กลับมาเที่ยววัดกันต่อกัน แบบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรมความเชื่อ พอมานั่งดู Time line ของกระทู้ที่ตั้ง พบว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปมักจะเป็นแนววัดวาอาราม สักส่วนใหญ่ ก็ได้แต่แปลกใจว่าทำไมถึงชอบไปแต่วัด แต่ก็จริงแหละเราว่าสถานที่แบบนี้คือ ศิลปะที่มีความสวยงาม มีรายละเอียด ความเชื่อ และเรื่องราว และเมื่อนั่งคิดย้อนกลับไปอีกหน่อย จุดเริ่มต้นน่าจะมาจาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เมื่อนานมาแล้วน่าจะสักปี 2558 เคยมีโอกาสส่งภาพถ่ายไปสมัครเพื่อคัดเลือก เข้าอบรมค่ายสารคดี ของนิตยสารสารคดี ที่เปิดรับสมัครนักเขียนและช่างภาพ เพื่อร่วมฝึกฝนประสบการณ์นักสารคดีแบบเข้มข้น กับตัวจริงของวงการสารคดีของเมืองไทย (อันนี้ชื่อโครงการ) ซึ่งในปีนั้นเราก็โชคดีผ่านการคัดเลือกเป็น 1 ใน 30 คนจากทั่วประเทศ ในหมวดหมู่ช่างภาพ (ไม่ได้อวดนะ)
ระหว่างการอบรมคือสนุกมาก ได้ลงพื้นที่และเรียนรู้จากครูอาจารย์ที่เก่งจริง แต่ที่สำคัญเราชอบแอบไปนั่งฟังใน คลาสของนักเขียน ที่จะบอกก็คือน่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้เราชอบเล่าเรื่องผ่านภาพและเล่าเรื่องราว (มีความรู้ทางนักเขียนสารคดีมาแบบ"หางอึ่ง")
โดยปกติค่ายนี้จะมีการจับบัดดี้ ช่างภาพ 1 คน นักเขียน 1 คน เพื่อทำชิ้นงานส่ง ซึ่งแต่ละเรื่องที่ได้ทำกับเฮียชัช รุ่นพี่สถาปัตย์ศิลปากร (ซึ่งตอนนี้มีหนังสือเป็นของตัวเองแล้ว(พี่
เก่งจริง)) งานแต่ละชิ้นที่ร่วมกันทำมักจะเป็นงานด้านวัฒนธรรม และความเชื่ออย่าง ตี่จู้เอี๊ยะ ชุมชนมัสยิดบางหลวง และ ความเชื่อเรื่องหุ่นสาย ที่ตำบลคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ประสบการณ์เหล่านั้นถูกส่งมาให้เป็น เสือซ่อนยิ้ม อย่างทุกวันนี้
"ต้องขอบคุณครูอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชา และวันนี้เราจะย้อนรอยไปยังจังหวัดที่เป็นจุดสุดท้ายของค่ายกันอีกครั้ง"
"อิติปิโส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ"
ในกระแสก่อนหน้านี้คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้าแห่งยักษ์ เจ้าแห่งภูติผีปีศาจ อธิบดีแห่งอสูร ธนบดีเทพแห่งความมั่งคั่ง ผู้มีหน้าที่ปกป้องดูแลพระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชน ชื่อเหล่านั้นที่ผู้คนเรียกขานถึง ท่านก็คือ
"ท้าวเวสสุวรรณ" ตามคติความเชื่อของไทยเป็นเทพหนึ่งในจตุโลกบาล ผู้ปกปักรักษาทิศเหนือ และวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องนี้ไม่แพ้ที่ใด คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้ ที่แห่งนั้นคือ
"วัดจุฬามณี" วัดเก่าแก่ริมคลองอัมพวาแห่งเมืองแม่กลอง สร้างมาตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ. 2172–2190 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เดิมชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “วัดแม่เจ้าทิพย์” หรือ “วัดแม่ย่าเจ้าทิพย์” ผู้ที่เข้ามาช่วยบูรณะวัดที่เคยทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนผู้คนเรียกชื่อวัดตามผู้ที่อุปถัมภ์สืบต่อกันมา
ตลอดหลายร้อยปี วัดแห่งนี้ผ่านทั้งช่วงรุ่งเรืองและซบเซา มีผู้คนเข้ามาทำนุบำรุงอยู่เรื่อย ๆ กระทั่งมาถึงยุคของ หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท พระเกจิชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้ปลุกชีวิตวัดจุฬามณีให้กลับมาเป็นศูนย์รวมศรัทธาอีกครั้ง หลวงพ่อเนื่องเป็นที่เลื่อมใสทั้งด้านพุทธาคม วิชาอาคมโบราณ และความแม่นยำในการทำนาย จนหลายคนยกให้เป็นยุคทองของวัดอย่างแท้จริง หลังจากนั้น ภารกิจแห่งศรัทธาถูกสานต่อโดย หลวงพ่ออิฏฐ์ หรือพระครูโสภิตวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ผู้สร้าง “ท้าวเวสสุวรรณ” ตามนิมิตความเชื่อ จนกลายเป็นจุดศรัทธาสำคัญที่ทำให้ผู้คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมากราบไหว้ไม่ขาดสาย
พูดแบบง่าย ๆ ถ้าเอ่ยถึง “ท้าวเวสสุวรรณ” ชื่อของวัดจุฬามณีจะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยแบบไม่ต้องสงสัย วันนี้จะพาทุกท่านเดินเที่ยวแบบครบทั้งสายบุญ สายมู และสายถ่ายรูป กับ 5 จุดไฮไลท์ห้ามพลาด บอกเลยว่ามาแล้วต้องแวะให้ครบครับ
1. ลานเทวบดี
จุดแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดจุดหนึ่งของวัดจุฬามณี และเป็นจุดที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้มากที่สุด โดย หลวงพ่ออิฏฐ์ มีดำริให้จัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณด้านข้างอุโบสถ เพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณลานแห่งนี้ จะมีองค์ประธานตรงกลางเป็นท้าวเวสสุวรรณ “ปางหน้ายักษ์” มีลักษณะโดดเด่นทั้งความสง่างามและความเข้มขลัง ผู้คนจำนวนมากนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภ การงาน การค้าขาย รวมถึงขอให้ชีวิตราบรื่นปลอดภัย
ยิ่งรอบนี้เรามาช่วงเช้าตรู่แบบผู้คนน่าจะยังไม่ตื่น บรรยากาศบริเวณลานเทวบดีค่อนข้างเงียบสงบมาก แสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้าเข้ากับบรรยากาศความอลังการ มันช่างดีจริง ๆ
2. อุโบสถจัตุรมุขหินอ่อน
อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดของวัดจุฬามณีคือ “อุโบสถจัตุรมุขหินอ่อน” อาคารขนาดใหญ่สุดอลังการที่ผสมผสานศิลปไทยร่วมสมัยเข้ากับความประณีตแบบโบราณได้อย่างลงตัว โดยเริ่มวางรากฐานก่อสร้างมาตั้งแต่สมัย หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท เมื่อราวปี พ.ศ. 2511 ก่อนจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในยุคของ หลวงพ่ออิฏฐ์
ตัวอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง โดดเด่นด้วยรูปแบบ “จัตุรมุข” หรือมีมุขยื่นออกทั้ง 4 ทิศ สื่อถึงความสมดุลและความสง่างามตามคติสถาปัตยกรรมไทย เมื่อมองจากภายนอกจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ตั้งแต่แรกเห็น ส่วนภายในยิ่งอลังการไม่แพ้กัน เพราะพื้นอุโบสถปูด้วยหินหยกสีเขียวนำเข้าจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ซึ่งให้ความรู้สึกเย็นสบายทันทีเมื่อเดินเข้าไป
อีกหนึ่งความงดงามที่หลายคนประทับใจคือจิตรกรรมฝาผนังลายรดน้ำขนาดใหญ่ ที่บอกเล่าเรื่องพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และวรรณคดีไทยต่าง ๆ อย่างละเอียดอ่อน โดยใช้เวลาเขียนด้วยมือยาวนานหลายปี กว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในแบบที่เห็นทุกวันนี้ ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระประธานองค์สำคัญของวัด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีทองอร่าม ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีสูงเด่น รายล้อมด้วยโคมไฟระย้าและลวดลายตกแต่งสุดวิจิตร ทำให้บรรยากาศภายในดูสงบ ขลัง และเต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา
*สายบุญส่วนใหญ่นิยมเข้ามากราบพระประธานภายในโบสถ์ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมพลังใจ แล้วค่อยออกไปสักการะท้าวเวสสุวรรณหรือขอพรด้านโชคลาภตามจุดต่าง ๆ
3. วิหารวัดจุฬามณี
ถัดจากอุโบสถหินอ่อน หากเดินต่อมาอีกเล็กน้อยจะพบกับ “พระวิหาร” อาคารอีกหนึ่งจุดสำคัญของวัดที่หลายคนอาจเดินผ่าน แต่จริง ๆ แล้วเต็มไปด้วยบรรยากาศสงบและเสน่ห์แบบวัดไทยโบราณ ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานเก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะงดงาม ดูสงบน่าเลื่อมใส โดยรอบตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นมุมพักใจของหลายคนที่อยากเข้ามานั่งสงบจิตใจแบบเงียบ ๆ เราว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนเสน่ห์ของวัดจุฬามณีได้ดี
4. วิหารเรือนไทย (ศาลาการเปรียญ)
อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ห้ามพลาดเมื่อเดินถัดไปด้านในอยู่ทางด้านขวามือ คือ “วิหารเรือนไทย” หรือศาลาการเปรียญหลวงพ่อเนื่อง อาคารเรือนไทยขนาดใหญ่ที่ยังคงความงดงามแบบไทยดั้งเดิมเอาไว้อย่างสมบูรณ์สถานที่แห่งนี้เคยเป็นกุฏิของ หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท พระเกจิชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูวัดจุฬามณีให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง จนกลายเป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ทั่วประเทศ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “สรีระสังขารหลวงพ่อเนื่อง” ซึ่งอยู่ภายในโลงแก้ว เพื่อให้ลูกศิษย์และผู้มีจิตศรัทธาได้ขึ้นไปกราบสักการะอย่างใกล้ชิด หลายคนเชื่อว่าท่านเป็นพระที่เปี่ยมเมตตาและมีบารมีสูง
นอกจากนั้นเรือนไทยแห่งนี้ยังมีความงามของสถาปัตยกรรมภายใน ตัวอาคารทั้งผนัง เสา คาน และเพดาน ล้วนประดับด้วยลวดลายรดน้ำปิดทองอย่างละเอียดอ่อน มองไปทางไหนก็สัมผัสได้ถึงความประณีตและกลิ่นอายศิลปไทยระดับชั้นครู บรรยากาศด้านในค่อนข้างสงบ หลายคนจึงเลือกมานั่งพักใจ สูดบรรยากาศเย็น ๆ ของเรือนไทยไม้เก่า และใช้เวลาอยู่กับความเงียบสงบสักพักก่อนเดินเที่ยวต่อ อ๋ฮลืมบอกว่าจุดนี้มีร้านกาแฟ เมตตาให้บริการด้วยถือเป็นอีกมุมที่ทั้งสวย คลาสสิก เป็นอย่างมาก
5.ท้าวเวสุวรรณองค์แรก
อีกหนึ่งจุดที่สายมูและสายศรัทธาไม่ควรพลาดคือ “ท้าวเวสสุวรรณองค์แรก” องค์สีขาวในปางเทวดา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสศรัทธาท้าวเวสสุวรรณ แห่งวัดจุฬามณีที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ตามเรื่องเล่าของทางวัด หลวงพ่ออิฏฐ์ ได้เกิดนิมิตฝันเห็นท้าวเวสสุวรรณพาไปยังยมโลก พร้อมบอกให้กลับมาสร้างรูปเคารพของท่าน เพื่อช่วยปกปักคุ้มครองผู้คนและผู้มีจิตศรัทธา หลังจากนั้นจึงมีการจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณขึ้นเป็นครั้งแรกภายในวัด และกลายเป็นต้นกำเนิดของศรัทธาที่ทำให้ชื่อของวัดจุฬามณีเป็นที่รู้จักไปทั่วไทยในเวลาต่อมา
บริเวณนี้ถือเป็นจุดดั้งเดิมของการสักการะท้าวเวสสุวรรณของวัด โดยรอบจะประดิษฐานองค์ท้าวเวสสุวรรณทั้ง 4 ปาง ซึ่งแต่ละปางมีความหมายและความเชื่อแตกต่างกันออกไป
เป็นไงกันบ้างครับ เสน่ห์ที่แท้จริงของวัดจุฬามณี อาจไม่ใช่แค่การ “มาขอ” แต่คือความรู้สึกอิ่มใจ สงบใจ และได้กลับออกไปพร้อมพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด หากมีโอกาสแวะมาอัมพวา ลองหาเวลาสักครึ่งวันเดินเที่ยววัดจุฬามณีแบบช้า ๆ แล้วคุณอาจเข้าใจว่าทำไมวัดแห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ศรัทธาที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดของเมืองไทยครับ
สวัสดี
-เสือซ่อนยิ้ม-
[CR] พาไปมู โลกแห่งยักษ์ วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ในกระแสก่อนหน้านี้คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้าแห่งยักษ์ เจ้าแห่งภูติผีปีศาจ อธิบดีแห่งอสูร ธนบดีเทพแห่งความมั่งคั่ง ผู้มีหน้าที่ปกป้องดูแลพระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชน ชื่อเหล่านั้นที่ผู้คนเรียกขานถึง ท่านก็คือ "ท้าวเวสสุวรรณ" ตามคติความเชื่อของไทยเป็นเทพหนึ่งในจตุโลกบาล ผู้ปกปักรักษาทิศเหนือ และวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องนี้ไม่แพ้ที่ใด คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้ ที่แห่งนั้นคือ
"วัดจุฬามณี" วัดเก่าแก่ริมคลองอัมพวาแห่งเมืองแม่กลอง สร้างมาตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ราว พ.ศ. 2172–2190 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เดิมชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “วัดแม่เจ้าทิพย์” หรือ “วัดแม่ย่าเจ้าทิพย์” ผู้ที่เข้ามาช่วยบูรณะวัดที่เคยทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนผู้คนเรียกชื่อวัดตามผู้ที่อุปถัมภ์สืบต่อกันมา
ตลอดหลายร้อยปี วัดแห่งนี้ผ่านทั้งช่วงรุ่งเรืองและซบเซา มีผู้คนเข้ามาทำนุบำรุงอยู่เรื่อย ๆ กระทั่งมาถึงยุคของ หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท พระเกจิชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ผู้ปลุกชีวิตวัดจุฬามณีให้กลับมาเป็นศูนย์รวมศรัทธาอีกครั้ง หลวงพ่อเนื่องเป็นที่เลื่อมใสทั้งด้านพุทธาคม วิชาอาคมโบราณ และความแม่นยำในการทำนาย จนหลายคนยกให้เป็นยุคทองของวัดอย่างแท้จริง หลังจากนั้น ภารกิจแห่งศรัทธาถูกสานต่อโดย หลวงพ่ออิฏฐ์ หรือพระครูโสภิตวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ผู้สร้าง “ท้าวเวสสุวรรณ” ตามนิมิตความเชื่อ จนกลายเป็นจุดศรัทธาสำคัญที่ทำให้ผู้คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมากราบไหว้ไม่ขาดสาย
พูดแบบง่าย ๆ ถ้าเอ่ยถึง “ท้าวเวสสุวรรณ” ชื่อของวัดจุฬามณีจะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยแบบไม่ต้องสงสัย วันนี้จะพาทุกท่านเดินเที่ยวแบบครบทั้งสายบุญ สายมู และสายถ่ายรูป กับ 5 จุดไฮไลท์ห้ามพลาด บอกเลยว่ามาแล้วต้องแวะให้ครบครับ
เป็นไงกันบ้างครับ เสน่ห์ที่แท้จริงของวัดจุฬามณี อาจไม่ใช่แค่การ “มาขอ” แต่คือความรู้สึกอิ่มใจ สงบใจ และได้กลับออกไปพร้อมพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด หากมีโอกาสแวะมาอัมพวา ลองหาเวลาสักครึ่งวันเดินเที่ยววัดจุฬามณีแบบช้า ๆ แล้วคุณอาจเข้าใจว่าทำไมวัดแห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ศรัทธาที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดของเมืองไทยครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้