ที่มา: จากที่ได้ดูคลิปเบม่อน School Attack แล้วสังเกตว่า มีเด็กมัธยมเกาหลีบางคนสนุกมาก/บางคนเงียบไม่หือไม่อือ ผมเลยสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษและอยากได้ข้อมูลภาพกว้างๆว่า เอ๊ะ... เพลงของเบม่อนที่ตัวเราชอบ เด็กๆเกาหลีวัยใสเค้าไม่ซื้อจริงหรอ? แต่เราก็เห็นว่าก็มีน้องๆที่ชอบอยู่เยอะนะ(แบบร้องได้ รู้จักชื่อ)
เลยลองเขียน prompt แล้วคุยกับ AI แบบจริงๆจังๆ จริงๆมีรายละเอียดวงในเจนเดียวกันด้วย แต่ผมขอไม่เอามารวม(กันเหนียว เดี๋ยวตีกันอีก) ขอเอ่ยถึงเฉพาะที่เอ่ยได้และจำเป็นจริงๆเท่านั้น แนวทางข้อมูลที่ได้จาก AI น่าสนใจดี โดยผมเองไม่ได้เริ่มชงว่าเป็นแฟนคลับวงไหนโดยเฉพาะ เป็นการถามเปิดทางไปเรื่อยๆ (รวมถึงแนวเพลง สไตล์ดนตรี Genre ต่างๆ) แต่เอาเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับ เบม่อน มาแชร์ให้เพื่อนๆในห้องนี้อ่านและแสดงความคิดเห็นร่วมกันดู ทุกคนเห็นต่างได้ แต่อย่าบิดเบือนเจตนาของกระทู้ หรือเริ่มก่อกวน ผมขอร้อง
A) อัตลักษณ์และแนวเพลงของ BABYMONSTER
แนวเพลงหลัก: Hip-Hop, Trap, R&B, และ Dance-Pop
ลักษณะดนตรี: สืบทอด "DNA" ความเป็น YG Entertainment อย่างเข้มข้น ดนตรีจะเน้นบีทที่หนักแน่น เสียงเบสทุ้มต่ำสะใจ มีท่อนแร็ปที่ดุดันและพ่นไฟอย่างรวดเร็ว (Fast-paced rapping) สลับกับท่อนร้องที่โชว์ High notes และมักจะปิดท้ายด้วยท่อนแดนซ์เบรกหรือท่อน Outro ที่ชวนตื๊ดและทรงพลัง
B) YG Old School Hip-Hop
ความพยายามของ YG ในปัจจุบัน (ผ่านวง
BABYMONSTER) คือการดึงเอารากเหง้าความเป็น
Original YG DNA ที่มีความเป็น
Old School Hip-Hop, R&B ยุค 90s-2000s และ
สตรีทแดนซ์แบบดั้งเดิม กลับมาพิมพ์เขียวหลัก มากกว่าการพยายามเดินตามสูตรสำเร็จของ BLACKPINK เพียงอย่างเดียว เหตุผลและหลักฐานที่สนับสนุนแนวคิดนี้มีดังนี้:
1. เปลี่ยนผ่านจาก "Teddy Style" สู่ "Original YG Group Productions"
ความสำเร็จของ BLACKPINK ผูกติดอยู่กับสไตล์ดนตรีของโปรดิวเซอร์
Teddy Park (ปัจจุบันย้ายไปทำค่าย THEBLACKLABEL) ซึ่งเน้นแนว
EDM-Trap, Synth-Pop หรูหรา และการใช้โครงสร้างเพลงแบบระเบิดพลังท่อนฮุก เช่น
DDU-DU DDU-DU, Kill This Love
แต่สำหรับเพลงของ BABYMONSTER ยุคปัจจุบัน YG เลือกใช้ทีมโปรดิวเซอร์ยุคบุกเบิกของค่ายอย่าง
Choice37, Masta Wu, Airplay รวมถึงใช้
Song Camp ที่มีนักแต่งเพลงจากหลายประเทศเข้ามาร่วมงาน หรือแม้กระทั่งดึง
G-Dragon มาช่วยทำเพลง การกลับมาของทีมนี้ทำให้ซาวนด์ดนตรีลดความตื๊ดแบบ EDM ลง และเพิ่มกลิ่นอายความหนึบของเบส ความเป็นสตรีท และ Groove แบบ Hip-Hop ดั้งเดิมเข้าไปมากขึ้น
2. อัลบั้ม "DRIP" (2024) ที่เน้นความ Old School ชัดเจน
หากลองวิเคราะห์รายเพลงจากอัลบั้มเต็มชุดแรกของ
BABYMONSTER จะเห็นทิศทางที่ตั้งข้อสังเกตได้อย่างชัดเจน:
*CLIK CLAK (Real Old School): เพลงนี้เป็น
Minimal Hip-Hop บีทยุคเก่า มีความนิ่ง เท่ ดิบ และลดทอนเครื่องดนตรีสังเคราะห์ที่ฉูดฉาดลง แฟนเพลงยุคเก่าหลายคนฟังแล้วนึกถึงเพลงกลุ่มโปรเจกต์
YG Family ในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น การให้สมาชิกทุกคน (รวมสายโวคอล) มาร่วมแร็ป เป็นการแสดงจุดยืนว่าวงนี้
"ทุกคนต้องมีสกิล Hip-Hop อยู่ในตัว"
*Really Like You: ใส่ความเป็น
90s Hip-Hop / R&B แบบ
Boom-Bap เข้าไปอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นแนวดนตรีที่ 2NE1+ศิลปิน YG ยุคแรกๆ ชื่นชอบ
*DRIP: การที่ได้
G-Dragon มาร่วมคอมโพสเพลงนี้ ทำให้เพลงมีความนิ่ง ความกวน และความ Swag แบบผ่อนคลาย ซึ่งต่างจากความดุดันและกระแทกกระทั้นแบบดนตรีของ BLACKPINK
3. ความคล้ายคลึงกับ 2NE1 มากกว่า BLACKPINK
ถ้าเปรียบเทียบในแง่ภาพลักษณ์และวิธีการนำเสนอ BABYMONSTER มีความใกล้เคียงกับ
2NE1 ในหลายมิติ:
สไตล์บนเวที
2NE1 - เน้น
Freestyle / Playground Vibe สมาชิกจะสนุกสนาน วิ่งพล่านบนเวที เน้นส่ง Live Performance และแสดงทัศนคติที่ดูดุดัน ลุยๆ แบบสตรีท เหมือน 2NE1
BLACKPINK - เน้นความ
Chic, Luxury และความเป๊ะ ของท่าเต้น สไตล์แฟชั่นจะมีความ High-Fashion ระดับโลก ดูเข้าถึงยากและหรูหรากว่า
โครงสร้างแร็ป
2NE1 - เน้น Flow ที่หลากหลาย การสลับไลน์แร็ปแบบบัดดี้ (เช่น Ruka & Asa ยึกยักสลับกัน คล้ายยุค CL & Minzy)
BLACKPINK - เน้นไลน์แร็ปที่เฉียบคม หนักแน่น เป็นสัดส่วนชัดเจนตามจังหวะบล็อกกิ้ง
สรุปคือ ค่าย YG กำลังพยายามพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างศิลปินที่เป็นเบอร์ Top ได้ด้วยการใช้ "ศาสตร์ดนตรีแบบฉบับค่าย (The Root of YG)" ที่มีสเน่ห์แบบ Old School และเน้นความสามารถในการเพอร์ฟอร์มสด เพื่อสร้างความแตกต่างจากเกิร์ลกรุ๊ปค่ายอื่นในเจนเดียวกัน และลดข้อครหาเรื่องการก๊อปปี้สูตรสำเร็จของวงรุ่นพี่
C) เพลงของ BABYMONSTER ถูกวิจารณ์จากแฟนเพลง Kpop ว่าเป็นเพลงเชย ล้าสมัย ไม่แปลกใหม่?
เป็นมุมมองที่ชวนคิดต่อมากๆ ในแง่ของคนที่เข้าใจดนตรีและแฟนเพลงที่ติดตามประวัติศาสตร์ของ YG ย่อมมองว่าคำวิจารณ์นี้
"ไม่ค่อยแฟร์" เพราะสิ่งที่พวกเขาทำคือการรักษาอัตลักษณ์และการเคารพรากเหง้าของค่าย
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าเรามองจากสายตาของ
"ผู้ฟังทั่วไปในเกาหลี" หรือแฟนคลับวงการ K-Pop โดยรวมในยุคปัจจุบัน เราจะเห็นเหตุผลว่าทำไมความเห็นมันถึงแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างรุนแรงขนาดนี้
# ทำไมฝั่งที่มองว่า "ไม่แฟร์" ถึงคิดแบบนั้น? (มองในมุมคุณภาพดนตรี)
สำหรับคนที่ชื่นชอบและเข้าใจเพลงแนวนี้ การวิจารณ์ว่าเพลงของ BABYMONSTER "เชย" ถือว่าใจร้ายไปหน่อยด้วยเหตุผลเหล่านี้:
*ความเก๋าแบบ Old School ไม่เท่ากับความล้าสมัย: ดนตรีฮิปฮอปยุค 90s-2000s หรือ Boom-Bap เป็นแนวเพลงคลาสสิกที่มี "Groove" และสเน่ห์ในตัวเอง การนำดนตรีแนวนี้มาทำในยุคปัจจุบันถือเป็น
รสนิยมแบบเรโทร มากกว่าความเชย เหมือนที่วงการแฟชั่นฮิตเสื้อผ้า Y2K หรือดนตรีฝั่งสากลนิยมทำแนว 80s Synth-Pop
**เป็นความตั้งใจไม่ใช่ความมักง่าย: มันคือความจงใจของ YG ที่ต้องการฉีกตัวเองออกจากเทรนด์
Easy Listening ที่ล้นตลาด K-Pop อยู่ในปัจจุบัน เพื่อชูจุดขายเรื่อง
Performance และพลังเสียง ที่หาได้ยากจากวงน้องใหม่วงอื่นๆ
***เพลงฮิปฮอปดั้งเดิมต้องการการ "เสพ" สกิล: ความสนุกของเพลงสไตล์นี้อยู่ที่การฟังทักษะการแร็ป การรัวคำ และการแสดงสด ซึ่ง BABYMONSTER ทำได้ในระดับ Top Tier ของเจน
## ทำไมผู้ฟังในเกาหลี/คนนอกถึงรู้สึกว่า "ล้าสมัย"? (มองในมุมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน)
ในมุมกลับกัน เหตุผลที่คำวิจารณ์เหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นและดูมีน้ำหนักในหูของคนทั่วไป เป็นเพราะปัจจัยทางวัฒนธรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไป:
1. ยุคสมัยของ Easy Listening ครองเมือง: พฤติกรรมการฟังเพลงของคนเกาหลีในปัจจุบัน (ดูจากชาร์ต Melon) นิยมเพลงที่ฟังสบาย เมโลดี้ละมุน หูไม่ล้า เปิดซ้ำได้ทั้งวันในชีวิตประจำวัน เช่น เพลงของ NewJeans, ILLIT หรือ FIFTY FIFTY พอหูของคนส่วนใหญ่ชินกับความนุ่มนวล การมาเจอเพลงฮิปฮอป Trap ที่บีทหนัก ดุดัน กระแทกกระทั้น จึงถูกตีความทันทีว่า "ฟังยาก" หรือ "หลุดไปจากยุคปัจจุบัน"
2. ความซ้ำซ้อนของสูตรสำเร็จแบบ YG: สิ่งที่คนเกาหลีมองว่า "เชย" อาจไม่ใช่แนวเพลงฮิปฮอป แต่อยู่ที่
"โครงสร้างการเรียบเรียงเพลง" ที่เป็นลายเซ็นของ YG มาเกือบ 15 ปี ตั้งแต่ยุค 2NE1 มาจนถึง BLACKPINK เช่น:
Verse 1 แร็ปเท่ๆ --> Pre-Chorus ร้องไลน์ประสานช้าๆ ซึ้งๆ --> Chorus ดนตรีดรอปแล้วระเบิดบีทหนึบๆ --> จบด้วย Outro/Dance Break ที่ทุกคนต้องมาร้องตะโกนและเต้นร่วมกัน
พอผู้ฟังเดาทางเพลงได้ตั้งแต่ต้นจนจบตั้งแต่ฟังครั้งแรก มันเลยเกิดความรู้สึกว่า
"ไม่มีความแปลกใหม่"
3. การเปรียบเทียบกับวงรุ่นพี่: เป็นความโชคร้ายในฐานะวงน้องใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่ เพราะไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน คนดูก็มักจะเอาภาพของ BABYMONSTER ไปซ้อนทับกับความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของ 2NE1 และ BLACKPINK เสมอ พอมาตรฐานความคาดหวังถูกตั้งไว้สูงลิ่ว อะไรที่ทำแล้วออกมา "เสมอตัว" หรือเป็นไปตามมาตรฐานเดิมของค่าย จึงถูกมองว่าน่าผิดหวังในสายตาของคนนอก
สรุป: แฟร์ไหม?
ถ้ามองในแง่
"ศิลปะดนตรีและความสามารถ" -->
ไม่แฟร์ เพราะตัววงและทีมโปรดิวเซอร์ตั้งใจทำเพลงฮิปฮอปแท้ๆ ออกมาได้เนี๊ยบและมีเอกลักษณ์ชัดเจนมาก สกิลของเด็กๆ ก็เก่งเกินอายุ
แต่ถ้ามองในแง่
"ธุรกิจเพลงป็อปและการตลาด" -->
เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะในโลกของ K-Pop ที่หมุนไวมาก ผู้ฟังทั่วไปมักจะมองหา "สิ่งใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน" มากกว่า "สิ่งเดิมที่เอามาทำใหม่ให้ดีขึ้น"
สุดท้ายแล้ว คำวิจารณ์เหล่านี้อาจไม่ได้ทำลายตัววง เพราะตราบใดที่ BABYMONSTER ยังสามารถดึงดูด
ฐานแฟนคลับระดับโลก (Global Fandom) ที่โหยหาดนตรีสไตล์ YG ดั้งเดิมได้อย่างมหาศาล ยอดขายและยอดวิวถล่มทลาย ตัววงก็ยังสามารถเติบโตเป็นระดับ Top Tier ได้อย่างมั่นคง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาใจชาร์ตเพลงในบ้านเกิดเพียงอย่างเดียว
(มีต่ออีกนิดนึง นะครับ)
บทวิเคราะห์ แนวเพลง BABYMONSTER เป็นอย่างไร/เชยมั้ย?
เลยลองเขียน prompt แล้วคุยกับ AI แบบจริงๆจังๆ จริงๆมีรายละเอียดวงในเจนเดียวกันด้วย แต่ผมขอไม่เอามารวม(กันเหนียว เดี๋ยวตีกันอีก) ขอเอ่ยถึงเฉพาะที่เอ่ยได้และจำเป็นจริงๆเท่านั้น แนวทางข้อมูลที่ได้จาก AI น่าสนใจดี โดยผมเองไม่ได้เริ่มชงว่าเป็นแฟนคลับวงไหนโดยเฉพาะ เป็นการถามเปิดทางไปเรื่อยๆ (รวมถึงแนวเพลง สไตล์ดนตรี Genre ต่างๆ) แต่เอาเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับ เบม่อน มาแชร์ให้เพื่อนๆในห้องนี้อ่านและแสดงความคิดเห็นร่วมกันดู ทุกคนเห็นต่างได้ แต่อย่าบิดเบือนเจตนาของกระทู้ หรือเริ่มก่อกวน ผมขอร้อง
A) อัตลักษณ์และแนวเพลงของ BABYMONSTER
แนวเพลงหลัก: Hip-Hop, Trap, R&B, และ Dance-Pop
ลักษณะดนตรี: สืบทอด "DNA" ความเป็น YG Entertainment อย่างเข้มข้น ดนตรีจะเน้นบีทที่หนักแน่น เสียงเบสทุ้มต่ำสะใจ มีท่อนแร็ปที่ดุดันและพ่นไฟอย่างรวดเร็ว (Fast-paced rapping) สลับกับท่อนร้องที่โชว์ High notes และมักจะปิดท้ายด้วยท่อนแดนซ์เบรกหรือท่อน Outro ที่ชวนตื๊ดและทรงพลัง
B) YG Old School Hip-Hop
ความพยายามของ YG ในปัจจุบัน (ผ่านวง BABYMONSTER) คือการดึงเอารากเหง้าความเป็น Original YG DNA ที่มีความเป็น Old School Hip-Hop, R&B ยุค 90s-2000s และ สตรีทแดนซ์แบบดั้งเดิม กลับมาพิมพ์เขียวหลัก มากกว่าการพยายามเดินตามสูตรสำเร็จของ BLACKPINK เพียงอย่างเดียว เหตุผลและหลักฐานที่สนับสนุนแนวคิดนี้มีดังนี้:
1. เปลี่ยนผ่านจาก "Teddy Style" สู่ "Original YG Group Productions"
ความสำเร็จของ BLACKPINK ผูกติดอยู่กับสไตล์ดนตรีของโปรดิวเซอร์ Teddy Park (ปัจจุบันย้ายไปทำค่าย THEBLACKLABEL) ซึ่งเน้นแนว EDM-Trap, Synth-Pop หรูหรา และการใช้โครงสร้างเพลงแบบระเบิดพลังท่อนฮุก เช่น DDU-DU DDU-DU, Kill This Love
แต่สำหรับเพลงของ BABYMONSTER ยุคปัจจุบัน YG เลือกใช้ทีมโปรดิวเซอร์ยุคบุกเบิกของค่ายอย่าง Choice37, Masta Wu, Airplay รวมถึงใช้ Song Camp ที่มีนักแต่งเพลงจากหลายประเทศเข้ามาร่วมงาน หรือแม้กระทั่งดึง G-Dragon มาช่วยทำเพลง การกลับมาของทีมนี้ทำให้ซาวนด์ดนตรีลดความตื๊ดแบบ EDM ลง และเพิ่มกลิ่นอายความหนึบของเบส ความเป็นสตรีท และ Groove แบบ Hip-Hop ดั้งเดิมเข้าไปมากขึ้น
2. อัลบั้ม "DRIP" (2024) ที่เน้นความ Old School ชัดเจน
หากลองวิเคราะห์รายเพลงจากอัลบั้มเต็มชุดแรกของ BABYMONSTER จะเห็นทิศทางที่ตั้งข้อสังเกตได้อย่างชัดเจน:
*CLIK CLAK (Real Old School): เพลงนี้เป็น Minimal Hip-Hop บีทยุคเก่า มีความนิ่ง เท่ ดิบ และลดทอนเครื่องดนตรีสังเคราะห์ที่ฉูดฉาดลง แฟนเพลงยุคเก่าหลายคนฟังแล้วนึกถึงเพลงกลุ่มโปรเจกต์ YG Family ในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น การให้สมาชิกทุกคน (รวมสายโวคอล) มาร่วมแร็ป เป็นการแสดงจุดยืนว่าวงนี้ "ทุกคนต้องมีสกิล Hip-Hop อยู่ในตัว"
*Really Like You: ใส่ความเป็น 90s Hip-Hop / R&B แบบ Boom-Bap เข้าไปอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นแนวดนตรีที่ 2NE1+ศิลปิน YG ยุคแรกๆ ชื่นชอบ
*DRIP: การที่ได้ G-Dragon มาร่วมคอมโพสเพลงนี้ ทำให้เพลงมีความนิ่ง ความกวน และความ Swag แบบผ่อนคลาย ซึ่งต่างจากความดุดันและกระแทกกระทั้นแบบดนตรีของ BLACKPINK
3. ความคล้ายคลึงกับ 2NE1 มากกว่า BLACKPINK
ถ้าเปรียบเทียบในแง่ภาพลักษณ์และวิธีการนำเสนอ BABYMONSTER มีความใกล้เคียงกับ 2NE1 ในหลายมิติ:
สไตล์บนเวที
2NE1 - เน้น Freestyle / Playground Vibe สมาชิกจะสนุกสนาน วิ่งพล่านบนเวที เน้นส่ง Live Performance และแสดงทัศนคติที่ดูดุดัน ลุยๆ แบบสตรีท เหมือน 2NE1
BLACKPINK - เน้นความ Chic, Luxury และความเป๊ะ ของท่าเต้น สไตล์แฟชั่นจะมีความ High-Fashion ระดับโลก ดูเข้าถึงยากและหรูหรากว่า
โครงสร้างแร็ป
2NE1 - เน้น Flow ที่หลากหลาย การสลับไลน์แร็ปแบบบัดดี้ (เช่น Ruka & Asa ยึกยักสลับกัน คล้ายยุค CL & Minzy)
BLACKPINK - เน้นไลน์แร็ปที่เฉียบคม หนักแน่น เป็นสัดส่วนชัดเจนตามจังหวะบล็อกกิ้ง
สรุปคือ ค่าย YG กำลังพยายามพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างศิลปินที่เป็นเบอร์ Top ได้ด้วยการใช้ "ศาสตร์ดนตรีแบบฉบับค่าย (The Root of YG)" ที่มีสเน่ห์แบบ Old School และเน้นความสามารถในการเพอร์ฟอร์มสด เพื่อสร้างความแตกต่างจากเกิร์ลกรุ๊ปค่ายอื่นในเจนเดียวกัน และลดข้อครหาเรื่องการก๊อปปี้สูตรสำเร็จของวงรุ่นพี่
C) เพลงของ BABYMONSTER ถูกวิจารณ์จากแฟนเพลง Kpop ว่าเป็นเพลงเชย ล้าสมัย ไม่แปลกใหม่?
เป็นมุมมองที่ชวนคิดต่อมากๆ ในแง่ของคนที่เข้าใจดนตรีและแฟนเพลงที่ติดตามประวัติศาสตร์ของ YG ย่อมมองว่าคำวิจารณ์นี้ "ไม่ค่อยแฟร์" เพราะสิ่งที่พวกเขาทำคือการรักษาอัตลักษณ์และการเคารพรากเหง้าของค่าย
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าเรามองจากสายตาของ "ผู้ฟังทั่วไปในเกาหลี" หรือแฟนคลับวงการ K-Pop โดยรวมในยุคปัจจุบัน เราจะเห็นเหตุผลว่าทำไมความเห็นมันถึงแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างรุนแรงขนาดนี้
# ทำไมฝั่งที่มองว่า "ไม่แฟร์" ถึงคิดแบบนั้น? (มองในมุมคุณภาพดนตรี)
สำหรับคนที่ชื่นชอบและเข้าใจเพลงแนวนี้ การวิจารณ์ว่าเพลงของ BABYMONSTER "เชย" ถือว่าใจร้ายไปหน่อยด้วยเหตุผลเหล่านี้:
*ความเก๋าแบบ Old School ไม่เท่ากับความล้าสมัย: ดนตรีฮิปฮอปยุค 90s-2000s หรือ Boom-Bap เป็นแนวเพลงคลาสสิกที่มี "Groove" และสเน่ห์ในตัวเอง การนำดนตรีแนวนี้มาทำในยุคปัจจุบันถือเป็น รสนิยมแบบเรโทร มากกว่าความเชย เหมือนที่วงการแฟชั่นฮิตเสื้อผ้า Y2K หรือดนตรีฝั่งสากลนิยมทำแนว 80s Synth-Pop
**เป็นความตั้งใจไม่ใช่ความมักง่าย: มันคือความจงใจของ YG ที่ต้องการฉีกตัวเองออกจากเทรนด์ Easy Listening ที่ล้นตลาด K-Pop อยู่ในปัจจุบัน เพื่อชูจุดขายเรื่อง Performance และพลังเสียง ที่หาได้ยากจากวงน้องใหม่วงอื่นๆ
***เพลงฮิปฮอปดั้งเดิมต้องการการ "เสพ" สกิล: ความสนุกของเพลงสไตล์นี้อยู่ที่การฟังทักษะการแร็ป การรัวคำ และการแสดงสด ซึ่ง BABYMONSTER ทำได้ในระดับ Top Tier ของเจน
## ทำไมผู้ฟังในเกาหลี/คนนอกถึงรู้สึกว่า "ล้าสมัย"? (มองในมุมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน)
ในมุมกลับกัน เหตุผลที่คำวิจารณ์เหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นและดูมีน้ำหนักในหูของคนทั่วไป เป็นเพราะปัจจัยทางวัฒนธรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไป:
1. ยุคสมัยของ Easy Listening ครองเมือง: พฤติกรรมการฟังเพลงของคนเกาหลีในปัจจุบัน (ดูจากชาร์ต Melon) นิยมเพลงที่ฟังสบาย เมโลดี้ละมุน หูไม่ล้า เปิดซ้ำได้ทั้งวันในชีวิตประจำวัน เช่น เพลงของ NewJeans, ILLIT หรือ FIFTY FIFTY พอหูของคนส่วนใหญ่ชินกับความนุ่มนวล การมาเจอเพลงฮิปฮอป Trap ที่บีทหนัก ดุดัน กระแทกกระทั้น จึงถูกตีความทันทีว่า "ฟังยาก" หรือ "หลุดไปจากยุคปัจจุบัน"
2. ความซ้ำซ้อนของสูตรสำเร็จแบบ YG: สิ่งที่คนเกาหลีมองว่า "เชย" อาจไม่ใช่แนวเพลงฮิปฮอป แต่อยู่ที่ "โครงสร้างการเรียบเรียงเพลง" ที่เป็นลายเซ็นของ YG มาเกือบ 15 ปี ตั้งแต่ยุค 2NE1 มาจนถึง BLACKPINK เช่น:
Verse 1 แร็ปเท่ๆ --> Pre-Chorus ร้องไลน์ประสานช้าๆ ซึ้งๆ --> Chorus ดนตรีดรอปแล้วระเบิดบีทหนึบๆ --> จบด้วย Outro/Dance Break ที่ทุกคนต้องมาร้องตะโกนและเต้นร่วมกัน
พอผู้ฟังเดาทางเพลงได้ตั้งแต่ต้นจนจบตั้งแต่ฟังครั้งแรก มันเลยเกิดความรู้สึกว่า "ไม่มีความแปลกใหม่"
3. การเปรียบเทียบกับวงรุ่นพี่: เป็นความโชคร้ายในฐานะวงน้องใหม่จากค่ายยักษ์ใหญ่ เพราะไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน คนดูก็มักจะเอาภาพของ BABYMONSTER ไปซ้อนทับกับความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของ 2NE1 และ BLACKPINK เสมอ พอมาตรฐานความคาดหวังถูกตั้งไว้สูงลิ่ว อะไรที่ทำแล้วออกมา "เสมอตัว" หรือเป็นไปตามมาตรฐานเดิมของค่าย จึงถูกมองว่าน่าผิดหวังในสายตาของคนนอก
สรุป: แฟร์ไหม?
ถ้ามองในแง่ "ศิลปะดนตรีและความสามารถ" --> ไม่แฟร์ เพราะตัววงและทีมโปรดิวเซอร์ตั้งใจทำเพลงฮิปฮอปแท้ๆ ออกมาได้เนี๊ยบและมีเอกลักษณ์ชัดเจนมาก สกิลของเด็กๆ ก็เก่งเกินอายุ
แต่ถ้ามองในแง่ "ธุรกิจเพลงป็อปและการตลาด" --> เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะในโลกของ K-Pop ที่หมุนไวมาก ผู้ฟังทั่วไปมักจะมองหา "สิ่งใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน" มากกว่า "สิ่งเดิมที่เอามาทำใหม่ให้ดีขึ้น"
สุดท้ายแล้ว คำวิจารณ์เหล่านี้อาจไม่ได้ทำลายตัววง เพราะตราบใดที่ BABYMONSTER ยังสามารถดึงดูด ฐานแฟนคลับระดับโลก (Global Fandom) ที่โหยหาดนตรีสไตล์ YG ดั้งเดิมได้อย่างมหาศาล ยอดขายและยอดวิวถล่มทลาย ตัววงก็ยังสามารถเติบโตเป็นระดับ Top Tier ได้อย่างมั่นคง โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาใจชาร์ตเพลงในบ้านเกิดเพียงอย่างเดียว
(มีต่ออีกนิดนึง นะครับ)