สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน
ช่วงนี้มีข่าวเรื่องข้อมูลรั่วไหล ข้อมูลโดนแฮกกันบ่อยมากๆ จนบางทีเราก็แอบกังวลเหมือนกันใช่ไหมครับ? ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ เลยอยากจะมาแชร์วิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวง่ายๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้เอง เพื่อเป็นเกราะป้องกันข้อมูลส่วนตัวของเราให้ปลอดภัยเบื้องต้นครับ ไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่ต้องเก่งคอมก็ทำได้สบายๆ เลยครับ
มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้างที่เราควรจะตั้งค่าหรือระวังกันไว้ครับ
1. รหัสผ่านต้องแข็งแกร่ง และเปิด Two-Factor Authentication (2FA) เสมอ
มาเริ่มกันที่เรื่องพื้นฐานที่สุดแต่สำคัญที่สุดเลยนะครับ คือ 'รหัสผ่าน' หลายคนอาจจะคิดว่าก็แค่รหัสผ่านเอง แต่จริงๆ แล้วรหัสผ่านที่คาดเดาง่ายนี่แหละครับ คือประตูบานแรกที่แฮกเกอร์ชอบเข้ามาครับ
เคล็ดลับสร้างรหัสผ่าน
ตั้งรหัสให้ยาวเข้าไว้ อย่างน้อย 12 ตัวอักษรขึ้นไป ยิ่งยาวยิ่งดีครับ
ผสมกันให้หมด ตัวพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ (&^%$#@!) เข้าไปรวมกันเลยครับ
เลี่ยงข้อมูลส่วนตัว อย่าใช้ชื่อจริง วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ หรืออะไรที่คนรู้จักเราพอจะเดาได้ครับ
ไม่ใช้ซ้ำ รหัสผ่านสำหรับแต่ละบัญชี ควรจะไม่เหมือนกันครับ อาจจะใช้ Password Manager เข้าช่วยก็ได้ครับ
และที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือ 'การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น' หรือ 2FA (Two-Factor Authentication) นี่แหละครับ เปรียบเสมือนเรามีกุญแจสองดอก ถ้าแฮกเกอร์ได้รหัสผ่านไปแล้ว ก็ยังต้องเจออีกด่านคือการยืนยันตัวตนผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชันอย่าง Google Authenticator อีกทีครับ
วิธีเปิดใช้งาน 2FA โดยปกติแล้วทุกแพลตฟอร์มหลักๆ (Google, Facebook, Instagram, Line, Apple ID ฯลฯ) จะมีให้เราเปิดใช้งานได้ครับ ให้เราเข้าไปที่เมนู 'การตั้งค่า' หรือ 'ความปลอดภัย' แล้วมองหาคำว่า 'Two-Factor Authentication', 'การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น' หรือ '2FA' แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำได้เลยครับ
2. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เราติดตั้ง
เคยไหมครับ โหลดแอปฯ มา แล้วมันขอสิทธิ์นู่นนี่เต็มไปหมด บางทีก็ไม่ทันได้อ่าน กด 'อนุญาต' ไปเรื่อยๆ เลยใช่ไหมครับ? ตรงนี้แหละครับคือช่องโหว่ชั้นดีเลย
บางแอปฯ อาจจะขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ รูปภาพ หรือแม้กระทั่งไมโครโฟน โดยที่ไม่จำเป็นกับการใช้งานแอปฯ นั้นๆ เลยก็มีครับ การอนุญาตแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจทำให้ข้อมูลของเราหลุดไปโดยที่เราไม่รู้ตัวนะครับ
วิธีตรวจสอบ
บนมือถือ Android เข้าไปที่ 'การตั้งค่า' (Settings) > 'แอป' (Apps) > เลือกแอปที่ต้องการตรวจสอบ > 'การอนุญาต' (Permissions) ครับ
บนมือถือ iOS (iPhone) เข้าไปที่ 'การตั้งค่า' (Settings) > เลื่อนลงมาหารายชื่อแอปต่างๆ > แตะที่แอปที่ต้องการ > ดูที่ส่วน 'การอนุญาต' (Permissions) ครับ
ลองไล่ดูทีละแอปฯ นะครับ ถ้าแอปไหนขอสิทธิ์ที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น แอปไฟฉายขอเข้าถึงไมโครโฟน ก็ปิดสิทธิ์ตรงนั้นไปเลยครับ
3. ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ดี
โซเชียลมีเดียที่เราเล่นกันอยู่ทุกวันนี่แหละครับ ตัวดีเลย! แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, LINE, Google, หรือ Apple มักจะมีเมนู 'การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว' ให้เรากำหนดได้ว่าใครจะเห็นข้อมูลอะไรของเราบ้างครับ
คำแนะนำ
จำกัดการมองเห็น ตั้งค่าโพสต์ต่างๆ ให้เป็น 'เพื่อนเท่านั้น' หรือ 'ส่วนตัว' แทนที่จะเป็น 'สาธารณะ' ครับ
ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว รูปโปรไฟล์ ข้อมูลติดต่อ วันเกิด ลองดูว่ามีอะไรที่เราไม่อยากให้คนทั่วไปเห็นบ้างครับ แล้วซ่อนซะ
เช็ค Tag และการกล่าวถึง บางทีเพื่อนอาจจะ Tag เราในรูปที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นรูปที่เราไม่อยากให้ใครเห็น ก็ควรจะตั้งค่าให้เราต้องอนุมัติก่อนที่ Tag นั้นจะขึ้นบนโปรไฟล์ของเราครับ
สละเวลาสักนิดเข้าไปนั่งไล่ดูแต่ละแพลตฟอร์มนะครับ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนครับ
4. ระวังการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ
อันนี้อาจจะไม่ใช่การตั้งค่าโดยตรง แต่เป็นเรื่องที่ต้องระวังมากๆ ครับ การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะตามร้านกาแฟ สนามบิน หรือที่ต่างๆ อาจจะไม่ปลอดภัยอย่างที่เราคิดนะครับ
ข้อมูลที่เราส่งผ่านเครือข่ายเหล่านั้น อาจถูกดักจับได้ง่ายๆ จากผู้ไม่หวังดีครับ ทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือล็อกอินเข้าสู่ระบบที่สำคัญๆ ผ่าน Wi-Fi สาธารณะครับ หากจำเป็นจริงๆ แนะนำให้ใช้ VPN (Virtual Private Network) เข้าช่วยครับ หรือใช้ Mobile Data ของเราเองจะปลอดภัยกว่าเยอะเลยครับ
5. อัปเดตซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันอยู่เสมอ
ฟังดูง่ายๆ ใช่ไหมครับ แต่อันนี้สำคัญมากจริงๆ ครับ! นักพัฒนาจะมีการออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา การที่เราไม่อัปเดต ก็เหมือนการทิ้งประตูหน้าต่างบ้านเราให้เปิดทิ้งไว้ โดยที่รู้ว่ามีช่องโหว่อยู่ตรงนั้นครับ
หมั่นตรวจสอบการอัปเดตระบบปฏิบัติการ (iOS/Android) และแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอครับ เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้รับแพตช์ความปลอดภัยใหม่ล่าสุดมาปกป้องข้อมูลของเราแล้วครับ
เห็นไหมครับเพื่อนๆ ว่าการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของเราให้ปลอดภัยเบื้องต้นนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยครับ แค่สละเวลาสักนิด มานั่งเช็ค นั่งปรับ ตั้งค่าต่างๆ ให้เหมาะสมกับที่เราสบายใจ แค่นี้ข้อมูลของเราก็จะปลอดภัยขึ้นอีกเยอะเลยครับ
อย่ารอให้เกิดเรื่องแล้วค่อยมาแก้ไขนะครับ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ดีที่สุดครับ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ใครมีคำถาม หรือมีเทคนิคอะไรเพิ่มเติม มาแชร์กันได้เลยนะครับ ยินดีครับ!
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัว! มาดูวิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวง่ายๆ ป้องกันข้อมูลโดนแฮก ก่อนจะสายเกินไปครับ
ช่วงนี้มีข่าวเรื่องข้อมูลรั่วไหล ข้อมูลโดนแฮกกันบ่อยมากๆ จนบางทีเราก็แอบกังวลเหมือนกันใช่ไหมครับ? ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ เลยอยากจะมาแชร์วิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัวง่ายๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้เอง เพื่อเป็นเกราะป้องกันข้อมูลส่วนตัวของเราให้ปลอดภัยเบื้องต้นครับ ไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่ต้องเก่งคอมก็ทำได้สบายๆ เลยครับ
มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้างที่เราควรจะตั้งค่าหรือระวังกันไว้ครับ
1. รหัสผ่านต้องแข็งแกร่ง และเปิด Two-Factor Authentication (2FA) เสมอ
มาเริ่มกันที่เรื่องพื้นฐานที่สุดแต่สำคัญที่สุดเลยนะครับ คือ 'รหัสผ่าน' หลายคนอาจจะคิดว่าก็แค่รหัสผ่านเอง แต่จริงๆ แล้วรหัสผ่านที่คาดเดาง่ายนี่แหละครับ คือประตูบานแรกที่แฮกเกอร์ชอบเข้ามาครับ
เคล็ดลับสร้างรหัสผ่าน
ตั้งรหัสให้ยาวเข้าไว้ อย่างน้อย 12 ตัวอักษรขึ้นไป ยิ่งยาวยิ่งดีครับ
ผสมกันให้หมด ตัวพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ (&^%$#@!) เข้าไปรวมกันเลยครับ
เลี่ยงข้อมูลส่วนตัว อย่าใช้ชื่อจริง วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ หรืออะไรที่คนรู้จักเราพอจะเดาได้ครับ
ไม่ใช้ซ้ำ รหัสผ่านสำหรับแต่ละบัญชี ควรจะไม่เหมือนกันครับ อาจจะใช้ Password Manager เข้าช่วยก็ได้ครับ
และที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือ 'การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น' หรือ 2FA (Two-Factor Authentication) นี่แหละครับ เปรียบเสมือนเรามีกุญแจสองดอก ถ้าแฮกเกอร์ได้รหัสผ่านไปแล้ว ก็ยังต้องเจออีกด่านคือการยืนยันตัวตนผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชันอย่าง Google Authenticator อีกทีครับ
วิธีเปิดใช้งาน 2FA โดยปกติแล้วทุกแพลตฟอร์มหลักๆ (Google, Facebook, Instagram, Line, Apple ID ฯลฯ) จะมีให้เราเปิดใช้งานได้ครับ ให้เราเข้าไปที่เมนู 'การตั้งค่า' หรือ 'ความปลอดภัย' แล้วมองหาคำว่า 'Two-Factor Authentication', 'การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น' หรือ '2FA' แล้วทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำได้เลยครับ
2. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เราติดตั้ง
เคยไหมครับ โหลดแอปฯ มา แล้วมันขอสิทธิ์นู่นนี่เต็มไปหมด บางทีก็ไม่ทันได้อ่าน กด 'อนุญาต' ไปเรื่อยๆ เลยใช่ไหมครับ? ตรงนี้แหละครับคือช่องโหว่ชั้นดีเลย
บางแอปฯ อาจจะขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ รูปภาพ หรือแม้กระทั่งไมโครโฟน โดยที่ไม่จำเป็นกับการใช้งานแอปฯ นั้นๆ เลยก็มีครับ การอนุญาตแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจทำให้ข้อมูลของเราหลุดไปโดยที่เราไม่รู้ตัวนะครับ
วิธีตรวจสอบ
บนมือถือ Android เข้าไปที่ 'การตั้งค่า' (Settings) > 'แอป' (Apps) > เลือกแอปที่ต้องการตรวจสอบ > 'การอนุญาต' (Permissions) ครับ
บนมือถือ iOS (iPhone) เข้าไปที่ 'การตั้งค่า' (Settings) > เลื่อนลงมาหารายชื่อแอปต่างๆ > แตะที่แอปที่ต้องการ > ดูที่ส่วน 'การอนุญาต' (Permissions) ครับ
ลองไล่ดูทีละแอปฯ นะครับ ถ้าแอปไหนขอสิทธิ์ที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น แอปไฟฉายขอเข้าถึงไมโครโฟน ก็ปิดสิทธิ์ตรงนั้นไปเลยครับ
3. ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ดี
โซเชียลมีเดียที่เราเล่นกันอยู่ทุกวันนี่แหละครับ ตัวดีเลย! แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, LINE, Google, หรือ Apple มักจะมีเมนู 'การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว' ให้เรากำหนดได้ว่าใครจะเห็นข้อมูลอะไรของเราบ้างครับ
คำแนะนำ
จำกัดการมองเห็น ตั้งค่าโพสต์ต่างๆ ให้เป็น 'เพื่อนเท่านั้น' หรือ 'ส่วนตัว' แทนที่จะเป็น 'สาธารณะ' ครับ
ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว รูปโปรไฟล์ ข้อมูลติดต่อ วันเกิด ลองดูว่ามีอะไรที่เราไม่อยากให้คนทั่วไปเห็นบ้างครับ แล้วซ่อนซะ
เช็ค Tag และการกล่าวถึง บางทีเพื่อนอาจจะ Tag เราในรูปที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นรูปที่เราไม่อยากให้ใครเห็น ก็ควรจะตั้งค่าให้เราต้องอนุมัติก่อนที่ Tag นั้นจะขึ้นบนโปรไฟล์ของเราครับ
สละเวลาสักนิดเข้าไปนั่งไล่ดูแต่ละแพลตฟอร์มนะครับ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนครับ
4. ระวังการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ
อันนี้อาจจะไม่ใช่การตั้งค่าโดยตรง แต่เป็นเรื่องที่ต้องระวังมากๆ ครับ การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะตามร้านกาแฟ สนามบิน หรือที่ต่างๆ อาจจะไม่ปลอดภัยอย่างที่เราคิดนะครับ
ข้อมูลที่เราส่งผ่านเครือข่ายเหล่านั้น อาจถูกดักจับได้ง่ายๆ จากผู้ไม่หวังดีครับ ทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือล็อกอินเข้าสู่ระบบที่สำคัญๆ ผ่าน Wi-Fi สาธารณะครับ หากจำเป็นจริงๆ แนะนำให้ใช้ VPN (Virtual Private Network) เข้าช่วยครับ หรือใช้ Mobile Data ของเราเองจะปลอดภัยกว่าเยอะเลยครับ
5. อัปเดตซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันอยู่เสมอ
ฟังดูง่ายๆ ใช่ไหมครับ แต่อันนี้สำคัญมากจริงๆ ครับ! นักพัฒนาจะมีการออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา การที่เราไม่อัปเดต ก็เหมือนการทิ้งประตูหน้าต่างบ้านเราให้เปิดทิ้งไว้ โดยที่รู้ว่ามีช่องโหว่อยู่ตรงนั้นครับ
หมั่นตรวจสอบการอัปเดตระบบปฏิบัติการ (iOS/Android) และแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอครับ เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้รับแพตช์ความปลอดภัยใหม่ล่าสุดมาปกป้องข้อมูลของเราแล้วครับ
เห็นไหมครับเพื่อนๆ ว่าการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของเราให้ปลอดภัยเบื้องต้นนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยครับ แค่สละเวลาสักนิด มานั่งเช็ค นั่งปรับ ตั้งค่าต่างๆ ให้เหมาะสมกับที่เราสบายใจ แค่นี้ข้อมูลของเราก็จะปลอดภัยขึ้นอีกเยอะเลยครับ
อย่ารอให้เกิดเรื่องแล้วค่อยมาแก้ไขนะครับ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ดีที่สุดครับ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ใครมีคำถาม หรือมีเทคนิคอะไรเพิ่มเติม มาแชร์กันได้เลยนะครับ ยินดีครับ!