จะซื้อสารเคมีอันตรายจากออนไลน์ ถูกกว่านิดหน่อย อาจได้ไม่คุ้มเสีย ☠️

เมื่อกี๊เห็นข่าวนี้แล้วใจหาย น้าแจ่มแกโพสต์ว่าลูกน้องของตัวเองซื้อยาฆ่าหญ้าจากแอปช้อปปิ้งออนไลน์ เป็นขวดสารเคมีจากจีน เอาไปวางไว้ในรถประมาณ 2 ชั่วโมง ยังไม่ได้แกะซีลหีบห่อออกมาแม้แต่น้อย แต่ภายหลังขณะขับรถกลับบ้าน มีกลิ่นสารเคมีคละคลุ้งออกมาตลอดทาง จนคนขับเริ่มหายใจไม่ออก โทรเรียกเพื่อนมาช่วย

เพื่อนมาถึงในประมาณ 15 นาที พบว่ามีน้ำลายฟูมปากแล้ว ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยจริง ๆ

แต่เรื่องนี้มีจุดที่อยากชวนคุยกัน เพราะมันไม่ใช่แค่คำถามว่า “ยาขวดนี้คืออะไร” แต่มันคือเรื่องที่หลายบ้านอาจทำอยู่โดยไม่รู้ตัว คือการซื้อสารเคมีแรง ๆ จากออนไลน์ ฉลากก็อ่านไม่ออก ไม่รู้ว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องไหม ไม่รู้ว่าสารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า แล้วเผลอเอาไปวางไว้ในรถเหมือนเป็นของใช้ทั่วไป

จากรูปฉลากที่เห็น คำภาษาจีนบนขวดมีคำว่า “2甲4氯钠盐” ซึ่งถ้าแปลตามชื่อสาร น่าจะอยู่ในกลุ่ม MCPA sodium salt เป็นสารกำจัดวัชพืชชนิดหนึ่ง ใช้ฆ่าหญ้าหรือวัชพืชใบกว้างในงานเกษตร

แต่ ๆ ๆ จากรูปอย่างเดียว เรายังไม่ควรฟันธงว่าผู้เสียชีวิต “เสียชีวิตจากสาร MCPA แน่นอน” หรือเสียชีวิตจาก “พิษปกติของสารตัวนี้”

เพราะในเคสจริงยังมีคำถามอีกเยอะมาก

- ขวดรั่วไหม
- ซีลแน่นจริงไหม
- สารข้างในตรงกับฉลากหรือเปล่า
- มีสารอื่นผสมอยู่ด้วยหรือไม่
- ตัวทำละลายคืออะไร
- ความเข้มข้นตรงตามที่ระบุไหม
- รถร้อนแค่ไหน
- อากาศในรถถ่ายเทหรือเปล่า
- รวมถึงผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือภาวะแพ้สารเคมีอะไรอยู่ก่อนหรือไม่

ทั้งหมดนี้ต้องรอผลตรวจทางการแพทย์และพิษวิทยายืนยันอีกที

รวมถึงตัวสารที่คาดว่าอยู่บนฉลากนี้ ถ้าพูดเฉพาะชื่อสารกลุ่ม MCPA ก็ไม่ได้หมายความว่า “เป็นสารต้องห้ามในไทย” โดยตัวมันเองแบบที่ห้ามขายห้ามใช้เด็ดขาดเหมือนสารบางกลุ่ม

ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ “สารนี้ชื่ออะไร”
แต่ “ของที่ซื้อมา ถูกต้องตามระบบหรือเปล่า”

สารเคมีเกษตรที่ขายในไทยอย่างถูกต้อง ควรมีข้อมูลที่ผู้ใช้ในไทยอ่านรู้เรื่อง มีฉลากไทย มีชื่อสารสำคัญ มีความเข้มข้น วิธีใช้ วิธีเก็บรักษา วิธีปฐมพยาบาล คำเตือน เลขทะเบียน หรือข้อมูลผู้นำเข้า/ผู้จำหน่ายที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ขวดจีนล้วนที่คนซื้ออ่านไม่ออก แล้วต้องใช้วิธีเดาจากรูปหญ้าบนฉลากว่า “อ๋อ น่าจะเอาไว้ฆ่าหญ้า”

สารเคมีพวกนี้มีหลายทางที่เข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งกินเข้าไป สัมผัสผิวหนัง กระเด็นเข้าตา หรือสูดดมเข้าไป บางตัวทำให้แค่ระคายเคือง บางตัวทำให้เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก บางตัวกระทบระบบประสาท และบางตัวอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะถ้าได้รับในปริมาณมาก หรืออยู่ในพื้นที่ปิด

แล้วรถยนต์นี่แหละคือพื้นที่ปิดชั้นดี

ยิ่งถ้าขวดรั่วนิดเดียว ฝาไม่สนิท ซีลไม่ดี หรือสารมีตัวทำละลายระเหยง่ายอยู่ด้วย จาก “เหม็นนิดหน่อย” อาจกลายเป็น “หายใจไม่ออก” ได้เร็วกว่าที่คิด

และเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ยาฆ่าหญ้า ของในบ้านหลายอย่าง ถ้าใช้ผิดวิธี หรือสูดดมในที่ปิด ก็อันตรายได้เหมือนกัน เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกขาวหรือไฮเตอร์ สเปรย์กำจัดแมลง ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน น้ำยาล้างเล็บ สเปรย์พ่นสี กาวบางชนิด หรือสารทำความสะอาดที่มีกลิ่นฉุนแรง ๆ

ของพวกนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่าเรา แต่ถ้าใช้ผิดที่ ผิดวิธี ผสมมั่ว หรือใช้ในห้องปิด
มันก็เล่นงานเราได้เหมือนกัน ตัวอย่างคลาสสิกที่พูดกันบ่อยมากคือ

“ห้ามเอาน้ำยาล้างห้องน้ำไปผสมกับไฮเตอร์”

อันนี้ไม่ใช่ความเชื่อโบราณ ไม่ใช่เรื่องเล่าหลอกเด็ก แต่เป็นเรื่องจริงทางเคมี

น้ำยาล้างห้องน้ำหลายชนิดมีฤทธิ์เป็นกรด ส่วนน้ำยาฟอกขาวหรือไฮเตอร์มักมีสารกลุ่มโซเดียมไฮโปคลอไรต์ ถ้าเอามาผสมกัน อาจเกิดก๊าซคลอรีน ซึ่งเป็นก๊าซพิษ มีกลิ่นฉุน ระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด ถ้าโดนเยอะ ๆ อาจไอรุนแรง แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย น้ำท่วมปอด ระบบหายใจล้มเหลว และอันตรายถึงชีวิตได้

มีเคสรุ่นพี่ที่คณะคนนึง ล้างห้องน้ำตามปกติ แต่เอาไฮเตอร์ไปผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำกะเพิ่มความแรง แต่ผลที่ได้คือความซวย แกหมดสติอยู่ในห้องน้ำ ไม่รู้ว่านานกี่ชั่วโมง รูมเมทมาเจอทีหลัง แบกไปรพ.ต้องนอนไอซียูไป 2 คืน

พอฟื้นกลับมา ความทรงจำหายไปเป็นปี จำชื่อเพื่อนไม่ได้ จำชื่อน้องไม่ได้ จำเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าไม่ได้เลย เสมือนโยนความทรงจำทิ้งแล้วกด empty recycle bin โชคดีที่ปัจจุบันความทรงจำเริ่มทยอยกลับมาบ้างแล้ว แต่โชคดีกว่านั้นที่แกจำไม่ได้ว่าหมอเวรเคยยืมเงินแกไปเท่าไหร่

หยอก ๆ อันหลังล้อเล่น แต่ความรุนแรง อันนี้อันตรายจริง

ดังนั้นกฎง่าย ๆ คือ สารเคมีอย่าผสมกันเองถ้าไม่ใช่ระดับเซียนอย่าง วอลเตอร์ ไวต์จาก breaking bad อย่าเห็นว่าน้ำยาตัวนี้ล้างคราบเก่ง ตัวนั้นฆ่าเชื้อดี แล้วเทรวมกันแบบทำสูตรลับเชฟกระทะเหล็ก

สารเคมีไม่ใช่ยำมาม่า ใส่ทุกอย่างแล้วไม่ได้อร่อยขึ้นเสมอไป เพราะบางทีอาจได้ก๊าซพิษเป็นของแถมแทน

ถ้าจำเป็นต้องซื้อหรือขนย้ายสารเคมีเกษตร ควรทำแบบนี้ เลือกซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ อย่าซื้อขวดที่ฉลากอ่านไม่ออกหรือไม่มีข้อมูลชัดเจน อย่าวางสารเคมีไว้ในห้องโดยสาร ถ้าต้องขน ควรวางในพื้นที่แยกจากคน เช่น ท้ายรถหรือท้ายกระบะ อย่าทิ้งไว้ในรถนาน โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน แล้วถ้าอยู่ดี ๆ มีกลิ่นสารเคมีฉุนในรถหรือในบ้าน ห้ามฝืนขับต่อ

อย่าคิดว่า “อีกนิดเดียวถึงบ้านแล้ว”
อย่าคิดว่า “เปิดแอร์แรง ๆ เดี๋ยวก็หาย”
อย่าคิดว่า “ทนได้อยู่”

ถ้าแค่ได้กลิ่นฉุน ให้รีบออกจากพื้นที่ก่อน ไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเท เปิดประตูหน้าต่างถ้าทำได้โดยไม่เสี่ยง แต่ถ้าเริ่มแสบตา แสบจมูก ไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เวียนหัว คลื่นไส้ สับสน หรือหมดสติ อันนี้ไม่ต้องรอดูอาการ โทร 1669 ได้เลย และถ้าเป็นเรื่องสารพิษ โทรศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี 1367 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง อันนี้เมมเก็บไว้เลย
-------------------------------------------------------
สรุปสั้น ๆ อีกรอบ

สารเคมีไม่ได้น่ากลัวแค่ตอนเปิดใช้ บางครั้งแค่ซื้อผิดแหล่ง เก็บผิดที่ ขนผิดวิธี หรืออ่านฉลากไม่ออก ก็อันตรายได้มากกว่าที่คิดแล้ว

ของบางอย่างถูกกว่าร้านปกติไม่กี่สิบบาท แต่ถ้ามันไม่มีฉลากที่เราอ่านรู้เรื่อง
ไม่มีคำเตือนที่เราเข้าใจ ไม่มีทางรู้ว่าข้างในมีอะไรจริง ๆ และไม่มีข้อมูลพอให้หมอช่วยทันตอนเกิดเหตุ

ส่วนต่างที่ประหยัดได้ อาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายเลยจริง ๆ

CR page หมอเวร
🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่