มีเพื่อนใหม่ชาวสิงคโปรคุยกันเลี้ยงลูกเป็นเรื่องเรียบง่ายแต่ทำยากมากเริ่มตั้งแต่
1.ถ้าคิดจะมีลูกควรมีหารายได้หลายทาง เพราะถ้ามีงานเดียวโดนออกเมื่อไหร่ลำบากทันที ควรเริ่มลองผิดลองถูกหารายได้หรือลงทุนตั้งแต่อายุ15ปีขึ้นไป ถ้าล้มแต่อายุน้อย ไม่มีภาระ ก็ไปต่อได้ และมีโอกาสสำเร็จสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็ว จากนั้นมีลูกก็สามารถมีเวลากับลูกได้มากพอ
2.ไม่ต้องทำประกันสุขภาพเพราะเป็นการลงทุนที่เสียมากกว่าได้ แต่ต้องลงทุนวินัยแทน กิน ขี้ นอน ให้ดี
3.กิน ต้องดื่นนอนทำอาหารให้ลูกทุกวันพยายามมีผักทุกมื้อตั้งแต่เล็กๆ ผลไม้ใส่ปลอกหั่นพอคำเด็กหลังเลิกเรียนแทนขนม(ขนมกินได้สัปดาห์ละ1ชิ้น) ไม่กินน้ำหวานเด็ดขาด
4.ขี้ เมื่อกินดีจะอึประมาณวันละ2ครั้ง อึแต่ละทีเยอะมาก ให้กินน้ำบ่อยด้วย
5.นอน2ทุ่มตื่นเอง6โมงเช้าทุกวัน
กิน ขี้ นอน ให้มีวินัยอย่างเป็นระบบจึงไม่เคยไปนอนโรงพยาบาลแม้แต่ครั้งเดียว ประหยัดค่าประกันปีละ 30,000 ภูมิคุ้มกันดีมาก แม้ที่โรงเรียนระบาดมือเท้าปากแต่ลูกกินยาแล้ววิ่งเล่นต่อได้ชิลๆ
6.เลือกโรงเรียนที่ไม่เน้นวิชาการ เน้นเล่น เน้นจินตนาการ โรงเรียนสอน50% พ่อแม่50% ค่อยๆเสริมทักษะชีวิตผ่านการเล่นเลโก้ ของเล่นกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์เยอะๆ ค่อยๆเติมทักษะการซ่อมบำรุงต่างๆในบ้าน เรียนู้การแก้ปัญหาเยอะๆ เพื่อจะเป็นทักษะชีวิตในการมีทางเลือกในการหารายได้ เกี่ยวพันกันกับข้อ1
วางแผนมีลูกและเลี้ยงลูกแบบคนสิงคโปร
1.ถ้าคิดจะมีลูกควรมีหารายได้หลายทาง เพราะถ้ามีงานเดียวโดนออกเมื่อไหร่ลำบากทันที ควรเริ่มลองผิดลองถูกหารายได้หรือลงทุนตั้งแต่อายุ15ปีขึ้นไป ถ้าล้มแต่อายุน้อย ไม่มีภาระ ก็ไปต่อได้ และมีโอกาสสำเร็จสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็ว จากนั้นมีลูกก็สามารถมีเวลากับลูกได้มากพอ
2.ไม่ต้องทำประกันสุขภาพเพราะเป็นการลงทุนที่เสียมากกว่าได้ แต่ต้องลงทุนวินัยแทน กิน ขี้ นอน ให้ดี
3.กิน ต้องดื่นนอนทำอาหารให้ลูกทุกวันพยายามมีผักทุกมื้อตั้งแต่เล็กๆ ผลไม้ใส่ปลอกหั่นพอคำเด็กหลังเลิกเรียนแทนขนม(ขนมกินได้สัปดาห์ละ1ชิ้น) ไม่กินน้ำหวานเด็ดขาด
4.ขี้ เมื่อกินดีจะอึประมาณวันละ2ครั้ง อึแต่ละทีเยอะมาก ให้กินน้ำบ่อยด้วย
5.นอน2ทุ่มตื่นเอง6โมงเช้าทุกวัน
กิน ขี้ นอน ให้มีวินัยอย่างเป็นระบบจึงไม่เคยไปนอนโรงพยาบาลแม้แต่ครั้งเดียว ประหยัดค่าประกันปีละ 30,000 ภูมิคุ้มกันดีมาก แม้ที่โรงเรียนระบาดมือเท้าปากแต่ลูกกินยาแล้ววิ่งเล่นต่อได้ชิลๆ
6.เลือกโรงเรียนที่ไม่เน้นวิชาการ เน้นเล่น เน้นจินตนาการ โรงเรียนสอน50% พ่อแม่50% ค่อยๆเสริมทักษะชีวิตผ่านการเล่นเลโก้ ของเล่นกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์เยอะๆ ค่อยๆเติมทักษะการซ่อมบำรุงต่างๆในบ้าน เรียนู้การแก้ปัญหาเยอะๆ เพื่อจะเป็นทักษะชีวิตในการมีทางเลือกในการหารายได้ เกี่ยวพันกันกับข้อ1