🚗⚡🔌Ferrari Luce เปิดตัวแล้ว! รถไฟฟ้าคันแรกของม้าลำพอง ราคามากกว่า 5 แสนยูโร!

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสุดแรงและหรู อย่าง Ferrari Luce เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ferrari
หลังถูกจับตามองมานานหลายปี โดยรุ่นนี้ไม่ใช่รถต้นแบบโชว์เทคโนโลยีหรือรุ่นพิเศษผลิตจำกัด
แต่เป็นรถโปรดักชันจริงที่ถูกวางขายในไลน์อัปปกติของ Ferrari
มีอะไรที่โดดเด่นเรามาดูกัน
🏎️ดีไซน์ใหม่หมด ร่วมงานกับทีมของ Jony Ive
Ferrari Luce ถูกออกแบบร่วมกันระหว่าง Ferrari Centro Stile ในเมือง Maranello และ LoveFrom บริษัทออกแบบที่ก่อตั้งโดย Jony Ive
อดีตหัวหน้าทีมออกแบบของ Apple ผู้มีบทบาทสำคัญกับดีไซน์ iPhone รุ่นแรก
อย่างไรก็ตาม Ferrari ระบุว่าดีไซน์ของ Luce ไม่ได้เริ่มจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากโจทย์ด้านอากาศพลศาสตร์และฟังก์ชันการใช้งานก่อน
จากนั้นจึงค่อยปรับเส้นสายภายนอกให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
🏎️ตัวถังยาวมากพอสมควร
มิติตัวถังของ Ferrari Luce มีความยาว 197.6 นิ้ว หรือยาวใกล้เคียงกับ Tesla Model S กว้าง 78.7 นิ้ว และเตี้ยกว่า Ferrari Purosangue
ประมาณ 2 นิ้ว โดยตัวรถใช้รูปทรงที่เน้นความลู่ลมอย่างมาก
Ferrari ระบุว่า Luce ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศได้เพียง 0.254 Cd โดยไม่ต้องใช้ระบบแอโรไดนามิกแบบ Active Aero
ซึ่งช่วยให้ตัวรถเรียบสะอาดและลดน้ำหนักของระบบกลไกที่ไม่จำเป็น
🏎️ล้อใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งใน Ferrari โปรดักชัน
อีกจุดที่สะดุดตาคือชุดล้อขนาดใหญ่ โดย Ferrari Luce ใช้ล้อหน้า 23 นิ้ว และล้อหลัง 24 นิ้ว ซึ่ง Motor1
ระบุว่าเป็นล้อขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งในรถ Ferrari รุ่นโปรดักชัน
ส่วนงานออกแบบท้ายรถใช้ไฟท้ายทรงกลม ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยให้ Luce ดูแตกต่างจาก Ferrari รุ่นใหม่หลายรุ่น
และสร้างบุคลิกที่ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ใช่การนำดีไซน์เดิมมาปรับเป็นไฟฟ้าเท่านั้น
🏎️ภายใน 5 ที่นั่งจริง เก็บของได้เยอะสุด
ภายในของ Ferrari Luce ถูกออกแบบให้แตกต่างจาก Ferrari หลายรุ่น โดยมีที่นั่งแบบ 5 ที่นั่งจริง เนื่องจากไม่มีอุโมงค์เกียร์กลางตัวรถ
เหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังตรงกลางนั่งได้สบายขึ้น
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 21.1 ลูกบาศก์ฟุต หรือประมาณ 597 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่ Ferrari เคยมีมา
และอยู่ในระดับใกล้เคียงรถ SUV ขนาดคอมแพกต์ยุคใหม่
🏎️มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว กำลังสูงสุด 1,050 แรงม้า
Ferrari Luce ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแยกอิสระทั้ง 4 ล้อ โดยมอเตอร์ทั้งหมดถูกพัฒนาและผลิตใน Maranello มอเตอร์คู่หน้าหมุนได้สูงสุด 30,000 รอบ/นาที
ส่วนมอเตอร์คู่หลังหมุนได้สูงสุด 25,500 รอบ/นาที โดยเทคโนโลยีมอเตอร์มีพื้นฐานจากโปรแกรม Ferrari F80
และองค์ความรู้จากสนามแข่ง Formula 1 และ Endurance Racing
ระบบขับเคลื่อนของ Luce แบ่งโหมดการทำงานผ่าน E-Manettino โดยแต่ละโหมดจะเปลี่ยนการจ่ายแรงบิด พฤติกรรมระบบขับเคลื่อน
และระดับสมรรถนะของรถแตกต่างกัน
🏎️0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที
เมื่อใช้โหมด Launch Control Ferrari ระบุว่า Luce สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที
ซึ่งเป็นตัวเลขระดับซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง
แม้ตัวรถมีขนาดใหญ่และเป็น EV เต็มรูปแบบ แต่ Ferrari เคลมว่าการควบคุมของ Luce ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ 296 GTB
โดยได้แรงช่วยจากมอเตอร์อิสระ 4 ตัว ระบบ Torque Vectoring ขั้นสูง และระบบเลี้ยวล้อหลัง
🏎️แป้น Paddle ไม่ได้เปลี่ยนเกียร์ แต่ใช้คุมแรงบิด
Ferrari Luce ไม่มีเกียร์แบบรถเครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงมีแป้น Paddle หลังพวงมาลัย โดยไม่ได้ใช้สำหรับเปลี่ยนเกียร์
แต่ใช้ควบคุมระบบที่เรียกว่า Torque Shift Engagement
แป้นด้านขวาใช้ปรับระดับการจ่ายแรงบิดทั้งหมด 5 ระดับ ส่วนแป้นด้านซ้ายใช้ปรับแรงหน่วงของระบบ Regenerative Braking อีก 5 ระดับ
ทำให้ผู้ขับสามารถปรับอาการของรถก่อนเข้าโค้งและตอนออกโค้งได้ละเอียดขึ้น โดย Ferrari ย้ำว่านี่ไม่ใช่ระบบจำลองเกียร์ปลอม
แต่เป็นวิธีใหม่ในการสื่อสารระหว่างผู้ขับกับรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง
🔋แบตเตอรี่ 800V ชาร์จเร็วสูงสุด 350kW
Ferrari Luce ใช้แบตเตอรี่สถาปัตยกรรม 800V ที่ออกแบบและประกอบใน Maranello โดยแพ็กแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง
ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงลงเกือบ 3.7 นิ้ว เมื่อเทียบกับ Ferrari Purosangue โมดูลแบตเตอรี่ถูกพัฒนาร่วมกับ SK On จากเกาหลีใต้ และ Ferrari
ให้การรับประกันระบบขับเคลื่อนนาน 8 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ส่วนการชาร์จเร็วรองรับกำลังสูงสุด 350kW
🔊เสียงของ Ferrari EV ไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์ปลอม
ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ Ferrari ไฟฟ้าจะมี “เสียง” แบบไหน คำตอบของ Ferrari คือไม่ใช้เสียงเครื่องยนต์จำลองหรือเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้า
แต่ใช้เซนเซอร์จับแรงสั่นสะเทือนจริงจากมอเตอร์ไฟฟ้าและโครงสร้างด้านหลังของรถ
จากนั้นระบบจะใช้อัลกอริทึมกรองความถี่ที่ไม่พึงประสงค์ และขยายเฉพาะโทนเสียงที่มีความเป็นดนตรีมากขึ้น โดยผู้ขับสามารถเลือกได้ว่าจะเปิด
หรือปิดเสียงนี้ตามโหมดการขับขี่
💰ราคา Ferrari Luce
Ferrari Luce มีราคาเริ่มต้นในต่างประเทศที่ 550,000 ยูโร หรือประมาณ 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 40 ล้านบาท
ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและออปชันตกแต่งเพิ่มเติม ซึ่งตามธรรมเนียมของ Ferrari ราคาจริงหลังเลือกสี วัสดุภายใน และอุปกรณ์พิเศษอาจสูงกว่านี้มาก
Ferrari Luce ถือเป็นก้าวสำคัญของ Ferrari เพราะเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ไม่ได้มาแบบประนีประนอม ทั้งกำลังสูงสุด 1,050 แรงม้า
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที มอเตอร์ 4 ตัว แบตเตอรี่ 800V และดีไซน์ที่แตกต่างจาก Ferrari รุ่นเครื่องยนต์สันดาปแบบชัดเจน
แม้รูปลักษณ์ของ Luce อาจเป็นที่ถกเถียง และราคาสูงถึงระดับ 550,000 ยูโร แต่สิ่งที่ Ferrari พยายามทำคือการสร้างนิยามใหม่
ของรถม้าลำพองในยุคไฟฟ้า โดยยังคงเรื่องสมรรถนะ การควบคุม และอารมณ์การขับขี่ไว้ให้มากที่สุด เพียงแต่เปลี่ยนภาษาใหม่
จากเสียงเครื่องยนต์ V8 หรือ V12 มาเป็นประสบการณ์ไฟฟ้าที่ Ferrari ออกแบบเองตั้งแต่พื้นฐาน
เมืองไทยจะเคาะเท่าไหร่ต้องรอติดตามกันต่อไป
ที่มา | 🚗⚡🔌
🚗⚡🔌Ferrari Luce เปิดตัวแล้ว! รถไฟฟ้าคันแรกของม้าลำพอง ราคามากกว่า 5 แสนยูโร!
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสุดแรงและหรู อย่าง Ferrari Luce เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ferrari
หลังถูกจับตามองมานานหลายปี โดยรุ่นนี้ไม่ใช่รถต้นแบบโชว์เทคโนโลยีหรือรุ่นพิเศษผลิตจำกัด
แต่เป็นรถโปรดักชันจริงที่ถูกวางขายในไลน์อัปปกติของ Ferrari
มีอะไรที่โดดเด่นเรามาดูกัน
🏎️ดีไซน์ใหม่หมด ร่วมงานกับทีมของ Jony Ive
Ferrari Luce ถูกออกแบบร่วมกันระหว่าง Ferrari Centro Stile ในเมือง Maranello และ LoveFrom บริษัทออกแบบที่ก่อตั้งโดย Jony Ive
อดีตหัวหน้าทีมออกแบบของ Apple ผู้มีบทบาทสำคัญกับดีไซน์ iPhone รุ่นแรก
อย่างไรก็ตาม Ferrari ระบุว่าดีไซน์ของ Luce ไม่ได้เริ่มจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากโจทย์ด้านอากาศพลศาสตร์และฟังก์ชันการใช้งานก่อน
จากนั้นจึงค่อยปรับเส้นสายภายนอกให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
🏎️ตัวถังยาวมากพอสมควร
มิติตัวถังของ Ferrari Luce มีความยาว 197.6 นิ้ว หรือยาวใกล้เคียงกับ Tesla Model S กว้าง 78.7 นิ้ว และเตี้ยกว่า Ferrari Purosangue
ประมาณ 2 นิ้ว โดยตัวรถใช้รูปทรงที่เน้นความลู่ลมอย่างมาก
Ferrari ระบุว่า Luce ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศได้เพียง 0.254 Cd โดยไม่ต้องใช้ระบบแอโรไดนามิกแบบ Active Aero
ซึ่งช่วยให้ตัวรถเรียบสะอาดและลดน้ำหนักของระบบกลไกที่ไม่จำเป็น
🏎️ล้อใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งใน Ferrari โปรดักชัน
อีกจุดที่สะดุดตาคือชุดล้อขนาดใหญ่ โดย Ferrari Luce ใช้ล้อหน้า 23 นิ้ว และล้อหลัง 24 นิ้ว ซึ่ง Motor1
ระบุว่าเป็นล้อขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งในรถ Ferrari รุ่นโปรดักชัน
ส่วนงานออกแบบท้ายรถใช้ไฟท้ายทรงกลม ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยให้ Luce ดูแตกต่างจาก Ferrari รุ่นใหม่หลายรุ่น
และสร้างบุคลิกที่ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ใช่การนำดีไซน์เดิมมาปรับเป็นไฟฟ้าเท่านั้น
🏎️ภายใน 5 ที่นั่งจริง เก็บของได้เยอะสุด
ภายในของ Ferrari Luce ถูกออกแบบให้แตกต่างจาก Ferrari หลายรุ่น โดยมีที่นั่งแบบ 5 ที่นั่งจริง เนื่องจากไม่มีอุโมงค์เกียร์กลางตัวรถ
เหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังตรงกลางนั่งได้สบายขึ้น
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 21.1 ลูกบาศก์ฟุต หรือประมาณ 597 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่ Ferrari เคยมีมา
และอยู่ในระดับใกล้เคียงรถ SUV ขนาดคอมแพกต์ยุคใหม่
🏎️มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว กำลังสูงสุด 1,050 แรงม้า
Ferrari Luce ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแยกอิสระทั้ง 4 ล้อ โดยมอเตอร์ทั้งหมดถูกพัฒนาและผลิตใน Maranello มอเตอร์คู่หน้าหมุนได้สูงสุด 30,000 รอบ/นาที
ส่วนมอเตอร์คู่หลังหมุนได้สูงสุด 25,500 รอบ/นาที โดยเทคโนโลยีมอเตอร์มีพื้นฐานจากโปรแกรม Ferrari F80
และองค์ความรู้จากสนามแข่ง Formula 1 และ Endurance Racing
ระบบขับเคลื่อนของ Luce แบ่งโหมดการทำงานผ่าน E-Manettino โดยแต่ละโหมดจะเปลี่ยนการจ่ายแรงบิด พฤติกรรมระบบขับเคลื่อน
และระดับสมรรถนะของรถแตกต่างกัน
🏎️0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที
เมื่อใช้โหมด Launch Control Ferrari ระบุว่า Luce สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที
ซึ่งเป็นตัวเลขระดับซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง
แม้ตัวรถมีขนาดใหญ่และเป็น EV เต็มรูปแบบ แต่ Ferrari เคลมว่าการควบคุมของ Luce ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ 296 GTB
โดยได้แรงช่วยจากมอเตอร์อิสระ 4 ตัว ระบบ Torque Vectoring ขั้นสูง และระบบเลี้ยวล้อหลัง
🏎️แป้น Paddle ไม่ได้เปลี่ยนเกียร์ แต่ใช้คุมแรงบิด
Ferrari Luce ไม่มีเกียร์แบบรถเครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงมีแป้น Paddle หลังพวงมาลัย โดยไม่ได้ใช้สำหรับเปลี่ยนเกียร์
แต่ใช้ควบคุมระบบที่เรียกว่า Torque Shift Engagement
แป้นด้านขวาใช้ปรับระดับการจ่ายแรงบิดทั้งหมด 5 ระดับ ส่วนแป้นด้านซ้ายใช้ปรับแรงหน่วงของระบบ Regenerative Braking อีก 5 ระดับ
ทำให้ผู้ขับสามารถปรับอาการของรถก่อนเข้าโค้งและตอนออกโค้งได้ละเอียดขึ้น โดย Ferrari ย้ำว่านี่ไม่ใช่ระบบจำลองเกียร์ปลอม
แต่เป็นวิธีใหม่ในการสื่อสารระหว่างผู้ขับกับรถไฟฟ้าสมรรถนะสูง
🔋แบตเตอรี่ 800V ชาร์จเร็วสูงสุด 350kW
Ferrari Luce ใช้แบตเตอรี่สถาปัตยกรรม 800V ที่ออกแบบและประกอบใน Maranello โดยแพ็กแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง
ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงลงเกือบ 3.7 นิ้ว เมื่อเทียบกับ Ferrari Purosangue โมดูลแบตเตอรี่ถูกพัฒนาร่วมกับ SK On จากเกาหลีใต้ และ Ferrari
ให้การรับประกันระบบขับเคลื่อนนาน 8 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ส่วนการชาร์จเร็วรองรับกำลังสูงสุด 350kW
🔊เสียงของ Ferrari EV ไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์ปลอม
ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ Ferrari ไฟฟ้าจะมี “เสียง” แบบไหน คำตอบของ Ferrari คือไม่ใช้เสียงเครื่องยนต์จำลองหรือเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้า
แต่ใช้เซนเซอร์จับแรงสั่นสะเทือนจริงจากมอเตอร์ไฟฟ้าและโครงสร้างด้านหลังของรถ
จากนั้นระบบจะใช้อัลกอริทึมกรองความถี่ที่ไม่พึงประสงค์ และขยายเฉพาะโทนเสียงที่มีความเป็นดนตรีมากขึ้น โดยผู้ขับสามารถเลือกได้ว่าจะเปิด
หรือปิดเสียงนี้ตามโหมดการขับขี่
💰ราคา Ferrari Luce
Ferrari Luce มีราคาเริ่มต้นในต่างประเทศที่ 550,000 ยูโร หรือประมาณ 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 40 ล้านบาท
ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและออปชันตกแต่งเพิ่มเติม ซึ่งตามธรรมเนียมของ Ferrari ราคาจริงหลังเลือกสี วัสดุภายใน และอุปกรณ์พิเศษอาจสูงกว่านี้มาก
Ferrari Luce ถือเป็นก้าวสำคัญของ Ferrari เพราะเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ไม่ได้มาแบบประนีประนอม ทั้งกำลังสูงสุด 1,050 แรงม้า
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที มอเตอร์ 4 ตัว แบตเตอรี่ 800V และดีไซน์ที่แตกต่างจาก Ferrari รุ่นเครื่องยนต์สันดาปแบบชัดเจน
แม้รูปลักษณ์ของ Luce อาจเป็นที่ถกเถียง และราคาสูงถึงระดับ 550,000 ยูโร แต่สิ่งที่ Ferrari พยายามทำคือการสร้างนิยามใหม่
ของรถม้าลำพองในยุคไฟฟ้า โดยยังคงเรื่องสมรรถนะ การควบคุม และอารมณ์การขับขี่ไว้ให้มากที่สุด เพียงแต่เปลี่ยนภาษาใหม่
จากเสียงเครื่องยนต์ V8 หรือ V12 มาเป็นประสบการณ์ไฟฟ้าที่ Ferrari ออกแบบเองตั้งแต่พื้นฐาน
เมืองไทยจะเคาะเท่าไหร่ต้องรอติดตามกันต่อไป
ที่มา | 🚗⚡🔌