ติวเตอร์สร้างความแพนิก ทำตลาดจี้ใจดำพ่อแม่
- ยกข้อเสียเปรียบมากดดันให้เสียเงิน เช่น TPAT1 ข้อสอบซับซ้อนถ้าเสียคะแนนนิดเดียวอาจไม่ติด, คู่แข่งเป็นเด็กซิ่วอ่านหนังสือทั้งปี, อ่านแต่วิชาเฉพาะ แต่คะแนนตัดกันที่ภาษา ฯลฯ
ติวเตอร์แฝงตัวในกลุ่มเรียนต่อ ม.1, ม.4
- สร้างคอนเท้น ด้อยโอกาส พร้อมแปะคอสประหยัด ชงเอง กินเอง เช่น ห้องธรรมดา จะสู้ห้องพิเศษได้ไหม, ต้นทุนต่ำ อยากแข่งขัน รร.ดัง มีทางไหม, หลงทางเรียนห้องพิเศษแต่ยังต้องติว
แม่สายอวย
- รีวิวสอบติด xxx แบบไม่ต้องเรียนพิเศษ, ห้องธรรมดาสอบติด รร. xxx
แม่สายแข็ง
- ไม่ติวจะสอบติดได้ยังไง ข้อสอบออกเกินที่เรียน
คุณลุงสายดาร์ค
- โรงเรียน xxx ติดหมอติวทุกคนแต่ไม่มีใครบอก, แข่งกันเรียน ติวกันจนเด็กเป็นบ้า
เอาที่ผมคิดว่าเป็นกลางนะ
- การเรียน รร.ดัง ห้องเด่น เป็นต้นทุนที่สำคัญ แต่ ช่างมันเถอะ ถ้าคุณจะไปสอบ ถ้าคุณผ่านเกณฑ์ที่เขากับหนดก็สมัครไปเลย สอบได้ก็ดี ไม่ได้ก็มีที่เรียนแน่ๆ ถ้าเด็กอยู่ใหนกลุ่มที่ขนขวายหาที่เรียนต่อที่ใหม่ๆ เป็นประสบการณ์ชีวิต (เด็กที่มองว่าเก่ง สอบติดที่หนึ่ง อาจจะไม่ติดบางที่ก็ได้)
- ติวเตอร์ทำตลาดจริงใจหน่อย เด็กที่เอามาแปะอยู่หน้าเพจ เขาเรียนกับคุณกี่คอส ก่อนเรียนกับคุณเขาโปรไฟล์ยังไง โชว์พรีเทส โพสเทสไปเลย
- พ่อ แม่ ถ้าลูกเรียนมัธยมแล้ว หยุดเลย ถ้าเด็กจะตั้งใจเดี๋ยวเขาหาเอง เขามีสังคม เพื่อนที่พากันเรียน ครูที่ปรึกษา รุ่นพี่และสถิติปีก่อน พยามแค่ไหนได้ตามที่พยายาม ถ้าเด็กไม่รู้ตัวว่าเรียนพิเศษแล้วดีขึ้นหรือไม่ ปัญหาหนักกว่าไม่ได้เรียนอีก คือ เสียเวลาไปฟรีๆ
- การตั้งคำถาม toxic เหมือนจะไปสอบเอง ทำยังไงจะติดที่นั่น ที่นี่ ไปสอบเองเลย, แล้วเด็กที่สอบติด แบบไม่ติว แบบห้องธรรมดา คือ เป็นเรื่องส่วนบุคคล อธิบายไปก็ทำตามไม่ได้เป๊ะๆ พ่อ แม่ ไม่รู้หรอกความรู้ที่ลูกมีแค่ไหน และต้องเพิ่มอีกแค่ไหน เพื่อให้ไปสอบแต่ละที่
- องุ่นเปรี้ยว ติดหมอติวทุกคน, โรงเรียนดังติวทุกคน โรงเรียนไม่พูด คือ การพยายามเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าได้เคยเรียนกับเด็กเก่ง คือ เขาเก่งเว่อร์จริงๆ เอาเรื่องติวมาตัดสินก็ไม่ได้ ติวแล้วก็ไม่ได้ติดทุกคน บางคนที่เขาเก่งแค่บางวิชาก็มีวิชาไม่เก่งก็ต้องติว ตอนเรียนมันหลายวิชามากๆ
- สภาวจิตใจของเด็ก ไม่มีหรอกเรียนแล้วไม่เครียด แต่มันเป็นการจัดการความเครียด ความเครียดจากเรื่องรอบตัว เขาต้องเรียนรู้ EQ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรีบไปตัดสิน เช่น เป็นอะไรทำไมเกรดตกแล้วจะติวกับใคร, ทำไมไม่เรียนติวตามที่บอก, ทำไมเพื่อนคนนั้น....บลาๆ ฯลฯ อันนี้มากกว่าที่จะไปจี้ ไปเร่งให้กดดัน / ความเสียใจ การร้องไห้ ก็ไม่ต้องไปตระหนก ตกใจ มากเกิน มันจะไปย้ำให้เขาดิ่งลงไปอีก เป็นธรรมดาที่ สภาวะกดดันอาจทำให้ต้องเสียน้ำตา
ติวเตอร์ vs คุณแม่นักสู้
- ยกข้อเสียเปรียบมากดดันให้เสียเงิน เช่น TPAT1 ข้อสอบซับซ้อนถ้าเสียคะแนนนิดเดียวอาจไม่ติด, คู่แข่งเป็นเด็กซิ่วอ่านหนังสือทั้งปี, อ่านแต่วิชาเฉพาะ แต่คะแนนตัดกันที่ภาษา ฯลฯ
ติวเตอร์แฝงตัวในกลุ่มเรียนต่อ ม.1, ม.4
- สร้างคอนเท้น ด้อยโอกาส พร้อมแปะคอสประหยัด ชงเอง กินเอง เช่น ห้องธรรมดา จะสู้ห้องพิเศษได้ไหม, ต้นทุนต่ำ อยากแข่งขัน รร.ดัง มีทางไหม, หลงทางเรียนห้องพิเศษแต่ยังต้องติว
แม่สายอวย
- รีวิวสอบติด xxx แบบไม่ต้องเรียนพิเศษ, ห้องธรรมดาสอบติด รร. xxx
แม่สายแข็ง
- ไม่ติวจะสอบติดได้ยังไง ข้อสอบออกเกินที่เรียน
คุณลุงสายดาร์ค
- โรงเรียน xxx ติดหมอติวทุกคนแต่ไม่มีใครบอก, แข่งกันเรียน ติวกันจนเด็กเป็นบ้า
เอาที่ผมคิดว่าเป็นกลางนะ
- การเรียน รร.ดัง ห้องเด่น เป็นต้นทุนที่สำคัญ แต่ ช่างมันเถอะ ถ้าคุณจะไปสอบ ถ้าคุณผ่านเกณฑ์ที่เขากับหนดก็สมัครไปเลย สอบได้ก็ดี ไม่ได้ก็มีที่เรียนแน่ๆ ถ้าเด็กอยู่ใหนกลุ่มที่ขนขวายหาที่เรียนต่อที่ใหม่ๆ เป็นประสบการณ์ชีวิต (เด็กที่มองว่าเก่ง สอบติดที่หนึ่ง อาจจะไม่ติดบางที่ก็ได้)
- ติวเตอร์ทำตลาดจริงใจหน่อย เด็กที่เอามาแปะอยู่หน้าเพจ เขาเรียนกับคุณกี่คอส ก่อนเรียนกับคุณเขาโปรไฟล์ยังไง โชว์พรีเทส โพสเทสไปเลย
- พ่อ แม่ ถ้าลูกเรียนมัธยมแล้ว หยุดเลย ถ้าเด็กจะตั้งใจเดี๋ยวเขาหาเอง เขามีสังคม เพื่อนที่พากันเรียน ครูที่ปรึกษา รุ่นพี่และสถิติปีก่อน พยามแค่ไหนได้ตามที่พยายาม ถ้าเด็กไม่รู้ตัวว่าเรียนพิเศษแล้วดีขึ้นหรือไม่ ปัญหาหนักกว่าไม่ได้เรียนอีก คือ เสียเวลาไปฟรีๆ
- การตั้งคำถาม toxic เหมือนจะไปสอบเอง ทำยังไงจะติดที่นั่น ที่นี่ ไปสอบเองเลย, แล้วเด็กที่สอบติด แบบไม่ติว แบบห้องธรรมดา คือ เป็นเรื่องส่วนบุคคล อธิบายไปก็ทำตามไม่ได้เป๊ะๆ พ่อ แม่ ไม่รู้หรอกความรู้ที่ลูกมีแค่ไหน และต้องเพิ่มอีกแค่ไหน เพื่อให้ไปสอบแต่ละที่
- องุ่นเปรี้ยว ติดหมอติวทุกคน, โรงเรียนดังติวทุกคน โรงเรียนไม่พูด คือ การพยายามเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าได้เคยเรียนกับเด็กเก่ง คือ เขาเก่งเว่อร์จริงๆ เอาเรื่องติวมาตัดสินก็ไม่ได้ ติวแล้วก็ไม่ได้ติดทุกคน บางคนที่เขาเก่งแค่บางวิชาก็มีวิชาไม่เก่งก็ต้องติว ตอนเรียนมันหลายวิชามากๆ
- สภาวจิตใจของเด็ก ไม่มีหรอกเรียนแล้วไม่เครียด แต่มันเป็นการจัดการความเครียด ความเครียดจากเรื่องรอบตัว เขาต้องเรียนรู้ EQ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรีบไปตัดสิน เช่น เป็นอะไรทำไมเกรดตกแล้วจะติวกับใคร, ทำไมไม่เรียนติวตามที่บอก, ทำไมเพื่อนคนนั้น....บลาๆ ฯลฯ อันนี้มากกว่าที่จะไปจี้ ไปเร่งให้กดดัน / ความเสียใจ การร้องไห้ ก็ไม่ต้องไปตระหนก ตกใจ มากเกิน มันจะไปย้ำให้เขาดิ่งลงไปอีก เป็นธรรมดาที่ สภาวะกดดันอาจทำให้ต้องเสียน้ำตา