คำโปรย : มาครับ.. ขอเข้าโหมดจริงจังนิดนึง
ก่อนอื่นเลย ผมต้องบอกว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครหรือสถาบันไหนเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้เขียนแค่อยากให้กระทู้นี้เป็นเหมือนแสงส่องทาง เป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ น้องๆ หรือผู้ปกครองที่กำลังหาข้อมูลอยู่ เพราะความ "ไม่รู้" นี่แหละครับ ที่บางทีทำให้เราพลาดโอกาสหลายๆ อย่างในชีวิตไป ซึ่งก็ต้องพูดเหมือนที่หลายคนบอกกันว่า
บางทีนี่อาจจะไม่ใช่จังหวะชีวิตของเรา เราเพียงแต่ต้องปล่อยมันไป แล้วจดจำความรู้สึกนั้นไว้ครับ (ดึงซึ้งทำไมเนี่ย 555)
ต้องเรียนผู้อ่านทุกท่านว่า ผมพยายามเรียบเรียงสุดความสามารถของเด็กอายุ 15 คนนี้แล้วนะครับ แต่ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึก "เอ๊ะ ตรงนี้ไม่เข้าใจ" "จะพูดวนซ้ำทำไม" 555 หรือมีข้อสงสัย ทัก DM มาคุยกันได้เลยที่
IG : tidsa._.nattt ผมจะพยายามตอบทุกข้อความ หรือใครจะทักมาคุยเล่น ปรึกษาเรื่องสอบเข้า ม.4 ก็ยินดีครับ จะตอบให้ครบทุกคนเลย 😊😊
ผมทำเป็นสารบัญมาเพื่อให้เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดครับ (บทความนี้เน้น MWIT เป็นหลักนะครับ)
1.หนังสือที่ใช้สอบ
2.คอร์สเรียนออนไลน์ที่ใช้ในการเตรียมตัว
3.ก่อนสอบรอบแรก 100 วัน
4.วันสอบรอบแรก
5.วันประกาศผลรอบแรก
6.ก่อนสอบรอบสอง + วันสอบรอบสอง
7.ค่าย Pre-MWIT
8.ช่วงเครียดหนัก (สอบที่ไหนก็ไม่ติด 😰)
9.บทสรุป
ทำความรู้จัก MWIT กันสักนิด (สำหรับคนยังไม่รู้)
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (Mahidol Wittayanusorn School) เป็นโรงเรียนมัธยมปลายที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ครับ โรงเรียนนี้เป็นองค์การมหาชนที่มีระบบคัดเลือกนักเรียนของตัวเองและ
การแข่งขันสูงมาก (เช่น ปี 2562 มีคนสอบหมื่นกว่าคน แต่รับแค่ 240 คน อัตราการรับคือ 1.7%)
ใครที่สอบติดจะได้
ทุนการศึกษาเต็มจำนวน ครอบคลุมทั้งค่าเรียน ที่พัก อาหาร และการวิจัย เป้าหมายของโรงเรียนคือการสร้างฐานนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของประเทศครับ เน้นการเรียนรู้ผ่านการทำโครงงานและการปฏิบัติจริง
ระบบการสอบและ Timeline (อิงจากปีที่ผมสอบ - ปีการศึกษา 2569)

สำหรับรอบแรก จะเป็นการสอบที่ศูนย์สอบประจำจังหวัดของนักเรียนครับ
ข้อสอบรอบแรกจะใช้ข้อสอบเดียวกันทุกโครงการ (MWIT, จภ., วมว., พสวท.) แล้วสถาบันต่างๆ จะเอาคะแนนไปเรียงลำดับตามเกณฑ์ของตัวเอง
พอมา
รอบสอง จะสังเกตว่าแต่ละที่ไม่ค่อยตรงกัน ทำให้เราสามารถไปสอบหลายสนามเพื่อเก็บไว้เป็นตัวเลือกได้ครับ (จัดสอบประมาณกลางเดือนมกราคม)
ติด MWIT: ต้องไปสอบที่ MWIT ตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม
ติด วมว. : ไปสอบตามศูนย์มหาวิทยาลัยที่เราเลือกไว้ (เช่น ศูนย์ มข. ก็ไปสอบที่ มข.) ซึ่งปีที่ผมสอบ วมว. รอบสองใช้ข้อสอบส่วนกลางเหมือนกันทุกศูนย์ แล้วไปเรียงลำดับคะแนนกันเองในศูนย์นั้นๆ ครับ (มีเกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษขั้นต่ำด้วย แต่ไม่เอามารวมคิดคะแนนสุดท้าย ลองหาอ่านรายละเอียดในเว็บกระทรวง อว. ได้เลยครับ)
1.หนังสือใช้เตรียมตัวสอบ
ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงมากหรอกครับ ผมใช้หนังสือติวสอบเข้า ม.4 ทั่วไปเนี่ยแหล่ะ แต่ที่ผมแนะนำก็มี 1.หนังสือพิฆาต 2.Super Science พวกนี้
ทริคส่วนตัว: ผมเน้นตั้งใจเรียนในห้องให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยมาฝึกโจทย์ตามหนังสือพวกนี้ เพราะเนื้อหารอบแรกจะออกแค่ถึงระดับ ม.2 เท่านั้นครับ
คำแนะนำ: ทำวันละนิดวันละหน่อย วันละ 30-60 นาทีก็พอครับ ไม่เครียดเกินไป แต่ขอให้มีวินัย ทำทุกวันจนชำนาญ
Mindset สำคัญมาก: อย่ากลัวโจทย์ ข้อไหนทำไม่ได้อย่าเพิ่งเฟล อย่าเพิ่งด่าตัวเองว่าโง่ ให้คิดซะว่านี่คือการเรียนรู้ เพราะก่อนที่เราจะทำถูก เราก็ต้องเคยทำผิดมาก่อนเสมอครับ พก Growth Mindset ติดตัวไว้ดีที่สุด
2.คอร์สเรียนออนไลน์ที่ใช้ในการเตรียมตัว
ผมอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ ม.ต้น เลยไม่สะดวกไปเรียนออนไซต์ อาศัยการฝึกทำโจทย์และเรียนออนไลน์เป็นหลักครับ สรุปคอร์สที่ผมใช้ตามนี้เลย:

1.เรียนเคมีกับเคมี อ.อ็ (คอร์สเนื้อหา + ตะลุยโจทย์) : เรียนเรื่อยๆ 1 ปีก่อนสอบรอบแรก
2.เรียนฟิสิกส์กับอจารย์เผา Applied Physics (คอร์สตะลุยโจทย์) : เรียน 2 เดือนก่อนสอบรอบแรก
3.เรียนฟิสิกส์กับหมอบีม Biobeam (คอร์สตะลุยโจทย์) : เรียน 1-2 เดือนก่อนสอบรอบแรก
4.ส่วนคณิต ผมเลิกกับเรียนกับ SupK ตั้งแต่ ม.2 ล่ะ ส่วนตัวมองว่าเพราะมันไม่คุ้มค่าทั้งดรื่องเงินและเวลา 🙂↕️🙂↕️
คำแนะนำจากพี่ถึงน้อง: ถ้าเป็นไปได้ ลองฝึกทำโจทย์ด้วยตัวเองก่อนครับ ประหยัดเงินไปได้เยอะมาก แต่ถ้าใครรู้ตัวว่าบังคับตัวเองให้อ่านหนังสือไม่ได้ ก็ลงคอร์สเรียนไปเลยครับ
แต่จำไว้ว่าเรียนออนไลน์ต้องมีวินัย 300% นะครับ ไม่เหมาะกับคนสติหลุดหรือวอกแวกง่ายเด็ดขาด
3.ก่อนสอบรอบแรก 100 วัน

วิธีการเตรียมตัวของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ บางคนฟังคลิปแล้วเก็ตเลย บางคนดูติวฟรีใน YouTube (ซึ่งของฟรีดีๆ เยอะมาก!) แล้วไม่เข้าใจ ต้องหาคนมาอธิบายซ้ำในภาษาที่ตรงจริตกับตัวเอง
สิ่งที่ต้องทำคือ "ตั้งเป้าหมายให้ชัด": อยากเข้าโรงเรียนไหน เพราะอะไร? แล้วมุ่งไปที่จุดนั้น แต่อย่าไป "ยึดติด" จนเกินไปนะครับ เพราะถ้าพลาดขึ้นมาเราจะเสียใจเหมือนโลกแตก (ตอนแรกผมอยากเข้า วมว. มข. มากๆ เพราะใกล้บ้าน เดินทางสะดวก มีโควต้าอีสานตอนเข้ามหาลัย แต่โชคชะตาก็เล่นตลก 555 เดี๋ยวเล่าต่อในหัวข้อที่ 8 ครับ)
หลายคนคิดว่าเตรียมตัวแค่ 4-5 เดือนจะไม่ทัน...
ผมกล้าพูดเต็มปากเลยว่า "ทันครับ!" ถ้าเราทุ่มเทกับมันจริงๆ เลิกเรียนกลับบ้านมา ทำโจทย์วันละ 2-3 ชั่วโมง ยังไงก็ทัน
คำถาม : แนะนำวิธีเตรียมตัวสอบเข้าหน่อยค่ะะ
ตอบสั้นๆ : ทำโจทย์ครับ ทำเยอะๆไปเลยยครับ แค่นั้นแหล่ะครับ
4.วันสอบรอบแรก
คำถาม : ควรทำยังไงกับวันสอบรอบแรก
ตอบสั้นๆ : ควรมีสติครับ กับข้อสอบเอ่ย กับร่างกายตัวเองเอ่ย แค่นั้นครับ
ก่อนสอบ 1 วัน ผมไม่แตะหนังสือเลยครับ จำได้ว่าวันนั้นเข้านอนตั้งแต่ 2-3 ทุ่มเลย (ขณะที่เพื่อนบางคนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ) การนอนเร็วทำให้เราตื่นมาอย่างสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และมีสมาธิทำข้อสอบ ไม่นั่งง่วงสัปหงกแบบเพื่อนผม 555
โชคดีที่โรงเรียนผมมีนโยบายพานักเรียนไปสอบ เลยไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการเดินทาง แต่คำแนะนำคือ
ควรไปถึงสนามสอบให้เช้าหน่อย จะได้มีเวลากินข้าว เข้าห้องน้ำ และเตรียมใจให้พร้อมครับ
และก็อย่าเป็นแบบผมนะครับที่ลืมเข้าห้องน้ำก่อนเข้าห้องสอบ ถ้าว่าเป็นยังไง เข้าห้องไปนั่งทำคณิตได้ 2-3 นาทีต้องออกมาเข้าห้องน้ำครับ
ทริคและเทคนิคในห้องสอบ
มีสติ ทำเต็มที่ จดจ่อแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า! ตอนนั่งทำ ผมไม่ได้มานั่งกังวลหรือนับคะแนนในหัวเลยครับ (แบบ... เอ๊ะ ฉันทำได้กี่ข้อแล้วนะ) โฟกัสแค่ข้อสอบตรงหน้าก็พอ
เตรียมตัวไปเยอะๆ ถ้าเป็นไปได้ ฝึกจับเวลาทำข้อสอบจากบ้านมาเลยจะดีมากครับ ถือเป็นการจำลองสถานการณ์จริง (ถึงแม้ตัวผมเองจะไม่ได้ทำ)
คณิตศาสตร์ : ให้คิดซะว่าเป็น
Speed Test เลยครับ! ข้อสอบออกแบบมาเพื่อทดสอบความคล่องแคล่วของผู้สอบ เท่าที่จำได้เนื้อหาไม่ได้ออกเกินหลักสูตรครับ แต่จะมี
พาร์ท Unseen ที่เขาจะมีบทความยาวๆ มาให้อ่าน แล้วให้เราประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อตอบคำถามในหน้าท้ายๆ (ทดสอบความสามารถในการประยุกต์และความยืดหยุ่น) ส่วนเนื้อหาบทอื่นๆ ก็ออกเฉลี่ยพอๆ กันครับ... แต่สารภาพตามตรงว่าผมดันอ่อนเรขาคณิต ข้อไหนมีรูปเรขาฯ ผมเทเลยครับ 😓
วิทยาศาสตร์ : มาในแนว
PISA เลยครับ คือเน้นให้อ่านบทความ วิเคราะห์ข้อมูล แล้วค่อยตอบ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากไปเลย ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนจริงๆ ตอนที่ผมสอบ พาร์ทฟิสิกส์ออกคำนวณน้อยมาก ไม่เน้นท่องจำสูตร (จำได้แม่นว่ามีข้อ "มดบนไม้บรรทัด" ใครสอบปีเดียวกันน่าจะรู้ซึ้ง)
แหล่งฝึกทำโจทย์ : แนะนำให้ลองหาข้อสอบแนว PISA มาทำดูครับ ถือว่าช่วยได้เยอะมาก หรือจะเป็นข้อสอบ TEDET และข้อสอบในหนังสือ/หลักสูตรของ สสวท. ก็เอามาปรับใช้ได้หมดครับ
พอเดินออกจากห้องสอบปุ๊บ ปล่อยตัวลอยเลยครับ! ส่วนตัวผมไม่ได้ไปนั่งเช็คคำตอบกับเฉลยที่ติวเตอร์ทำออกมาหลังสอบนะ (ไม่ใช่อะไร ตอนนั้นขี้เกียจครับ อีกอย่างคือแอบเสียดายข้อหมากรุกที่พลาดคะแนนไปง่ายๆ ด้วย) ในเมื่อเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว และเราก็ทำเต็มที่ที่สุดในโมเมนต์นั้นไปแล้ว ก็ต้องปล่อยมันไปครับ
5.วันประกาศผลรอบแรก
สั้นๆง่ายๆ ก็ ตกใจ มากครับ ตอนเพื่อนบอกว่ามีชื่อ ไม่คิดว่าตัวเองจะติดทั้งที่ทำผิดไปเยอะขนาดนั้น
6.ก่อนสอบรอบสอง + วันสอบรอบสอง

คำถาม : ข้อสอบ MWIT รอบสองเป็นแบบปฎิบัติไหมคะ
ตอบ : เป็นครับ แต่แล็ปไม่น่าเกินหลักสูตรแน่นอนครับ
อ่านแล้วอาจจะคิดว่า แสดงว่ามีส่วนที่เกินหลักสูตรด้วยหรอ ก็ต้องบอกว่าใช่ครับ มีเนื้อหาที่เกินหลักสูตร ม.ต้นไป คือเรื่องไฟฟ้าเคมี ที่เรียนตอน ม.5 ครับ

credit : คุณ CK fastfood จากกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท "เส้นทางสู่ MWIT" ครับ
หลังจากผ่านรอบแรกมาได้ ความกดดันจะเพิ่มขึ้นอีกระดับครับ แต่วิธีรับมือของผมคือ
"การเตรียมตัวแบบเน้นคุณภาพ"
โค้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนสอบ: ผมตัดสินใจลาโรงเรียนมาติวที่บ้านเลยครับ (ส่วนตัวมองว่าคุ้มมาก) แนวทางที่ผมใช้คือ:
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลัง 3 ปี: ผมหาแนวข้อสอบรอบสองที่มีคน "จำออกมา" มาลองทำครับ
Mindset สำคัญ: ผมไม่ได้ทำเพราะคิดว่าข้อสอบจะออกเหมือนเดิมเป๊ะๆ นะ แต่ทำเพื่อให้เรา
"รู้อารมณ์คนออกข้อสอบ" ว่าเขาต้องการวัดอะไรกันแน่? มีจุดไหนที่เรายังไม่แม่นไหม?
ทบทวนเนื้อหาเก่า: บางเรื่องเราเรียนมาตั้งแต่ ม.1 จนลืมไปหมดแล้ว แต่โรงเรียนเอามาออกสอบ! ดังนั้นการทบทวนอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมากครับ
ก่อนสอบ 1 วัน ผมก็ออกเดินทางไปนอนพักครับ ที่ MUplace ถือว่าดีเลยครับ ราคาน่ารัก ไม่ไกลโรงเรียนมากด้วย (เขาไม่ได้จ่ายนะครับ)
วันสอบ : ผมก็เดินออกจากที่พักไปขึ้นรถเมล์ที่ผ่านหน้าโรงเรียนเลยครับ ข้ามถนนไป แวะถ่ายรูป แล้วก็เข้าโรงเรียนเลยครับ ข้อสอบปีผมแบ่งเป็น 3 ชุด เริ่มสอบตั้งแต่ช่วง 09:00 ถึง 12:30 แจกทีละชุด แล้วก็เก็บพร้อมกันครับโดยที่ชุดแรกจะมีคณิตอยู่ข้อหนึ่ง ที่เหลือก็เป็นวิทย์วิเคราห์ เขียนตอบหมดครับ มีเรื่อง ACGT ที่
เป็นคำย่อของเบสทั้งสี่ชนิดที่พบในโมเลกุล DNA ได้แก่ อะดีนีน (A), ไซโตซีน (C), กัวนีน (G) และไทมีน (T) อยู่ครับ ใครได้ตรงนี้ไป ก็ถือว่าได้เปรียบอยู่พอสมควร
[เดี๋ยวต่อ part 2 นะครับ พอดีเกิน limit 1 หมื่นตัวอักษรของเว้ปพันทิพย์]
เล่าประสบการณ์ส่วนตัวหลังจากการสอบติดตัวจริง MWIT 36 แต่ไม่ติดเตรียมอุดม/KVIS/วมว จะเป็นยังไงไปดูวว
ก่อนอื่นเลย ผมต้องบอกว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครหรือสถาบันไหนเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้เขียนแค่อยากให้กระทู้นี้เป็นเหมือนแสงส่องทาง เป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ น้องๆ หรือผู้ปกครองที่กำลังหาข้อมูลอยู่ เพราะความ "ไม่รู้" นี่แหละครับ ที่บางทีทำให้เราพลาดโอกาสหลายๆ อย่างในชีวิตไป ซึ่งก็ต้องพูดเหมือนที่หลายคนบอกกันว่า บางทีนี่อาจจะไม่ใช่จังหวะชีวิตของเรา เราเพียงแต่ต้องปล่อยมันไป แล้วจดจำความรู้สึกนั้นไว้ครับ (ดึงซึ้งทำไมเนี่ย 555)
ต้องเรียนผู้อ่านทุกท่านว่า ผมพยายามเรียบเรียงสุดความสามารถของเด็กอายุ 15 คนนี้แล้วนะครับ แต่ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึก "เอ๊ะ ตรงนี้ไม่เข้าใจ" "จะพูดวนซ้ำทำไม" 555 หรือมีข้อสงสัย ทัก DM มาคุยกันได้เลยที่ IG : tidsa._.nattt ผมจะพยายามตอบทุกข้อความ หรือใครจะทักมาคุยเล่น ปรึกษาเรื่องสอบเข้า ม.4 ก็ยินดีครับ จะตอบให้ครบทุกคนเลย 😊😊
ผมทำเป็นสารบัญมาเพื่อให้เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดครับ (บทความนี้เน้น MWIT เป็นหลักนะครับ)
1.หนังสือที่ใช้สอบ
2.คอร์สเรียนออนไลน์ที่ใช้ในการเตรียมตัว
3.ก่อนสอบรอบแรก 100 วัน
4.วันสอบรอบแรก
5.วันประกาศผลรอบแรก
6.ก่อนสอบรอบสอง + วันสอบรอบสอง
7.ค่าย Pre-MWIT
8.ช่วงเครียดหนัก (สอบที่ไหนก็ไม่ติด 😰)
9.บทสรุป
ทำความรู้จัก MWIT กันสักนิด (สำหรับคนยังไม่รู้)
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (Mahidol Wittayanusorn School) เป็นโรงเรียนมัธยมปลายที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ครับ โรงเรียนนี้เป็นองค์การมหาชนที่มีระบบคัดเลือกนักเรียนของตัวเองและ การแข่งขันสูงมาก (เช่น ปี 2562 มีคนสอบหมื่นกว่าคน แต่รับแค่ 240 คน อัตราการรับคือ 1.7%)
ใครที่สอบติดจะได้ ทุนการศึกษาเต็มจำนวน ครอบคลุมทั้งค่าเรียน ที่พัก อาหาร และการวิจัย เป้าหมายของโรงเรียนคือการสร้างฐานนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของประเทศครับ เน้นการเรียนรู้ผ่านการทำโครงงานและการปฏิบัติจริง
ระบบการสอบและ Timeline (อิงจากปีที่ผมสอบ - ปีการศึกษา 2569)
สำหรับรอบแรก จะเป็นการสอบที่ศูนย์สอบประจำจังหวัดของนักเรียนครับ ข้อสอบรอบแรกจะใช้ข้อสอบเดียวกันทุกโครงการ (MWIT, จภ., วมว., พสวท.) แล้วสถาบันต่างๆ จะเอาคะแนนไปเรียงลำดับตามเกณฑ์ของตัวเอง
พอมา รอบสอง จะสังเกตว่าแต่ละที่ไม่ค่อยตรงกัน ทำให้เราสามารถไปสอบหลายสนามเพื่อเก็บไว้เป็นตัวเลือกได้ครับ (จัดสอบประมาณกลางเดือนมกราคม)
ติด MWIT: ต้องไปสอบที่ MWIT ตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม
ติด วมว. : ไปสอบตามศูนย์มหาวิทยาลัยที่เราเลือกไว้ (เช่น ศูนย์ มข. ก็ไปสอบที่ มข.) ซึ่งปีที่ผมสอบ วมว. รอบสองใช้ข้อสอบส่วนกลางเหมือนกันทุกศูนย์ แล้วไปเรียงลำดับคะแนนกันเองในศูนย์นั้นๆ ครับ (มีเกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษขั้นต่ำด้วย แต่ไม่เอามารวมคิดคะแนนสุดท้าย ลองหาอ่านรายละเอียดในเว็บกระทรวง อว. ได้เลยครับ)
1.หนังสือใช้เตรียมตัวสอบ
ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงมากหรอกครับ ผมใช้หนังสือติวสอบเข้า ม.4 ทั่วไปเนี่ยแหล่ะ แต่ที่ผมแนะนำก็มี 1.หนังสือพิฆาต 2.Super Science พวกนี้
1.เรียนเคมีกับเคมี อ.อ็ (คอร์สเนื้อหา + ตะลุยโจทย์) : เรียนเรื่อยๆ 1 ปีก่อนสอบรอบแรก
2.เรียนฟิสิกส์กับอจารย์เผา Applied Physics (คอร์สตะลุยโจทย์) : เรียน 2 เดือนก่อนสอบรอบแรก
3.เรียนฟิสิกส์กับหมอบีม Biobeam (คอร์สตะลุยโจทย์) : เรียน 1-2 เดือนก่อนสอบรอบแรก
4.ส่วนคณิต ผมเลิกกับเรียนกับ SupK ตั้งแต่ ม.2 ล่ะ ส่วนตัวมองว่าเพราะมันไม่คุ้มค่าทั้งดรื่องเงินและเวลา 🙂↕️🙂↕️
คำแนะนำจากพี่ถึงน้อง: ถ้าเป็นไปได้ ลองฝึกทำโจทย์ด้วยตัวเองก่อนครับ ประหยัดเงินไปได้เยอะมาก แต่ถ้าใครรู้ตัวว่าบังคับตัวเองให้อ่านหนังสือไม่ได้ ก็ลงคอร์สเรียนไปเลยครับ แต่จำไว้ว่าเรียนออนไลน์ต้องมีวินัย 300% นะครับ ไม่เหมาะกับคนสติหลุดหรือวอกแวกง่ายเด็ดขาด
3.ก่อนสอบรอบแรก 100 วัน
วิธีการเตรียมตัวของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ บางคนฟังคลิปแล้วเก็ตเลย บางคนดูติวฟรีใน YouTube (ซึ่งของฟรีดีๆ เยอะมาก!) แล้วไม่เข้าใจ ต้องหาคนมาอธิบายซ้ำในภาษาที่ตรงจริตกับตัวเอง
สิ่งที่ต้องทำคือ "ตั้งเป้าหมายให้ชัด": อยากเข้าโรงเรียนไหน เพราะอะไร? แล้วมุ่งไปที่จุดนั้น แต่อย่าไป "ยึดติด" จนเกินไปนะครับ เพราะถ้าพลาดขึ้นมาเราจะเสียใจเหมือนโลกแตก (ตอนแรกผมอยากเข้า วมว. มข. มากๆ เพราะใกล้บ้าน เดินทางสะดวก มีโควต้าอีสานตอนเข้ามหาลัย แต่โชคชะตาก็เล่นตลก 555 เดี๋ยวเล่าต่อในหัวข้อที่ 8 ครับ)
หลายคนคิดว่าเตรียมตัวแค่ 4-5 เดือนจะไม่ทัน... ผมกล้าพูดเต็มปากเลยว่า "ทันครับ!" ถ้าเราทุ่มเทกับมันจริงๆ เลิกเรียนกลับบ้านมา ทำโจทย์วันละ 2-3 ชั่วโมง ยังไงก็ทัน
คำถาม : แนะนำวิธีเตรียมตัวสอบเข้าหน่อยค่ะะ
ตอบสั้นๆ : ทำโจทย์ครับ ทำเยอะๆไปเลยยครับ แค่นั้นแหล่ะครับ
4.วันสอบรอบแรก
คำถาม : ควรทำยังไงกับวันสอบรอบแรก
ตอบสั้นๆ : ควรมีสติครับ กับข้อสอบเอ่ย กับร่างกายตัวเองเอ่ย แค่นั้นครับ
ก่อนสอบ 1 วัน ผมไม่แตะหนังสือเลยครับ จำได้ว่าวันนั้นเข้านอนตั้งแต่ 2-3 ทุ่มเลย (ขณะที่เพื่อนบางคนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ) การนอนเร็วทำให้เราตื่นมาอย่างสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และมีสมาธิทำข้อสอบ ไม่นั่งง่วงสัปหงกแบบเพื่อนผม 555
โชคดีที่โรงเรียนผมมีนโยบายพานักเรียนไปสอบ เลยไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการเดินทาง แต่คำแนะนำคือ ควรไปถึงสนามสอบให้เช้าหน่อย จะได้มีเวลากินข้าว เข้าห้องน้ำ และเตรียมใจให้พร้อมครับ
และก็อย่าเป็นแบบผมนะครับที่ลืมเข้าห้องน้ำก่อนเข้าห้องสอบ ถ้าว่าเป็นยังไง เข้าห้องไปนั่งทำคณิตได้ 2-3 นาทีต้องออกมาเข้าห้องน้ำครับ
ทริคและเทคนิคในห้องสอบ
มีสติ ทำเต็มที่ จดจ่อแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า! ตอนนั่งทำ ผมไม่ได้มานั่งกังวลหรือนับคะแนนในหัวเลยครับ (แบบ... เอ๊ะ ฉันทำได้กี่ข้อแล้วนะ) โฟกัสแค่ข้อสอบตรงหน้าก็พอ
เตรียมตัวไปเยอะๆ ถ้าเป็นไปได้ ฝึกจับเวลาทำข้อสอบจากบ้านมาเลยจะดีมากครับ ถือเป็นการจำลองสถานการณ์จริง (ถึงแม้ตัวผมเองจะไม่ได้ทำ)
คณิตศาสตร์ : ให้คิดซะว่าเป็น Speed Test เลยครับ! ข้อสอบออกแบบมาเพื่อทดสอบความคล่องแคล่วของผู้สอบ เท่าที่จำได้เนื้อหาไม่ได้ออกเกินหลักสูตรครับ แต่จะมี พาร์ท Unseen ที่เขาจะมีบทความยาวๆ มาให้อ่าน แล้วให้เราประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อตอบคำถามในหน้าท้ายๆ (ทดสอบความสามารถในการประยุกต์และความยืดหยุ่น) ส่วนเนื้อหาบทอื่นๆ ก็ออกเฉลี่ยพอๆ กันครับ... แต่สารภาพตามตรงว่าผมดันอ่อนเรขาคณิต ข้อไหนมีรูปเรขาฯ ผมเทเลยครับ 😓
วิทยาศาสตร์ : มาในแนว PISA เลยครับ คือเน้นให้อ่านบทความ วิเคราะห์ข้อมูล แล้วค่อยตอบ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากไปเลย ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนจริงๆ ตอนที่ผมสอบ พาร์ทฟิสิกส์ออกคำนวณน้อยมาก ไม่เน้นท่องจำสูตร (จำได้แม่นว่ามีข้อ "มดบนไม้บรรทัด" ใครสอบปีเดียวกันน่าจะรู้ซึ้ง)
พอเดินออกจากห้องสอบปุ๊บ ปล่อยตัวลอยเลยครับ! ส่วนตัวผมไม่ได้ไปนั่งเช็คคำตอบกับเฉลยที่ติวเตอร์ทำออกมาหลังสอบนะ (ไม่ใช่อะไร ตอนนั้นขี้เกียจครับ อีกอย่างคือแอบเสียดายข้อหมากรุกที่พลาดคะแนนไปง่ายๆ ด้วย) ในเมื่อเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว และเราก็ทำเต็มที่ที่สุดในโมเมนต์นั้นไปแล้ว ก็ต้องปล่อยมันไปครับ
5.วันประกาศผลรอบแรก
สั้นๆง่ายๆ ก็ ตกใจ มากครับ ตอนเพื่อนบอกว่ามีชื่อ ไม่คิดว่าตัวเองจะติดทั้งที่ทำผิดไปเยอะขนาดนั้น
6.ก่อนสอบรอบสอง + วันสอบรอบสอง
คำถาม : ข้อสอบ MWIT รอบสองเป็นแบบปฎิบัติไหมคะ
ตอบ : เป็นครับ แต่แล็ปไม่น่าเกินหลักสูตรแน่นอนครับ
อ่านแล้วอาจจะคิดว่า แสดงว่ามีส่วนที่เกินหลักสูตรด้วยหรอ ก็ต้องบอกว่าใช่ครับ มีเนื้อหาที่เกินหลักสูตร ม.ต้นไป คือเรื่องไฟฟ้าเคมี ที่เรียนตอน ม.5 ครับ
credit : คุณ CK fastfood จากกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท "เส้นทางสู่ MWIT" ครับ
หลังจากผ่านรอบแรกมาได้ ความกดดันจะเพิ่มขึ้นอีกระดับครับ แต่วิธีรับมือของผมคือ "การเตรียมตัวแบบเน้นคุณภาพ"
โค้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนสอบ: ผมตัดสินใจลาโรงเรียนมาติวที่บ้านเลยครับ (ส่วนตัวมองว่าคุ้มมาก) แนวทางที่ผมใช้คือ:
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลัง 3 ปี: ผมหาแนวข้อสอบรอบสองที่มีคน "จำออกมา" มาลองทำครับ
Mindset สำคัญ: ผมไม่ได้ทำเพราะคิดว่าข้อสอบจะออกเหมือนเดิมเป๊ะๆ นะ แต่ทำเพื่อให้เรา "รู้อารมณ์คนออกข้อสอบ" ว่าเขาต้องการวัดอะไรกันแน่? มีจุดไหนที่เรายังไม่แม่นไหม?
ทบทวนเนื้อหาเก่า: บางเรื่องเราเรียนมาตั้งแต่ ม.1 จนลืมไปหมดแล้ว แต่โรงเรียนเอามาออกสอบ! ดังนั้นการทบทวนอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมากครับ
ก่อนสอบ 1 วัน ผมก็ออกเดินทางไปนอนพักครับ ที่ MUplace ถือว่าดีเลยครับ ราคาน่ารัก ไม่ไกลโรงเรียนมากด้วย (เขาไม่ได้จ่ายนะครับ)
วันสอบ : ผมก็เดินออกจากที่พักไปขึ้นรถเมล์ที่ผ่านหน้าโรงเรียนเลยครับ ข้ามถนนไป แวะถ่ายรูป แล้วก็เข้าโรงเรียนเลยครับ ข้อสอบปีผมแบ่งเป็น 3 ชุด เริ่มสอบตั้งแต่ช่วง 09:00 ถึง 12:30 แจกทีละชุด แล้วก็เก็บพร้อมกันครับโดยที่ชุดแรกจะมีคณิตอยู่ข้อหนึ่ง ที่เหลือก็เป็นวิทย์วิเคราห์ เขียนตอบหมดครับ มีเรื่อง ACGT ที่เป็นคำย่อของเบสทั้งสี่ชนิดที่พบในโมเลกุล DNA ได้แก่ อะดีนีน (A), ไซโตซีน (C), กัวนีน (G) และไทมีน (T) อยู่ครับ ใครได้ตรงนี้ไป ก็ถือว่าได้เปรียบอยู่พอสมควร
[เดี๋ยวต่อ part 2 นะครับ พอดีเกิน limit 1 หมื่นตัวอักษรของเว้ปพันทิพย์]