เปิดตำราพิชิตมือถืออืด! สแกนไวรัสให้เกลี้ยง สปีดเครื่องให้พุ่งปรี๊ดครับ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน! วันนี้ผมขออนุญาตมานั่งเล่าเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนน่าจะเจอจนหงุดหงิด นั่นก็คืออาการ "มือถืออืดเป็นเต่าคลาน" นี่แหละครับ! กดอะไรก็ช้า เปิดแอปก็ค้าง บางทีก็ดับไปดื้อๆ โอ๊ยยย... มันน่าหงุดหงิดจนอยากปาโทรศัพท์ทิ้งจริงจริ๊งงงง! ผมเข้าใจเลยครับ เพราะผมเองก็เคยตกอยู่ในวังวนนี้มาก่อน จนต้องไปขุดตำรามานั่งศึกษาอย่างจริงจังว่าไอ้เจ้ามือถือของเราเนี่ย มันเป็นอะไรไปกันแน่ แล้วเราจะ "คืนชีพ" ให้มันกลับมาเร็วปรื๋อเหมือนเดิมได้ยังไงบ้างครับ วันนี้เลยขอรวบรวมเทคนิคดีๆ มาฝากเพื่อนๆ กันครับ รับรองว่าทำตามแล้วชีวิตจะดีขึ้นเยอะแน่นอนครับ!



ก่อนอื่นเลย เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมจู่ๆ มือถือสุดที่รักของเราถึงได้เกิดอาการ "เฉื่อยชา" ขึ้นมาได้ขนาดนี้ จริงๆ แล้วมันมีหลายสาเหตุเลยนะครับ ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องที่ซับซ้อนหน่อย ลองนึกภาพนะครับ มือถือก็เหมือนคนนั่นแหละครับ ถ้าเรากินเยอะๆ ทำงานหนักๆ แถมไม่เคยพักผ่อน ร่างกายมันก็ต้องล้า ต้องช้าเป็นธรรมดาถูกไหมครับ? มือถือก็เหมือนกันครับ สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เครื่องช้าก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องพื้นที่เก็บข้อมูลเต็ม มีแอปเยอะเกินไป เปิดแอปค้างไว้เยอะแยะไปหมด หรือบางทีก็เป็นเพราะน้องมือถือของเราเจอ "แขกไม่ได้รับเชิญ" อย่างไวรัสหรือมัลแวร์เข้าไปนั่นเองครับ!

เอาล่ะครับ เมื่อเรารู้สาเหตุคร่าวๆ แล้ว ก็มาถึงเวลาที่เราจะลงมือ "กู้ชีพ" มือถือของเรากันครับ เริ่มจากวิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ก่อนเลยนะครับ

1. ล้างแคชและข้อมูลที่ไม่จำเป็น
อันนี้สำคัญมากครับ! เปรียบเหมือนการกวาดบ้านนั่นแหละครับ ทุกครั้งที่เราเปิดแอป เล่นเกม ท่องเว็บ มันจะมีการสร้างไฟล์ชั่วคราวเก็บไว้เยอะแยะเลยครับ ซึ่งบางทีไฟล์พวกนี้แหละที่ไปกินพื้นที่และทำให้เครื่องช้าลง วิธีง่ายๆ คือเข้าไปที่ "ตั้งค่า" (Settings) -> "แอปพลิเคชัน" (Apps) -> เลือกแอปที่เราใช้บ่อยๆ หรือคิดว่าน่าจะมีข้อมูลเยอะๆ (เช่น LINE, Facebook, Instagram) -> แล้วกด "ล้างแคช" (Clear Cache) ครับ ไม่ใช่ "ล้างข้อมูล" (Clear Data) นะครับ! ถ้าล้างข้อมูลเดี๋ยวข้อมูลสำคัญจะหายหมด ส่วน "ล้างข้อมูล" เอาไว้ใช้เวลาที่แอปมีปัญหาจริงๆ ครับ ทำแบบนี้กับแอปหลายๆ ตัวที่ใช้บ่อยๆ จะช่วยได้เยอะเลยครับ



2. ลบแอปที่ไม่ใช้งานทิ้งไปบ้าง
ลองสำรวจดูในเครื่องของเราสิครับว่ามีแอปอะไรที่เราดาวน์โหลดมาแล้วไม่ได้ใช้เลยบ้างไหม หรือเคยใช้แล้วตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วบ้างไหม? แอปพวกนี้ไม่เพียงแต่กินพื้นที่นะครับ บางแอปมันยังรันอยู่เบื้องหลังเงียบๆ กินแบต กินแรม ทำให้เครื่องช้าโดยไม่รู้ตัวด้วยครับ ลบออกไปซะบ้างก็เหมือนเป็นการระบายอากาศให้เครื่องได้หายใจคล่องขึ้นครับ!

3. อัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS)
หลายครั้งที่อาการเครื่องช้าเกิดจากซอฟต์แวร์ไม่สมบูรณ์ หรือมีบั๊กที่ทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ การอัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดมักจะมาพร้อมกับการแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้เครื่องทำงานได้ดีขึ้นเสมอครับ ลองเข้าไปเช็กดูใน "ตั้งค่า" -> "เกี่ยวกับโทรศัพท์" (About Phone) -> "อัปเดตซอฟต์แวร์" (Software Update) ดูนะครับว่ามีเวอร์ชันใหม่ๆ ให้เราอัปเดตหรือยังครับ

4. รีสตาร์ทเครื่องบ้าง
วิธีคลาสสิกแต่ได้ผลเสมอครับ! การรีสตาร์ทเครื่องก็เหมือนการพักผ่อนของมือถือครับ มันจะช่วยเคลียร์แรม เคลียร์โปรแกรมที่รันค้างอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทำให้เครื่องกลับมาสดชื่นอีกครั้งครับ ลองทำดูบ้างสัปดาห์ละครั้ง หรือเวลาที่รู้สึกว่าเครื่องเริ่มช้าผิดปกติครับ

มาถึงเรื่องที่หลายคนกังวลกันบ้าง นั่นก็คือเรื่องของไวรัสและมัลแวร์นี่แหละครับ ถ้าทำตามขั้นตอนข้างบนแล้วเครื่องยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแปลกๆ เช่น แบตหมดเร็วผิดปกติ โฆษณาเด้งขึ้นมาเองบ่อยๆ เครื่องร้อนผิดปกติ หรือมีแอปแปลกๆ ที่เราไม่ได้ติดตั้งปรากฏขึ้นมา นั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่ามือถือของเรากำลังโดนโจมตีด้วยมัลแวร์แล้วล่ะครับ!

5. สแกนหามัลแวร์
สำหรับมือถือ Android เดี๋ยวนี้มีแอปสแกนไวรัสและมัลแวร์ดีๆ เยอะแยะเลยครับ ลองมองหาแอปที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือใน Play Store เช่น Malwarebytes, Avast Mobile Security หรือ Bitdefender Mobile Security ครับ บางยี่ห้อก็มีฟีเจอร์สแกนไวรัสติดมากับเครื่องอยู่แล้ว ลองเข้าไปดูใน "ตั้งค่า" -> "ดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์" (Battery and Device care) หรือชื่อใกล้เคียงกันครับ แล้วลองกดสแกนดูครับ ถ้าเจออะไรแปลกๆ ก็จัดการลบออกไปซะครับ



6. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงแอป (App Permissions)
มัลแวร์บางตัวอาจจะมาในรูปของแอปธรรมดาๆ ที่เราดาวน์โหลดมาโดยไม่รู้ตัว แล้วมันก็ไปขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของเราแบบมั่วๆ ครับ ลองเข้าไปเช็กใน "ตั้งค่า" -> "แอปพลิเคชัน" (Apps) -> เลือกดูแอปแปลกๆ ที่เราไม่ค่อยได้ใช้ หรือแอปที่ไม่น่าจะขอสิทธิ์บางอย่าง (เช่น แอปไฟฉายแต่ขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อหรือกล้อง) แล้วลองพิจารณาปิดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็น หรือลบแอปนั้นทิ้งไปเลยครับ

7. ดูการใช้งานแบตเตอรี่
แอปมัลแวร์ส่วนใหญ่จะทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา ทำให้มันกินแบตเตอรี่เยอะผิดปกติครับ ลองเข้าไปที่ "ตั้งค่า" -> "แบตเตอรี่" (Battery) แล้วดูว่ามีแอปไหนที่กินแบตเตอรี่เยอะผิดหูผิดตา ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ใช้มันเยอะขนาดนั้นบ้างไหมครับ ถ้าเจอแอปที่น่าสงสัย ก็จัดการมันซะครับ!

8. ล้างเครื่องแบบหมดจด (Factory Reset)
นี่คือไม้ตายสุดท้ายครับ! ถ้าลองทุกวิถีทางแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมั่นใจว่าเครื่องโดนไวรัสเล่นงานหนักจริงๆ การ Factory Reset ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ แต่วิธีนี้จะล้างข้อมูลทุกอย่างในเครื่องทิ้งหมดเลยนะครับ เพราะฉะนั้น อย่าลืมสำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมด (รูปภาพ วิดีโอ รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ แชท) ก่อนที่จะทำนะครับ ไม่งั้นจะหาว่าผมไม่เตือนนะคร้าบ! การ Factory Reset จะทำให้เครื่องกลับมาเป็นเหมือนตอนที่เราซื้อมาใหม่ๆ นั่นแหละครับ สะอาดเอี่ยม หมดจด ไร้มัลแวร์ใดๆ ครับ



เพื่อไม่ให้มือถือของเราต้องกลับไปป่วยเป็นโรค "อืด" อีกครั้ง เราก็ต้องมีวิธีป้องกันไว้ก่อนนะครับ

9. ทำความสะอาดเครื่องเป็นประจำ
เหมือนบ้านเรานั่นแหละครับ หมั่นล้างแคช ลบไฟล์ขยะ ลบแอปที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เครื่องจะได้ทำงานได้คล่องตัวอยู่เสมอครับ

10. โหลดแอปจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
พยายามโหลดแอปจาก Google Play Store หรือ Apple App Store เท่านั้นนะครับ เพราะแอปในสโตร์เหล่านี้จะผ่านการตรวจสอบมาในระดับหนึ่งแล้ว ลดความเสี่ยงที่จะได้แอปแฝงมัลแวร์มาได้เยอะเลยครับ หลีกเลี่ยงการโหลดแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าไว้ใจเด็ดขาดครับ

11. ระวังลิงก์และไฟล์แปลกๆ
ก่อนจะกดลิงก์อะไร หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่รู้จัก ให้ตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ มัลแวร์หลายตัวชอบมาทางนี้แหละครับ ถ้าไม่แน่ใจ อย่ากด! อย่าโหลด! เป็นอันขาดครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับเทคนิค "กู้ชีพ" มือถือที่ผมเอามาฝากในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่กำลังประสบปัญหามือถืออืดหรือกังวลเรื่องไวรัสกันอยู่นะครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะเห็นว่าชีวิตกับมือถือคู่ใจจะกลับมาสดใสปรู๊ดปร๊าดอีกครั้งแน่นอนครับ!

ถ้าใครมีคำถามเพิ่มเติม หรือมีเคล็ดลับดีๆ ที่อยากจะแชร์ ก็มาคอมเมนต์บอกเล่ากันได้เลยนะครับ ยินดีมากๆ ครับ! ผมเองก็ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครับ

ขอให้สนุกกับการใช้มือถือเครื่องใหม่... เอ้ย! เครื่องเดิมที่กลับมาเร็วปรี๊ดอีกครั้งนะครับ! สวัสดีครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่