เม้าท์มอย "บัตรทองแพลทินัม"! Drama สปสช. vs รพ.มงกุฎวัฒนะ โป๊ะแตกสิทธิการรักษาไทย... แล้วเราจะไปทางไหนกันต่อดีแก?

แก... เคยสงสัยมะ ว่าทำไมคำว่า "บัตรทอง" ในบ้านเรา มันถึงมีดราม่าได้ตลอดเวลา?

ล่าสุดก็เรื่อง รพ.มงกุฎวัฒนะ กับ สปสช. ที่ฟัดกันนัวเนียเรื่องงบประมาณ จนเกิดคำศัพท์สุดล้ำอย่าง "บัตรทองแพลทินัม" หลุดออกมา ฟังดูไฮโซเว่อร์หยั่งกะบัตรเครดิตสะสมแต้ม 555 แต่มันสะท้อนอะไรในระบบสาธารณสุขไทยบ้าง? วันนี้เราจะมากะเทาะเปลือกแบบเพื่อนสนิทคุยกัน อ่านเพลิน ไม่ต้องปีนกระไดฟังแน่นอน!

ส่วนที่ 1: เกิดอะไรขึ้นในกอไผ่? เมื่อ "โรงพยาบาล" กับ "คนจ่ายเงิน" คุยกันคนละภาษา

เรื่องของเรื่องมันเริ่มจากเสียงบ่นกะปอดกะแปดของ รพ.เอกชนหลายแห่งที่เข้าร่วมโครงการบัตรทองว่า "งบที่ สปสช. จ่ายมาน่ะ มันไม่พอกับค่าใช้จ่ายจริงนะเว้ย!"

ทาง รพ.มงกุฎวัฒนะ ของ "คุณหมอเหรียญทอง" แกก็เลยออกมาขู่ฟ่อๆ ว่าจะขอออกจากการเป็น รพ.รับส่งต่อ เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว โดยเฉพาะคนไข้โรคยากๆ ที่ค่ารักษาพุ่งกระฉูด แกจินตนาการดูดิ เหมือนแกเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว แล้วรัฐบาลบอกว่า "เฮ้ย! ขายให้คนถือบัตรนี้ชามละ 20 บาทพอ" ทั้งที่ต้นทุนแกคือ 40 บาท ขายไปก็เนื้อเข้าตัวไป สรุปใครจะอยู่ไหว?

"บัตรทองแพลทินัม... สิทธิระดับเวิลด์คลาส แต่จ่ายตังค์ระดับสตรีทฟู้ด" - วาทกรรมชวนขำแห้งของวงการ
ฝั่ง สปสช. แกก็บอกว่า "งบประมาณมันมีจำกัดนะจ๊ะ ต้องบริหารให้ทั่วถึง" มันเลยกลายเป็นสงครามเย็น (ที่บางทีก็ร้อน) ระหว่าง "ผู้ให้บริการ" ที่อยากได้เงินคุ้มทุน กับ "ผู้จ่ายเงิน" ที่อยากประหยัดงบ มันโป๊ะแตกตรงที่ว่า... แล้วคนไข้อย่างเราล่ะ ไปอยู่ตรงไหนของสมการนี้?

ส่วนที่ 2: สะท้อนอะไรในกระจก? สิทธิรักษาไทย: สรุปคือ "ถ้วนหน้า" หรือ "ถ้วนหน้า(แบบมีเงื่อนไข)"?

เรื่องนี้มัน "จิกกัด" ระบบบัตรทองบ้านเราแบบเจ็บๆ คันๆ เลยแกเอ๊ย! มันแสดงให้เห็นว่า...

ความเหลื่อมล้ำมันยังมีจริง: แม้เราจะโม้ว่ามี universal coverage แต่ถ้าแกถือบัตรทอง แกอาจจะไม่ได้เข้า รพ.เอกชนไฮโซใกล้บ้านเสมอไป บางทีต้องส่งตัวกันนัวเนีย รอนานจนแทบหายป่วยเอง 555 ในขณะที่คนมีตังค์จ่ายสด หรือมีประกันชีวิต แกก็ได้นอนห้องเดี่ยวแอร์ฉ่ำๆ

ระบบมันยังไม่เสถียร: พึ่งพา รพ.เอกชนเยอะเกินไป พอเค้าแง่งอนจะลาออก ระบบก็รวน คนไข้เคว้งคว้าง เหมือนรักสามเส้าที่ รพ.เอกชนเป็นชู้รักที่อยากเลิก แต่สปสช. (เมียหลวง) ไม่ยอมปล่อย 555

คำว่า "คุณภาพ" มันตีความไม่เหมือนกัน: สำหรับรัฐ Quality คือ "รักษาหายตามมาตรฐาน" แต่สำหรับเรา Quality มันอาจจะรวมถึง "สะดวก รวดเร็ว บริการดี" ซึ่งระบบบัตรทองยังให้ได้ไม่หมดในทุกที่

ส่วนที่ 3: แล้วไงต่อ? แนวโน้มและแนวทางแก้ไข... หรือต้องให้ "ผู้ถือบัตรแพลทินัม" จ่ายเพิ่ม? 555
เอาล่ะ เม้าท์มาเยอะ แล้วแนวโน้มล่ะควรเป็นไง? จะให้คนไข้บัตรทองทุกคนอัปเกรดเป็นระดับ "แพลทินัม" เหมือนบัตรเครดิต แล้วมีสิทธิบินไปรักษาเมืองนอกเลยมะ? 555 (ฝันไปเถอะ) แนวทางที่น่าจะเป็นไปได้มันต้องอยู่บนพื้นฐานความจริงแก...

1. ปรับระบบงบประมาณให้ "เรียล" กว่าเดิม: เลิกมโนเลขงบแบบประหยัดสุดโต่ง สปสช. ต้องยอมจ่ายค่ารักษาตามจริงในโรคซับซ้อนให้ รพ. (ไม่ว่าจะรัฐหรือเอกชน) เพื่อให้เค้าอยู่ได้ ไม่ใช่จ่ายแบบ "บุฟเฟต์ราคาประหยัด" แต่จะกินวากิว 555

2. สร้างความแข็งแกร่งให้ รพ. รัฐ: ลดการพึ่งพาเอกชน เพิ่มงบ เพิ่มหมอ เพิ่มเครื่องมือให้ รพ. ของรัฐใกล้บ้าน เพื่อให้เราเชื่อใจ ไม่ต้องแจ้นไปแต่ รพ. ใหญ่ๆ

3. (ข้อนี้แหย่เล่นๆ แต่น่าคิด) หรือจะยอมให้ "ร่วมจ่าย" บางส่วน?: แนวโน้มโลกมันไปทางนี้แก ถ้าแกอยากได้บริการแบบ "แพลทินัม" แกอาจจะต้องยอมควักตังค์จ่ายเพิ่มบางส่วน (Co-payment) สำหรับบริการที่ไม่ใช่การรักษาหลัก เช่น ห้องเดี่ยว อาหารดี หมอชื่อดัง วิธีนี้จะช่วยเติมเงินเข้าโครงการ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้กระทบคนจนจริงๆ

เม้าท์กันมาซะยาว... เพื่อนๆ ล่ะ เคยเจอประสบการณ์ "บัตรทอง" แบบไหนกันบ้าง? มีความรู้สึกยังไงกับ "คุณภาพ" และ "ความสะดวก" ที่ได้รับ?
หรือแอบเห็นด้วยมะ ว่าถ้าอยากได้บริการดีๆ ควรยอมจ่ายตังค์เพิ่มบ้าง? คอมเมนต์มาคุยกันหน่อยแกรรร! ชั้นรออ่านอยู่นะจ๊ะ 👇👇👇 (คอมเมนต์เยอะๆ เดี๋ยวแอดมินพันทิปจะหาว่าชั้นไม่มีใครคบ 555) 🙏✨

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่