สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักทุกท่าน!
วันนี้ผมจะชวนทุกคนมาเจาะเวลาหาอดีตกับเครื่องดื่มที่หลายคนขาดไม่ได้ในแต่ละวันอย่าง "กาแฟ" กันครับ เชื่อไหมครับว่าทุกวันนี้ที่เราเข้าร้านกาแฟได้ง่ายๆ กดสั่งได้สารพัดเมนูเนี่ย สมัยก่อนมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเลยนะ แถมบางช่วงยังเป็น "เครื่องดื่มต้องห้าม" ด้วยซ้ำ ฟังดูน่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ? งั้นเราไปดูกันเลย!
ผมเองก็เป็นมนุษย์กาแฟคนหนึ่งครับ ตื่นเช้ามาถ้าไม่ได้กาแฟดีๆ สักแก้วนี่บอกเลยว่าชีวิตเหมือนยังสตาร์ทไม่ติด (ฮา) แต่เคยสงสัยกันไหมครับว่าไอ้เจ้าเมล็ดกาแฟที่กลายมาเป็นเครื่องดื่มหอมกรุ่นในแก้วเราทุกวันนี้เนี่ย มันมีจุดเริ่มต้นยังไง?
ตำนานเล่าว่า ย้อนกลับไปราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 9 ในดินแดนเอธิโอเปีย มีคนเลี้ยงแพะชื่อ "คาลดิ" ครับ
แกสังเกตเห็นว่าแพะของแกเนี่ย พอไปกินผลไม้สีแดงๆ จากต้นไม้ชนิดหนึ่งแล้วอยู่ดีๆ ก็มีพลังงานล้นเหลือ กระโดดโลดเต้นเหมือนแดนเซอร์ระดับโลกเลยครับ! คาลดิเลยลองเก็บผลไม้นั้นมาชิมเองดู ปรากฏว่า... "เฮ้ย! ตาสว่างเฉยเลย!" ครับ จากนั้นมาคาลดิก็เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พระในวัดฟัง พระท่านก็ลองเอาผลนั้นไปต้มดู ปรากฏว่ามันช่วยให้ท่านตื่นตัวระหว่างทำพิธีสวดมนต์ได้ดีเยี่ยมเลยครับ นี่คือจุดกำเนิดแรกเริ่มของกาแฟเลยก็ว่าได้!
หลังจากนั้น เมล็ดกาแฟก็เริ่มแพร่หลายไปทางคาบสมุทรอาหรับ โดยเฉพาะในเยเมนครับ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 กาแฟไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มธรรมดาแล้วนะ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในกลุ่มนักบวชซูฟี ที่ใช้ดื่มเพื่อให้ตื่นตัวระหว่างสวดมนต์ยามค่ำคืนครับ พวกเขายังเรียกเครื่องดื่มนี้ว่า "Qahwa" ซึ่งแปลว่า "สิ่งที่ทำให้ไม่หลับ" นั่นแหละครับ
และจากเยเมน กาแฟก็ข้ามทะเลแดงไปยังเมืองเมกกะ และแพร่เข้าสู่อาณาจักรออตโตมันอย่างรวดเร็ว กาแฟไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่ยาอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในร้านกาแฟ (Coffee House) ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดตามเมืองใหญ่ๆ อย่างอิสตันบูลครับ ร้านกาแฟในสมัยนั้นไม่ใช่แค่ที่ดื่มกาแฟนะ แต่เป็นแหล่งรวมตัวของปัญญาชน ศิลปิน นักการเมือง ที่มาถกเถียงเรื่องราวต่างๆ แลกเปลี่ยนข่าวสารกันครับ เหมือนเป็น Twitter ยุคโบราณเลยก็ว่าได้ (ฮา)
แต่เรื่องมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไปครับ! ด้วยความที่กาแฟมันฮิตจัด และทำให้คนมีพลังงานมาก (แถมบางทีก็เสียงดังในร้านกาแฟ) ทำให้กาแฟถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่ "น่าสงสัย" และ "ปลุกปั่น" บางครั้งก็ถูกสั่งห้ามจากผู้นำศาสนาหรือผู้ปกครองด้วยซ้ำครับ เพราะกลัวว่าร้านกาแฟจะเป็นแหล่งรวมตัวของผู้ต่อต้าน! โอ้โห จากยาแก้หง่วง สู่เครื่องดื่มต้องห้ามเฉยเลยครับ!
แต่สุดท้ายพลังของกาแฟก็แรงเกินห้ามใจครับ จากตะวันออกกลาง กาแฟก็เดินทางเข้าสู่ยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เริ่มต้นที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายครับ ตอนแรกชาวยุโรปก็กลัวๆ กล้าๆ นะครับ บางคนก็เรียกว่า "ไวน์ของมุสลิม" และมองว่าเป็นเครื่องดื่มนอกรีตที่ควรห้าม! แต่เรื่องนี้ก็ไปถึงหูสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 8 ครับ ท่านก็เลยตัดสินใจลองชิมกาแฟดูเอง พอได้ชิมปุ๊บ... "เฮ้ย! นี่มันอร่อยนี่หว่า! ไม่เห็นจะบาปเลย!" เท่านั้นแหละครับ พ่อท่านเลยประกาศว่ากาแฟไม่ใช่เครื่องดื่มต้องห้ามอีกต่อไป และให้ศีลให้พรกับกาแฟไปเลย! (เรื่องจริงครับ ไม่ได้โม้!)
จากนั้นมา กาแฟก็แพร่หลายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็วครับ ร้านกาแฟกลายเป็นแหล่งรวมตัวทางสังคมที่สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการปฏิวัติทางสังคมหลายครั้งเลยครับ จนกระทั่งมาถึงยุคที่เราสามารถปลูกกาแฟได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้และเอเชีย กาแฟก็ยิ่งเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปโดยสมบูรณ์ครับ
ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าเครื่องดื่มที่เราดื่มกันทุกวันนี้ จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวผลิกผันขนาดนี้ จากเมล็ดกาแฟที่ทำให้แพะเต้นรำ สู่เครื่องดื่มแก้หง่วงของนักบวช สู่เครื่องดื่มต้องห้ามที่ถูกเพ่งเล็ง และสุดท้ายก็กลายมาเป็นเมนูยอดฮิตที่คนทั่วโลกขาดไม่ได้ครับ! ครั้งหน้าถ้าได้จิบกาแฟ ลองนึกถึงเรื่องราวพวกนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะรู้สึกว่ากาแฟในมือแก้วนั้นมันพิเศษขึ้นอีกเยอะเลยครับ!
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ! หวังว่าจะสนุกและได้ประโยชน์จากเรื่องเล่าประวัติศาสตร์กาแฟในวันนี้ครับ!
รู้ยัง? กาแฟไม่ได้แค่ปลุก! เปิดตำนานเครื่องดื่มต้องห้าม สู่แก้วโปรดของคนทั่วโลกครับ!
วันนี้ผมจะชวนทุกคนมาเจาะเวลาหาอดีตกับเครื่องดื่มที่หลายคนขาดไม่ได้ในแต่ละวันอย่าง "กาแฟ" กันครับ เชื่อไหมครับว่าทุกวันนี้ที่เราเข้าร้านกาแฟได้ง่ายๆ กดสั่งได้สารพัดเมนูเนี่ย สมัยก่อนมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นเลยนะ แถมบางช่วงยังเป็น "เครื่องดื่มต้องห้าม" ด้วยซ้ำ ฟังดูน่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ? งั้นเราไปดูกันเลย!
ผมเองก็เป็นมนุษย์กาแฟคนหนึ่งครับ ตื่นเช้ามาถ้าไม่ได้กาแฟดีๆ สักแก้วนี่บอกเลยว่าชีวิตเหมือนยังสตาร์ทไม่ติด (ฮา) แต่เคยสงสัยกันไหมครับว่าไอ้เจ้าเมล็ดกาแฟที่กลายมาเป็นเครื่องดื่มหอมกรุ่นในแก้วเราทุกวันนี้เนี่ย มันมีจุดเริ่มต้นยังไง?
ตำนานเล่าว่า ย้อนกลับไปราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 9 ในดินแดนเอธิโอเปีย มีคนเลี้ยงแพะชื่อ "คาลดิ" ครับ
แกสังเกตเห็นว่าแพะของแกเนี่ย พอไปกินผลไม้สีแดงๆ จากต้นไม้ชนิดหนึ่งแล้วอยู่ดีๆ ก็มีพลังงานล้นเหลือ กระโดดโลดเต้นเหมือนแดนเซอร์ระดับโลกเลยครับ! คาลดิเลยลองเก็บผลไม้นั้นมาชิมเองดู ปรากฏว่า... "เฮ้ย! ตาสว่างเฉยเลย!" ครับ จากนั้นมาคาลดิก็เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พระในวัดฟัง พระท่านก็ลองเอาผลนั้นไปต้มดู ปรากฏว่ามันช่วยให้ท่านตื่นตัวระหว่างทำพิธีสวดมนต์ได้ดีเยี่ยมเลยครับ นี่คือจุดกำเนิดแรกเริ่มของกาแฟเลยก็ว่าได้!
หลังจากนั้น เมล็ดกาแฟก็เริ่มแพร่หลายไปทางคาบสมุทรอาหรับ โดยเฉพาะในเยเมนครับ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 กาแฟไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มธรรมดาแล้วนะ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในกลุ่มนักบวชซูฟี ที่ใช้ดื่มเพื่อให้ตื่นตัวระหว่างสวดมนต์ยามค่ำคืนครับ พวกเขายังเรียกเครื่องดื่มนี้ว่า "Qahwa" ซึ่งแปลว่า "สิ่งที่ทำให้ไม่หลับ" นั่นแหละครับ
และจากเยเมน กาแฟก็ข้ามทะเลแดงไปยังเมืองเมกกะ และแพร่เข้าสู่อาณาจักรออตโตมันอย่างรวดเร็ว กาแฟไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่ยาอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในร้านกาแฟ (Coffee House) ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดตามเมืองใหญ่ๆ อย่างอิสตันบูลครับ ร้านกาแฟในสมัยนั้นไม่ใช่แค่ที่ดื่มกาแฟนะ แต่เป็นแหล่งรวมตัวของปัญญาชน ศิลปิน นักการเมือง ที่มาถกเถียงเรื่องราวต่างๆ แลกเปลี่ยนข่าวสารกันครับ เหมือนเป็น Twitter ยุคโบราณเลยก็ว่าได้ (ฮา)
แต่เรื่องมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไปครับ! ด้วยความที่กาแฟมันฮิตจัด และทำให้คนมีพลังงานมาก (แถมบางทีก็เสียงดังในร้านกาแฟ) ทำให้กาแฟถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มที่ "น่าสงสัย" และ "ปลุกปั่น" บางครั้งก็ถูกสั่งห้ามจากผู้นำศาสนาหรือผู้ปกครองด้วยซ้ำครับ เพราะกลัวว่าร้านกาแฟจะเป็นแหล่งรวมตัวของผู้ต่อต้าน! โอ้โห จากยาแก้หง่วง สู่เครื่องดื่มต้องห้ามเฉยเลยครับ!
แต่สุดท้ายพลังของกาแฟก็แรงเกินห้ามใจครับ จากตะวันออกกลาง กาแฟก็เดินทางเข้าสู่ยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เริ่มต้นที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายครับ ตอนแรกชาวยุโรปก็กลัวๆ กล้าๆ นะครับ บางคนก็เรียกว่า "ไวน์ของมุสลิม" และมองว่าเป็นเครื่องดื่มนอกรีตที่ควรห้าม! แต่เรื่องนี้ก็ไปถึงหูสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 8 ครับ ท่านก็เลยตัดสินใจลองชิมกาแฟดูเอง พอได้ชิมปุ๊บ... "เฮ้ย! นี่มันอร่อยนี่หว่า! ไม่เห็นจะบาปเลย!" เท่านั้นแหละครับ พ่อท่านเลยประกาศว่ากาแฟไม่ใช่เครื่องดื่มต้องห้ามอีกต่อไป และให้ศีลให้พรกับกาแฟไปเลย! (เรื่องจริงครับ ไม่ได้โม้!)
จากนั้นมา กาแฟก็แพร่หลายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็วครับ ร้านกาแฟกลายเป็นแหล่งรวมตัวทางสังคมที่สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการปฏิวัติทางสังคมหลายครั้งเลยครับ จนกระทั่งมาถึงยุคที่เราสามารถปลูกกาแฟได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้และเอเชีย กาแฟก็ยิ่งเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปโดยสมบูรณ์ครับ
ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าเครื่องดื่มที่เราดื่มกันทุกวันนี้ จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวผลิกผันขนาดนี้ จากเมล็ดกาแฟที่ทำให้แพะเต้นรำ สู่เครื่องดื่มแก้หง่วงของนักบวช สู่เครื่องดื่มต้องห้ามที่ถูกเพ่งเล็ง และสุดท้ายก็กลายมาเป็นเมนูยอดฮิตที่คนทั่วโลกขาดไม่ได้ครับ! ครั้งหน้าถ้าได้จิบกาแฟ ลองนึกถึงเรื่องราวพวกนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะรู้สึกว่ากาแฟในมือแก้วนั้นมันพิเศษขึ้นอีกเยอะเลยครับ!
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ! หวังว่าจะสนุกและได้ประโยชน์จากเรื่องเล่าประวัติศาสตร์กาแฟในวันนี้ครับ!