ต่อตระกูล' ยก 3 โครงการเมกะโปรเจ็กต์ ที่ล้มเหลว ภาคประชาชนได้รับแต่ซากคอนกรีต แต่นักโกงเมืองได้ความร่ำรวย
2 มิ.ย.2569-
ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความว่า
ขอยก 3 โครงการเมกะโปรเจคก่อสร้าง ที่ล้มเหลว ภาคประชาชนได้รับแต่ซากคอนกรีต แต่นักโกงเมืองได้ความร่ำรวยไป
สาเหตุล้วนมาจากความลุ่มหลง

มัวเมาในอำนาจ ไม่ฟังใคร !
ในอดีตเงินโครงการ เป็นหลักหมื่นล้าน ต่อมาเริ่มมีเป็นแสนล้าน มาถึงวันนี้มีโครงการ Land Bridge มูลค่าเป็นล้าน ล้านบาท
ที่อ้างว่าทำวิจัยแล้วว่าเป็นโครงการดี แต่ไม่เปิดให้ประชาชนเห็น ได้อ่าน รายละเอียด !!!
…อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ตัวอย่าง 3 โครงการเมกะโปรเจคก่อสร้าง ที่ล้มเหลว นี้นับเป็นประวัติศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเมกะโปรเจกต์
ของประเทศไทยในรอบ 60 ปีที่ผ่านมาที่มีคุณค่าเป็นบทเรียนในการเรียนรู้ จากความผิดพลาด
มีโครงการขนาดใหญ่ระดับ "หมื่นล้าน" อยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดใช้งานหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์เดิม
กลายเป็นความสูญเสียทางงบประมาณและโอกาสของประเทศอย่างมหาศาล
โดยมี 3 โครงการเด่นที่มักถูกหยิบยกมาเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุด ดังนี้
1. โครงการโฮปเวลล์ (Hopewell Project)
*ระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร เริ่มลงนามสัญญาสัมปทานในปี พ.ศ. 2533
(สมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ) มูลค่าโครงการกว่า 80,000 ล้านบาท โดยให้บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย)
จำกัด เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างทางยกระดับเพื่อแก้ปัญหาจราจรแออัด
* **ความล้มเหลว

* การก่อสร้างล่าช้าและติดปัญหาเรื่องรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาฐานะทางการเงิน
ของผู้รับเหมาจนกระทั่งมาเจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 โครงการจึงหยุดชะงักอย่างสิ้นเชิงด้วยความคืบหน้าเพียง 13.77%
และถูกบอกเลิกสัญญาในปี 2541
* **ความเสียหายทางงบประมาณ

* นอกจากงบประมาณลงทุนที่สูญเปล่าแล้ว รัฐบาลไทยยังต้องเผชิญกับมหากาพย์
การฟ้องร้อง "ค่าโง่โฮปเวลล์" ยาวนานหลายสิบปี ซึ่งตัวเลขค่าชดเชยรวมดอกเบี้ยที่เคยมีการเรียกร้องพุ่งสูงกว่า 25,000 ล้านบาท
ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
2. โครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ
*อภิมหาโครงการสิ่งแวดล้อมที่สร้างเสร็จเกือบ 100% แต่ไม่เคยได้เปิดใช้งาน*
เริ่มต้นโครงการในปี พ.ศ. 2538 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีการรวมสัญญา
และย้ายพื้นที่ก่อสร้างมายัง ต.คลองด่าน ทำให้งบประมาณพุ่งสูงจากประมาณ 13,600 ล้านบาท ไปแตะที่ราว 23,000 ล้านบาท
* **ความล้มเหลว

* เกิดจากการทุจริตเชิงนโยบายอย่างรุนแรง ตั้งแต่การจัดซื้อที่ดินในราคาแพงเกินจริงและการเอื้อประโยชน์
ในสัญญาก่อสร้าง ประกอบกับการประท้วงอย่างหนักจากชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทางทะเลและอาชีพประมงพื้นบ้าน จนกระทั่งรัฐบาลประกาศระงับและยกเลิกโครงการในปี พ.ศ. 2546 ในขณะที่การก่อสร้าง
เสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 90%
* **ความเสียหายทางงบประมาณ

* มูลค่าความเสียหายรวมค่าก่อสร้างและการจ่ายเงินชดเชย (ค่าโง่คลองด่าน) ให้กับ
กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาตามคำชี้ขาดรวมแล้ว**มากกว่า 30,000 ล้านบาท** โดยที่ระบบบำบัดน้ำเสียนี้ไม่เคยได้รับการเปิดใช้
งานเพื่อบำบัดน้ำเสียแม้แต่หยดเดียว
3. โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ)
*โครงการเมกะโปรเจกต์ที่ล้มพับไปตั้งแต่ขั้นตอนการประมูลและเตรียมลงนาม*
โครงการเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 รัฐบาลในขณะนั้นได้ออก พ.ศ.ก. กู้เงินวงเงิน 350,000 ล้านบาท
ในปี พ.ศ. 2556 เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างฟลัดเวย์ (Floodway) และทางผันน้ำ
ขนาดใหญ่ ความล้มเหลว: มาจากการเร่งรัดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและใช้อำนาจรัฐบาลยกเว้นการใช้ ระเบียบการจัดซื้อ
จัดจ้างปกติ จนนำไปสู่การคัดค้านจากองค์กรวิชาชีพวิศวกรรม ภาคประชาชน และNGO เนื่องจากไม่มีการทำประชาพิจารณ์
อย่างทั่วถึง และขาดรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ที่ถูกต้อง
ต่อมาศาลปกครองได้มีคำสั่งให้รัฐบาลต้องกลับไปจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน ทำให้โครงการต้องชะลอออกไป
จนกระทั่งเกิดการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 โครงการนี้จึงถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ
* **ความเสียหายทางงบประมาณ

* แม้ว่าเงินงบส่วนใหญ่จะยังไม่ได้ถูกจ่ายออกไปเต็มจำนวนเหมือนสองโครงการแรก แต่ก็มี
ความเสียหายในแง่ของ**งบประมาณค่าศึกษาออกแบบ ค่าเตรียมการ วงเงินผูกพัน และค่าเสียโอกาส**ทางเศรษฐกิจของประเทศ
ในการบริหารจัดการภัยแล้งและน้ำท่วมคิดเป็นมูลค่าหลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาทเช่นกัน
สรุปบทเรียนสำคัญ
หากวิเคราะห์ในเชิงวิศวกรรมและการบริหารจัดการ โครงการเมกะโปรเจกต์เหล่านี้มักไม่ได้ล้มเหลวเพราะตัวเทคโนโลยีหรือ
ความสามารถของวิศวกร แต่มีจุดร่วมที่เป็นแผลสำคัญอยู่ 3 ประการ คือ:
1. ปัญหาด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาล

* มีการทุจริตเชิงนโยบายและการเอื้อประโยชน์ในตัวสัญญา
2. **การขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน

* การละเลยกระบวนการทำประชาพิจารณ์และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง
3. **ความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง

* การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและข้อกฎหมายที่มักทำให้โครงการขนาดใหญ่ที่ผูกพันระยะยาว
ต้องหยุดชะงักลง.
************************************************************************
อนาคตประเทศไทย ??? ถ้ายังมีเรื่องอื้อฉาว ฉ้อฉล โกงกิน ทุจริต จาก นกม ขรก โกงชาติ บ้านเมืองอยู่เต็มแผ่นดิน
ต่อตระกูล' ยก 3 โครงการเมกะโปรเจ็กต์ ที่ล้มเหลว ภาคประชาชนได้รับแต่ซากคอนกรีต แต่นักโกงเมืองได้ความร่ำรวย