน้างานแบบเรา แถมถ้าผ่ารวบไปเลยในครั้งเดียวได้ยิ่งดีค่ะ จะได้เจ็บตัวทีเดียวไปเลย

เพราะหลังจากผ่าตัดเสร็จ กว่าแผนกการเงินของโรงพยาบาลจะสรุปค่าใช้จ่ายจริงส่งให้ประกันก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า และกว่าประกันจะพิจารณาอนุมัติอีกก็เป็นชั่วโมงเลยค่ะ

สรุปค่าใช้จ่าย: ผ่าตัดทั้ง 2 จุด (ข้อมือและนิ้วล็อก) ณ โรงพยาบาลเอกชน ยอดเรียกเก็บจริงอยู่ที่ 44,000 บาท ค่ะ (ตอนแรกทางโรงพยาบาลประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นไว้ที่ 54,000 บาท)

หวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ ใครที่มีอาการอยู่ลองสังเกตตัวเองดูค่ะ อย่าปล่อยไว้นานจนอักเสบระบมแบบเราเลยนะคะ สู้ๆ ค่ะทุกคน



หมอใส่เฝือกอ่อนให้ก่อน
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่