สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะมาเล่าให้ฟังครับ เรื่องที่ว่านี้ก็คือ "รหัสผ่าน" นั่นเอง หลายคนคงเคยปวดหัวกับการตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อนจนแฮกเกอร์ถอดใจ แต่สุดท้ายเราเองนั่นแหละที่ถอดใจก่อน เพราะจำไม่ได้! แถมบางทีพยายามจำดีนักดีหนา สุดท้ายดันเป็นรหัสที่แฮกง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากซะอีกครับ
ปัญหาคือทุกวันนี้เรามีบัญชีออนไลน์เยอะแยะไปหมด ทั้ง Facebook, Instagram, Gmail, แอปธนาคาร, ช้อปปิ้งออนไลน์ สารพัดสิ่งจนจำไม่หวาดไม่ไหว พอตั้งง่ายๆ ก็กลัวโดนแฮก พอตั้งยากๆ ก็กลัวจำไม่ได้วนลูปอยู่อย่างนี้ครับ ผมเข้าใจดีเลยครับ
วันนี้ผมเลยอยากจะมาแชร์เทคนิคที่ผมใช้เอง และมันเวิร์กมากๆ ครับ เป็นวิธีที่รับรองว่าแฮกเกอร์เห็นแล้วต้องกุมขมับ ส่วนเราเองจำได้แบบไม่มีวันลืมแน่นอนครับ
เทคนิคที่ 1 ใช้ประโยคเด็ดเป็นรหัสผ่าน (Passphrase Power!)
วิธีนี้ง่ายมากครับ แทนที่จะตั้งรหัสผ่านเป็นคำๆ เรามาตั้งเป็นประโยคกันดีกว่าครับ! เลือกประโยคที่คุณจำขึ้นใจ หรือประโยคที่ติดตลกในชีวิตประจำวันก็ได้ครับ เช่น "วันนี้กินข้าวขาหมูอร่อยมากๆ 555" จากนั้นเราก็มาแปลงร่างให้มันเป็นรหัสผ่านสุดเทพครับ
ตัวอย่าง "วันนี้กินข้าวขาหมูอร่อยมากๆ 555"
แปลงเป็น "วว.กินขขม!อร่อยมก555" (เปลี่ยน ว เป็น วว. เปลี่ยน ข เป็น ขขม! หรืออื่นๆ ที่เรากำหนดเอง)
หรือจะใช้ตัวแรกของแต่ละคำ ผสมกับตัวเลขและสัญลักษณ์ก็ได้ครับ
"ว ก ข อ 555" -> "Wgk.amk#555" (เปลี่ยนตัวแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ เพิ่มสัญลักษณ์)
นี่คือจุดสำคัญครับ เพราะแฮกเกอร์ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเดารหัสผ่านเป็นคำๆ หรือใช้โปรแกรมสุ่มคำในพจนานุกรม แต่พอมาเจอประโยคยาวๆ แบบนี้ แถมยังมีการผสมผสานตัวอักษรเล็ก-ใหญ่, ตัวเลข, สัญลักษณ์เข้าไปอีกเนี่ย บอกเลยว่าถอดรหัสยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกครับ ส่วนเราเองก็จำได้ง่าย เพราะมันมาจากประโยคที่เราคุ้นเคยครับ
เทคนิคที่ 2 ผสมผสานความทรงจำส่วนตัวเข้ากับตัวอักษร (The Personal Story Method)
วิธีนี้จะสนุกขึ้นมาอีกครับ! ลองนึกถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตคุณครับ เช่น วันเกิดแฟน วันที่รถคันแรกถูกซื้อ หรือเหตุการณ์ตลกๆ ที่เคยเกิดขึ้นครับ
ตัวอย่าง "วันเกิดแฟนฉันวันที่ 10 พฤษภาคม 2560" (My girlfriend's birthday is May 10, 2017)
แปลงเป็น "พค10_60!" หรือ "GFBD10-05-2017$" (ใช้ตัวย่อ, ตัวเลข, สัญลักษณ์)
หัวใจสำคัญคือการสร้างเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเองครับ เพราะมันจะฝังลึกอยู่ในความทรงจำของคุณและไม่มีใครสามารถเดาได้แน่นอนครับ แฮกเกอร์ก็ต้องปาดเหงื่อกันไปครับ
เทคนิคที่ 3 ใช้รูปแบบบนแป้นพิมพ์ (Keyboard Pattern Play)
วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่จำอะไรเป็นภาพครับ ลองนึกถึงการลากนิ้วเป็นรูปทรงต่างๆ บนแป้นพิมพ์ดูสิครับ เช่น รูปตัว Z, รูปตัว L หรือรูปเครื่องหมายคำถามครับ
ตัวอย่าง ลากนิ้วจาก Q -> A -> Z -> X -> C -> V
ก็จะได้รหัสผ่านประมาณว่า "qazxcv" แล้วก็มาเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวเลข, สัญลักษณ์ครับ เช่น "Qazxcv123!" หรือ "!Q@Z#X$C%V^"
ที่สำคัญคือ "ห้ามใช้รูปแบบง่ายๆ ที่คนทั่วไปก็คิดได้" เช่น 123456 หรือ asdfgh นะครับ ให้สร้างรูปแบบที่เป็นของคุณเอง และเพิ่มความซับซ้อนด้วยการใส่สัญลักษณ์หรือตัวเลขเข้าไปด้วยครับ
ข้อควรจำเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ
ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำ แม้ว่ารหัสผ่านของคุณจะเทพแค่ไหน ก็อย่าใช้รหัสเดียวกันกับทุกบัญชีนะครับ ไม่งั้นถ้าหลุดไปอันเดียว ก็คือหลุดหมดเลยครับ
ใช้ Two-Factor Authentication (2FA) เสมอ เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้นในทุกบริการที่รองรับครับ มันคือเกราะป้องกันชั้นเยี่ยมที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นครับ
พิจารณาใช้ Password Manager ถ้าคุณมีบัญชีเยอะมากๆ และกังวลเรื่องการจำ ลองพิจารณาใช้แอปจัดการรหัสผ่านดูครับ มันจะช่วยสร้างและจัดเก็บรหัสผ่านที่ซับซ้อนให้คุณได้อย่างปลอดภัยมากๆ ครับ
สรุปง่ายๆ ครับ การตั้งรหัสผ่านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว แค่เราเปลี่ยนมุมคิดจาก "ยากสำหรับเรา" มาเป็น "จำง่ายสำหรับเราแต่ยากสำหรับคนอื่น" เท่านี้คุณก็จะท่องโลกออนไลน์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวโดนแฮกอีกแล้วครับ
ลองเอาเทคนิคที่ผมแนะนำไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าการตั้งรหัสผ่านให้แฮกเกอร์ปวดหัวเนี่ย มันสนุกจะตายไปครับ! ถ้ามีคำถามหรือเทคนิคเจ๋งๆ อะไรอีก มาคอมเมนต์บอกกันได้นะครับ ผมยินดีเสมอครับ
ตั้งรหัสผ่านยังไงให้แฮกเกอร์ปวดหัวจนแทบกราบ แต่เราจำขึ้นใจ? มาดูกันครับ!
ปัญหาคือทุกวันนี้เรามีบัญชีออนไลน์เยอะแยะไปหมด ทั้ง Facebook, Instagram, Gmail, แอปธนาคาร, ช้อปปิ้งออนไลน์ สารพัดสิ่งจนจำไม่หวาดไม่ไหว พอตั้งง่ายๆ ก็กลัวโดนแฮก พอตั้งยากๆ ก็กลัวจำไม่ได้วนลูปอยู่อย่างนี้ครับ ผมเข้าใจดีเลยครับ
วันนี้ผมเลยอยากจะมาแชร์เทคนิคที่ผมใช้เอง และมันเวิร์กมากๆ ครับ เป็นวิธีที่รับรองว่าแฮกเกอร์เห็นแล้วต้องกุมขมับ ส่วนเราเองจำได้แบบไม่มีวันลืมแน่นอนครับ
เทคนิคที่ 1 ใช้ประโยคเด็ดเป็นรหัสผ่าน (Passphrase Power!)
วิธีนี้ง่ายมากครับ แทนที่จะตั้งรหัสผ่านเป็นคำๆ เรามาตั้งเป็นประโยคกันดีกว่าครับ! เลือกประโยคที่คุณจำขึ้นใจ หรือประโยคที่ติดตลกในชีวิตประจำวันก็ได้ครับ เช่น "วันนี้กินข้าวขาหมูอร่อยมากๆ 555" จากนั้นเราก็มาแปลงร่างให้มันเป็นรหัสผ่านสุดเทพครับ
ตัวอย่าง "วันนี้กินข้าวขาหมูอร่อยมากๆ 555"
แปลงเป็น "วว.กินขขม!อร่อยมก555" (เปลี่ยน ว เป็น วว. เปลี่ยน ข เป็น ขขม! หรืออื่นๆ ที่เรากำหนดเอง)
หรือจะใช้ตัวแรกของแต่ละคำ ผสมกับตัวเลขและสัญลักษณ์ก็ได้ครับ
"ว ก ข อ 555" -> "Wgk.amk#555" (เปลี่ยนตัวแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ เพิ่มสัญลักษณ์)
นี่คือจุดสำคัญครับ เพราะแฮกเกอร์ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเดารหัสผ่านเป็นคำๆ หรือใช้โปรแกรมสุ่มคำในพจนานุกรม แต่พอมาเจอประโยคยาวๆ แบบนี้ แถมยังมีการผสมผสานตัวอักษรเล็ก-ใหญ่, ตัวเลข, สัญลักษณ์เข้าไปอีกเนี่ย บอกเลยว่าถอดรหัสยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกครับ ส่วนเราเองก็จำได้ง่าย เพราะมันมาจากประโยคที่เราคุ้นเคยครับ
เทคนิคที่ 2 ผสมผสานความทรงจำส่วนตัวเข้ากับตัวอักษร (The Personal Story Method)
วิธีนี้จะสนุกขึ้นมาอีกครับ! ลองนึกถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตคุณครับ เช่น วันเกิดแฟน วันที่รถคันแรกถูกซื้อ หรือเหตุการณ์ตลกๆ ที่เคยเกิดขึ้นครับ
ตัวอย่าง "วันเกิดแฟนฉันวันที่ 10 พฤษภาคม 2560" (My girlfriend's birthday is May 10, 2017)
แปลงเป็น "พค10_60!" หรือ "GFBD10-05-2017$" (ใช้ตัวย่อ, ตัวเลข, สัญลักษณ์)
หัวใจสำคัญคือการสร้างเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเองครับ เพราะมันจะฝังลึกอยู่ในความทรงจำของคุณและไม่มีใครสามารถเดาได้แน่นอนครับ แฮกเกอร์ก็ต้องปาดเหงื่อกันไปครับ
เทคนิคที่ 3 ใช้รูปแบบบนแป้นพิมพ์ (Keyboard Pattern Play)
วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่จำอะไรเป็นภาพครับ ลองนึกถึงการลากนิ้วเป็นรูปทรงต่างๆ บนแป้นพิมพ์ดูสิครับ เช่น รูปตัว Z, รูปตัว L หรือรูปเครื่องหมายคำถามครับ
ตัวอย่าง ลากนิ้วจาก Q -> A -> Z -> X -> C -> V
ก็จะได้รหัสผ่านประมาณว่า "qazxcv" แล้วก็มาเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวเลข, สัญลักษณ์ครับ เช่น "Qazxcv123!" หรือ "!Q@Z#X$C%V^"
ที่สำคัญคือ "ห้ามใช้รูปแบบง่ายๆ ที่คนทั่วไปก็คิดได้" เช่น 123456 หรือ asdfgh นะครับ ให้สร้างรูปแบบที่เป็นของคุณเอง และเพิ่มความซับซ้อนด้วยการใส่สัญลักษณ์หรือตัวเลขเข้าไปด้วยครับ
ข้อควรจำเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ
ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำ แม้ว่ารหัสผ่านของคุณจะเทพแค่ไหน ก็อย่าใช้รหัสเดียวกันกับทุกบัญชีนะครับ ไม่งั้นถ้าหลุดไปอันเดียว ก็คือหลุดหมดเลยครับ
ใช้ Two-Factor Authentication (2FA) เสมอ เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้นในทุกบริการที่รองรับครับ มันคือเกราะป้องกันชั้นเยี่ยมที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นครับ
พิจารณาใช้ Password Manager ถ้าคุณมีบัญชีเยอะมากๆ และกังวลเรื่องการจำ ลองพิจารณาใช้แอปจัดการรหัสผ่านดูครับ มันจะช่วยสร้างและจัดเก็บรหัสผ่านที่ซับซ้อนให้คุณได้อย่างปลอดภัยมากๆ ครับ
สรุปง่ายๆ ครับ การตั้งรหัสผ่านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว แค่เราเปลี่ยนมุมคิดจาก "ยากสำหรับเรา" มาเป็น "จำง่ายสำหรับเราแต่ยากสำหรับคนอื่น" เท่านี้คุณก็จะท่องโลกออนไลน์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวโดนแฮกอีกแล้วครับ
ลองเอาเทคนิคที่ผมแนะนำไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าการตั้งรหัสผ่านให้แฮกเกอร์ปวดหัวเนี่ย มันสนุกจะตายไปครับ! ถ้ามีคำถามหรือเทคนิคเจ๋งๆ อะไรอีก มาคอมเมนต์บอกกันได้นะครับ ผมยินดีเสมอครับ