จากความเดิมในกระทู้ที่แล้วครับ ใครยังไมได้อ่านไปกดอ่านได้ครับบ
เล่าประสบการณ์ส่วนตัวหลังจากการสอบติดตัวจริง MWIT 36 แต่ไม่ติดเตรียมอุดม/KVIS/วมว จะเป็นยังไงไปดูวว แล้วค่อยมาอ่านอันนี้จะทำให้เข้าใจมากขึ้นครับ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ต้องการอ่าน ก็ไม่เป็นไรครับ สามารถอ่าน part 2 นี่ได้เลย โดยจะต่อในหัวข้อที่ 7 หรือว่า ค่าย Pre-Mwit นั่นเองครับ
1.หนังสือที่ใช้สอบ
2.คอร์สเรียนออนไลน์ที่ใช้ในการเตรียมตัว
3.ก่อนสอบรอบแรก 100 วัน
4.วันสอบรอบแรก
5.วันประกาศผลรอบแรก
6.ก่อนสอบรอบสอง + วันสอบรอบสอง
👉🏻👉🏻 7.ค่าย Pre-MWIT
8.ช่วงเครียดหนัก (สอบที่ไหนก็ไม่ติด 😰)
9.บทสรุป
7.ค่าย Pre-MWIT

ค่าย Pre-MWIT เป็นค่ายที่จัดขึ้นเพื่อแนะนำแนวทางการจัดการศึกษาและอุดมการณ์ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ สำหรับนักเรียน ม.3 ที่ผ่านการสอบคัดเลือกรอบแรก โดยจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงหลังวันสอบรอบสองเสร็จครับ
ส่วนตัวผมแนะนำว่าค่ายนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ เพราะมันให้อะไรเราหลายอย่างมากเลย เก็บไปพิจารณาด้วยนะครับ ว่าที่ MWIT37, 38 ทั้งหลาย สาเหตุที่ผมคิดว่าคุ้มค่าแก่การมา ก็คือ
1.ได้เพื่อนใหม่ — ถึงแม้เราจะไม่ได้ติดรอบสอง แต่เราก็ยังได้เพื่อนที่ผ่านรอบแรกมาด้วยกันกลับไปครับ ซึ่งแค่นั้นก็อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของคนๆ หนึ่งได้เลยทีเดียว
2.ได้ลองใช้ชีวิตในหอ — สำหรับหลายคนนี่อาจเป็นครั้งแรกครับ จะได้ลองสัมผัสว่าถ้าต้องอยู่ที่นี่จริงๆ เราจะอดทนและมีความสุขตลอด 3 ปีได้ไหม?
3.กิจกรรมสนุกๆ เต็มๆ — มีเควสและกิจกรรมให้ทำเพียบเลยครับ นอกจากได้ความสนุกแล้ว เราอาจได้เพื่อนต่างถิ่นกลับไปด้วย! (ธีมและรายละเอียดกิจกรรมจะเปลี่ยนทุกปี ไม่ซ้ำเดิมแน่นอนครับ)
8. ช่วงเครียดหนัก (สอบที่ไหนก็ไม่ติด 😰)
เชื่อว่าหลายคนคงงงกับชื่อหัวข้อนี้ 555 แต่จริงๆ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แค่อยากเล่าให้ฟังว่า...
ผมเป็นหนึ่งในคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียน ม.4 ที่ MWIT ตั้งแต่แรกครับ เลยไม่ได้ติวคอร์สเยอะมาก เพราะเห็นเพื่อนๆ ติวกันแทบตายเพื่อสอบเข้าที่นี่
ก็เลยคิดในใจว่า
ถ้ามาอยู่แล้ว ที่นี่คงไม่ใช่ที่ของเรา แต่แล้ว... พอ วมว.-มข. ที่อยากเข้ามากที่สุดประกาศผลว่าไม่ติด ก็ได้เวลาเครียดตามชื่อหัวข้อซะเลยครับ 555
ตอนนั้นยังไม่มีที่ไหนประกาศเลยนอกจาก วมว. ส่วน จภ. ก็ไปสอบไม่ได้เพราะตรงกับวันเข้าค่าย Pre-MWIT พอดี ทำให้ช่วงนั้นเครียดอย่างบอกไม่ถูกครับ แต่ก็ยังดี ไม่กี่วันถัดมา ผลสอบห้องพิเศษโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนก็ออกมาว่าผมติดครับ ก็โล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง (เกือบได้เป็นเด็กขอนแก่นแล้วหล่า)
ขณะที่กำลังเช็คเมลอยู่ ก็ไปเหลือบเห็นเมลจากโครงการ
ทุน พสวท. ม.ปลาย พอดีเลยครับ (คนละโครงการกับระดับปริญญาตรี/โท/เอก นะครับ) เขาส่งมาให้ยืนยันว่าจะมาสอบรอบสอง ผมที่ไม่มีทางเลือกเยอะมากนักก็เลยตัดสินใจลองไปดูสักตั้ง และแล้วก็มาถึงสนามสุดท้ายสำหรับผม นั่นก็คือ
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ครับ ลงสายวิทย์-คณิตตามสันดาน ผลปรากฏว่า... ไม่ติดครับ จบตามขั้นตอน ส่วนกำเนิดวิทย์นั้นก็ไม่ผ่านรอบแรกไปตั้งแต่แรกแล้ว
จนกระทั่ง ในวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ น.
รายการใหม่ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าเว็บ apply.mwit.ac.th อย่างที่คาดการณ์ไว้ — นั่นคือประกาศรายชื่อตัวจริงและตัวสำรองทั้ง ๔๘๐ คนครับ
ส่วนผมในตอนนั้น... กำลังปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำอย่างสบายใจ 😌
พอมีคนโทรมาแจ้งข่าว ก็รู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษขึ้นมาทันทีเลยครับ
9. บทสรุป
ถ้าจะให้สรุปทุกอย่างที่ผ่านมาในกระทู้นี้ในหนึ่งประโยค ก็คงต้องพูดว่า...
มันไม่ง่ายเลยครับ
ตั้งแต่วันแรกที่นั่งทำโจทย์ทีละข้อ สอบรอบแรก รอผล สอบรอบสอง รอผล เข้าค่าย แล้วก็วนซ้ำรูปแบบเดิมกับสนามสอบอื่นๆ อีกหลายที่
— ทุกขั้นตอนล้วนสอนอะไรบางอย่างให้ผมเสมอ แม้แต่ในวันที่รู้สึกว่าตัวเองพลาดและล้มเหลว
สิ่งที่อยากฝากไว้มากที่สุดคือ
"การไม่ติดที่หนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งพอ"
มันแค่แปลว่าที่นั่นอาจไม่ใช่ที่ที่เราควรจะอยู่ครับ
วมว.-มข. ที่อยากไปมากที่สุดก็ไม่ได้ เตรียมอุดมก็ไม่ติด กำเนิดวิทย์ก็สะดุดตั้งแต่รอบแรก แต่สุดท้ายก็ได้เจอกับ MWIT —
โรงเรียนที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
บางทีชีวิตมันตลกดีนะครับ เราวางแผนไว้อย่าง แต่มันพาเราไปอีกทาง แล้วทางนั้นก็อาจดีกว่าที่เคยคาดไว้ด้วยซ้ำ
สำหรับน้องๆ ที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะอยู่ช่วงก่อนสอบ ระหว่างรอผล หรือเพิ่งรู้ว่าไม่ติดที่ที่อยากไป ขอบอกไว้ว่า
ความรู้สึกนั้น
มันเป็นเรื่องปกติมากครับ และคุณไม่ได้อยู่คนเดียว
ร้องไห้ได้ เสียใจได้ แต่อย่าหยุดอยู่กับมันนานเกินไปนะครับ เพราะยังมีอีกหลายประตูที่รอให้เราเปิดอยู่เสมอ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ เพื่อน น้อง หรือผู้ปกครอง ผมหวังแค่ว่ากระทู้สองตอนนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับใครสักคนได้บ้าง แม้จะเพียงคนเดียวก็ยังดีครับ
แล้วพบกันที่ MWIT นะครับ 🙂
โดย ชายนิรนาม นามปากกา : maijampen (ไม่จำเป็น) mwit36 eiei
เล่าประสบการณ์ส่วนตัวหลังจากการสอบติดตัวจริง MWIT 36 แต่ไม่ติดเตรียมอุดม/KVIS/วมว จะเป็นยังไงไปดูวว [part 2]
1.หนังสือที่ใช้สอบ
2.คอร์สเรียนออนไลน์ที่ใช้ในการเตรียมตัว
3.ก่อนสอบรอบแรก 100 วัน
4.วันสอบรอบแรก
5.วันประกาศผลรอบแรก
6.ก่อนสอบรอบสอง + วันสอบรอบสอง
👉🏻👉🏻 7.ค่าย Pre-MWIT
8.ช่วงเครียดหนัก (สอบที่ไหนก็ไม่ติด 😰)
9.บทสรุป
7.ค่าย Pre-MWIT
ค่าย Pre-MWIT เป็นค่ายที่จัดขึ้นเพื่อแนะนำแนวทางการจัดการศึกษาและอุดมการณ์ของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ สำหรับนักเรียน ม.3 ที่ผ่านการสอบคัดเลือกรอบแรก โดยจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงหลังวันสอบรอบสองเสร็จครับ
ส่วนตัวผมแนะนำว่าค่ายนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ เพราะมันให้อะไรเราหลายอย่างมากเลย เก็บไปพิจารณาด้วยนะครับ ว่าที่ MWIT37, 38 ทั้งหลาย สาเหตุที่ผมคิดว่าคุ้มค่าแก่การมา ก็คือ
1.ได้เพื่อนใหม่ — ถึงแม้เราจะไม่ได้ติดรอบสอง แต่เราก็ยังได้เพื่อนที่ผ่านรอบแรกมาด้วยกันกลับไปครับ ซึ่งแค่นั้นก็อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของคนๆ หนึ่งได้เลยทีเดียว
2.ได้ลองใช้ชีวิตในหอ — สำหรับหลายคนนี่อาจเป็นครั้งแรกครับ จะได้ลองสัมผัสว่าถ้าต้องอยู่ที่นี่จริงๆ เราจะอดทนและมีความสุขตลอด 3 ปีได้ไหม?
3.กิจกรรมสนุกๆ เต็มๆ — มีเควสและกิจกรรมให้ทำเพียบเลยครับ นอกจากได้ความสนุกแล้ว เราอาจได้เพื่อนต่างถิ่นกลับไปด้วย! (ธีมและรายละเอียดกิจกรรมจะเปลี่ยนทุกปี ไม่ซ้ำเดิมแน่นอนครับ)
8. ช่วงเครียดหนัก (สอบที่ไหนก็ไม่ติด 😰)
เชื่อว่าหลายคนคงงงกับชื่อหัวข้อนี้ 555 แต่จริงๆ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แค่อยากเล่าให้ฟังว่า...
ผมเป็นหนึ่งในคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียน ม.4 ที่ MWIT ตั้งแต่แรกครับ เลยไม่ได้ติวคอร์สเยอะมาก เพราะเห็นเพื่อนๆ ติวกันแทบตายเพื่อสอบเข้าที่นี่
ก็เลยคิดในใจว่า ถ้ามาอยู่แล้ว ที่นี่คงไม่ใช่ที่ของเรา แต่แล้ว... พอ วมว.-มข. ที่อยากเข้ามากที่สุดประกาศผลว่าไม่ติด ก็ได้เวลาเครียดตามชื่อหัวข้อซะเลยครับ 555
ตอนนั้นยังไม่มีที่ไหนประกาศเลยนอกจาก วมว. ส่วน จภ. ก็ไปสอบไม่ได้เพราะตรงกับวันเข้าค่าย Pre-MWIT พอดี ทำให้ช่วงนั้นเครียดอย่างบอกไม่ถูกครับ แต่ก็ยังดี ไม่กี่วันถัดมา ผลสอบห้องพิเศษโรงเรียนขอนแก่นวิทยายนก็ออกมาว่าผมติดครับ ก็โล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง (เกือบได้เป็นเด็กขอนแก่นแล้วหล่า)
ขณะที่กำลังเช็คเมลอยู่ ก็ไปเหลือบเห็นเมลจากโครงการ ทุน พสวท. ม.ปลาย พอดีเลยครับ (คนละโครงการกับระดับปริญญาตรี/โท/เอก นะครับ) เขาส่งมาให้ยืนยันว่าจะมาสอบรอบสอง ผมที่ไม่มีทางเลือกเยอะมากนักก็เลยตัดสินใจลองไปดูสักตั้ง และแล้วก็มาถึงสนามสุดท้ายสำหรับผม นั่นก็คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ครับ ลงสายวิทย์-คณิตตามสันดาน ผลปรากฏว่า... ไม่ติดครับ จบตามขั้นตอน ส่วนกำเนิดวิทย์นั้นก็ไม่ผ่านรอบแรกไปตั้งแต่แรกแล้ว
จนกระทั่ง ในวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ น.
รายการใหม่ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าเว็บ apply.mwit.ac.th อย่างที่คาดการณ์ไว้ — นั่นคือประกาศรายชื่อตัวจริงและตัวสำรองทั้ง ๔๘๐ คนครับ
ส่วนผมในตอนนั้น... กำลังปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำอย่างสบายใจ 😌
พอมีคนโทรมาแจ้งข่าว ก็รู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษขึ้นมาทันทีเลยครับ
9. บทสรุป
ถ้าจะให้สรุปทุกอย่างที่ผ่านมาในกระทู้นี้ในหนึ่งประโยค ก็คงต้องพูดว่า... มันไม่ง่ายเลยครับ
ตั้งแต่วันแรกที่นั่งทำโจทย์ทีละข้อ สอบรอบแรก รอผล สอบรอบสอง รอผล เข้าค่าย แล้วก็วนซ้ำรูปแบบเดิมกับสนามสอบอื่นๆ อีกหลายที่
— ทุกขั้นตอนล้วนสอนอะไรบางอย่างให้ผมเสมอ แม้แต่ในวันที่รู้สึกว่าตัวเองพลาดและล้มเหลว
สิ่งที่อยากฝากไว้มากที่สุดคือ
"การไม่ติดที่หนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งพอ"
มันแค่แปลว่าที่นั่นอาจไม่ใช่ที่ที่เราควรจะอยู่ครับ
วมว.-มข. ที่อยากไปมากที่สุดก็ไม่ได้ เตรียมอุดมก็ไม่ติด กำเนิดวิทย์ก็สะดุดตั้งแต่รอบแรก แต่สุดท้ายก็ได้เจอกับ MWIT —
โรงเรียนที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
บางทีชีวิตมันตลกดีนะครับ เราวางแผนไว้อย่าง แต่มันพาเราไปอีกทาง แล้วทางนั้นก็อาจดีกว่าที่เคยคาดไว้ด้วยซ้ำ
สำหรับน้องๆ ที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะอยู่ช่วงก่อนสอบ ระหว่างรอผล หรือเพิ่งรู้ว่าไม่ติดที่ที่อยากไป ขอบอกไว้ว่า
ความรู้สึกนั้น มันเป็นเรื่องปกติมากครับ และคุณไม่ได้อยู่คนเดียว
ร้องไห้ได้ เสียใจได้ แต่อย่าหยุดอยู่กับมันนานเกินไปนะครับ เพราะยังมีอีกหลายประตูที่รอให้เราเปิดอยู่เสมอ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ เพื่อน น้อง หรือผู้ปกครอง ผมหวังแค่ว่ากระทู้สองตอนนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับใครสักคนได้บ้าง แม้จะเพียงคนเดียวก็ยังดีครับ
แล้วพบกันที่ MWIT นะครับ 🙂
โดย ชายนิรนาม นามปากกา : maijampen (ไม่จำเป็น) mwit36 eiei