สวัสดีค่ะ ขออนุญาตเล่าพื้นเพของเราคร่าวๆก่อนนะคะ เราเป็นเด็กจบใหม่ปี69 คณะบริหาร สาขาการเงิน ฝึกงานเสร็จเมื่อเดือนมีนาคมค่ะ ตอนนี้กำลังรอรับใบจบที่จะได้ในเดือนมิถุนานี้ค่ะ
เราเป็นเด็กที่ขยันเรียนมาก แต่ความจำของเราสั้นค่ะ เวลาสอบเรามักจะต้องทวนความจำก่อนเข้าห้องสอบเสมอค่ะ เกรดเลยอยู่ในระแวก 3.48 ไม่ได้เกียรตินิยมเพราะปี1เทอม1 ติดD+ ค่ะ และไม่สามารเแก้ได้เนื่องจาก GPA อยู่สูงกว่า 2.00 ค่ะ ก่อนเข้ามหาลัยเราเรียนเอกดุริยางค์ ขับร้องสากลเพราะตอนนั้นมีความฝันอยากเป็นนักร้อง idolเกาหลี ในช่วงตอนนั้นเราไปออดิชั่นหลายที่มาก แต่ก็ไม่ผ่านรอบออดิชั่นเลยค่ะ จนเราไปออดิชั่นของที่นึงที่เราลองลดความคาดหวังของตัวเองดูว่าไม่ต้องดังเป็นพลุแตก ขอแค่ขยันอดทนจนสำเร็จก็พอค่ะ และตอนนั้นเราก็ผ่านออดิชั่นจนได้เป็นidolตามที่เราฝันไว้เลยค่ะ ด้วยช่วงนั้นเป็นการร่วมงานของเราในครั้งแรกที่ไม่ใช่งานกลุ่มเด็กมอปลาย เราไม่เข้าใจการทำงานของผู้ใหญ่ และสุดท้ายเราก็ออกมาค่ะ เรามองไม่เห็นว่าอาชีพนี้จะสามารถเลี้ยงครอบครัวเราได้บวกกับฐานะทางบ้านของเราไม่แข็งแรง ไม่ได้รวยมีทที่จะทิ้งงงทำตรงนี้ได้และเราก็เข้าใจผู้ใหญ่เป็นอย่างดีค่ะ เราจึงเข้ามหาวิทยาลัยสาขาการเงินตามความต้องการขที่จะทำให้ด้วยสุภาษิต “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด”
ในระหว่างเรียนเราทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย ไม่เชิงส่งให้ตัวเองเรียนแต่เป็นค่าขนมค่ะ เราไม่ได้ค่าขนมมาตั้งแต่อายุ20 ด้วยความที่พ่อเราอยากให้เราโตเป็นผู้ใหญ่เขาจึงไม่ให้ค่ะ เราคิดว่าทำพาร์ทไทม์ก็ดีแล้วค่ะ เราขยัน เราอดทน ผู้ใหญ่จะต้องเอ็นดูเราแน่ๆค่ะ เราเลือกที่จะเสียค่าเดินทางไปมหาลัยจาก 200 เหลือ50บาท เพราะเงินไม่พอ แต่เราก็รู้สึกเหนื่อยจนระหว่างนั่งรถเมล์ต้องซื้อชานมไปกินพลางๆค่ะ
ในการทำงานสายอาชีพการเงิน จำเป็นต้องมีlicense ใช่มั้ยคะ เราลองสอบที่มหาลัยจัดให้สอบฟรี เราไม่ผ่านค่ะ แต่ตอนนั้นเราไม่มีเงินเลย จึงได้ขอพ่อค่ะ เป็นครั้งแรกเลยมั้งคะที่ขอเงินก้อนใหญ่ๆ มาเพื่อไปสอบและก็สอบผ่านค่ะ เราดีใจมากค่ะ แต่พ่อเราเขาไม่ค่อยให้ความเห็นเท่าไรค่ะ และเราก็ได้ทุนไปสอบประกันอีกใบ แต่สอบไม่ผ่าน ต้องเสียค่าสอบเอง ตอนนั้นเราออกเงินเองค่ะ เพราะที่บ้าน ไม่มีใครอยากให้เราเป็นคนขายประกันเลยค่ะ พวกเขามองประกันเป็นของสิ้นเปลือง หลอกลวง และเขาก็พูดขึ้นมาว่าถ้าเป็นคนขายประกัน อย่ามาขายคนในบ้าน ไม่ซื้อ เราท้อเลยค่ะสอบผ่านแล้วทำยังไงได้ เราปล่อยผลสอบนั้นหมดอายุไป และตั้งคำถามว่าในอนาคตฉันจะเป็นอะไร?
โชคดีค่ะ เราได้มีโอกาสฝึกงานกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เราคาดหวังมากๆเลยค่ะว่านี่จะเป็นที่พึ่งพิงของเรา แต่เรามีปัญหากับเด็กฝึกงานด้วยกันเองค่ะ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนตอนที่เป็นไอดอลเลยค่ะ ไม่กล้าทำอะไรและถอยออกมา จนเราเป็นคนไม่มั่งใจในตัวเองไปเลยค่ะ ที่ฝึกงานเราไม่ได้เรียกเราทำงานต่อเพราะเราดูไม่มั่นใจในตัวเองด้วยล่ะมั้งคะ แต่เราก็ลุกขึ้นสมัครงานต่อไปค่ะ เราสมัครไป 17 ที่ โดนเรียกสัมภาษณ์ไป3ที่ค่ะ แต่ไม่ถูกติดต่อกลับทั้ง 3 ที่เลยค่ะ และอีกที่นึงสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ เขาอยากรับเราแต่เขาอยากได้ใบตัวแทนประกันชีวิตและใบจบจริง ถ้าได้แล้วให้ติดต่อเขาไปค่ะ เรามีหวังเลยค่ะ555 แต่ว่าย่าเราไม่โอเคเลยค่ะ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขายประกันด้วย และเขามองไม่เห็นอนาคตว่าเราจะทำได้ค่ะ เขาใช้เส้นสายของเขาเพื่อให้เราได้งานที่เขาต้องการเลยค่ะ งานบุคลากรมหาวิทยาลัย งานข้าราชการ งานชุมชน หรือฝากญาติพี่น้องเข้าทำงาน แต่เราแอบเสียดายใบ license P1 P2 ของเรามากๆเลยค่ะ แต่เขาไม่สนใจใบ license ของเราเลย เขาอยากให้เราได้งาน ต้องได้เลยตอนนี้ เดี๋ยวนี้
ในปัจจุบันเราอยากลองทำตามที่ใจตัวเองต้องการดูบ้าง แต่ก็ไม่อยากขัดพวกเขา “เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด”
ทั้งนี้เรื่องราวอาจจะยาวหน่อย และลบกระทู้ไม่ได้ จึงตั้งกระทู้เพื่อพูดคุยกันนะคะ ใครเคยเจอแบบเรา แล้วดำเนินการยังไงช่วยชี้แนะได้ค่ะ
ปล. ผู้ใหญ่ในบ้านเราคนนึงเป็นบุคลากรมหาลัยที่เงินเดือนกับเงินได้จริงๆคนละเลขเลยค่ะ ได้น้อยกว่าที่ระบุไว้เยอะมากเนื่องจากนำไปหักหนี้สหกรณ์ เราจึงหัวชนฝาว่าไม่อยากเป็นบุคลากรมหาลัย เพราะกลัวจะไม่ออกจากวังวนนี้ค่ะ/ขอบคุณทุกคนล่วงหน้านะคะ🥹🙏
เป็นเด็กจบใหม่ปี69 ที่ที่บ้านคาดหวังให็เป็นข้าราชการ
เราเป็นเด็กที่ขยันเรียนมาก แต่ความจำของเราสั้นค่ะ เวลาสอบเรามักจะต้องทวนความจำก่อนเข้าห้องสอบเสมอค่ะ เกรดเลยอยู่ในระแวก 3.48 ไม่ได้เกียรตินิยมเพราะปี1เทอม1 ติดD+ ค่ะ และไม่สามารเแก้ได้เนื่องจาก GPA อยู่สูงกว่า 2.00 ค่ะ ก่อนเข้ามหาลัยเราเรียนเอกดุริยางค์ ขับร้องสากลเพราะตอนนั้นมีความฝันอยากเป็นนักร้อง idolเกาหลี ในช่วงตอนนั้นเราไปออดิชั่นหลายที่มาก แต่ก็ไม่ผ่านรอบออดิชั่นเลยค่ะ จนเราไปออดิชั่นของที่นึงที่เราลองลดความคาดหวังของตัวเองดูว่าไม่ต้องดังเป็นพลุแตก ขอแค่ขยันอดทนจนสำเร็จก็พอค่ะ และตอนนั้นเราก็ผ่านออดิชั่นจนได้เป็นidolตามที่เราฝันไว้เลยค่ะ ด้วยช่วงนั้นเป็นการร่วมงานของเราในครั้งแรกที่ไม่ใช่งานกลุ่มเด็กมอปลาย เราไม่เข้าใจการทำงานของผู้ใหญ่ และสุดท้ายเราก็ออกมาค่ะ เรามองไม่เห็นว่าอาชีพนี้จะสามารถเลี้ยงครอบครัวเราได้บวกกับฐานะทางบ้านของเราไม่แข็งแรง ไม่ได้รวยมีทที่จะทิ้งงงทำตรงนี้ได้และเราก็เข้าใจผู้ใหญ่เป็นอย่างดีค่ะ เราจึงเข้ามหาวิทยาลัยสาขาการเงินตามความต้องการขที่จะทำให้ด้วยสุภาษิต “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด”
ในระหว่างเรียนเราทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย ไม่เชิงส่งให้ตัวเองเรียนแต่เป็นค่าขนมค่ะ เราไม่ได้ค่าขนมมาตั้งแต่อายุ20 ด้วยความที่พ่อเราอยากให้เราโตเป็นผู้ใหญ่เขาจึงไม่ให้ค่ะ เราคิดว่าทำพาร์ทไทม์ก็ดีแล้วค่ะ เราขยัน เราอดทน ผู้ใหญ่จะต้องเอ็นดูเราแน่ๆค่ะ เราเลือกที่จะเสียค่าเดินทางไปมหาลัยจาก 200 เหลือ50บาท เพราะเงินไม่พอ แต่เราก็รู้สึกเหนื่อยจนระหว่างนั่งรถเมล์ต้องซื้อชานมไปกินพลางๆค่ะ
ในการทำงานสายอาชีพการเงิน จำเป็นต้องมีlicense ใช่มั้ยคะ เราลองสอบที่มหาลัยจัดให้สอบฟรี เราไม่ผ่านค่ะ แต่ตอนนั้นเราไม่มีเงินเลย จึงได้ขอพ่อค่ะ เป็นครั้งแรกเลยมั้งคะที่ขอเงินก้อนใหญ่ๆ มาเพื่อไปสอบและก็สอบผ่านค่ะ เราดีใจมากค่ะ แต่พ่อเราเขาไม่ค่อยให้ความเห็นเท่าไรค่ะ และเราก็ได้ทุนไปสอบประกันอีกใบ แต่สอบไม่ผ่าน ต้องเสียค่าสอบเอง ตอนนั้นเราออกเงินเองค่ะ เพราะที่บ้าน ไม่มีใครอยากให้เราเป็นคนขายประกันเลยค่ะ พวกเขามองประกันเป็นของสิ้นเปลือง หลอกลวง และเขาก็พูดขึ้นมาว่าถ้าเป็นคนขายประกัน อย่ามาขายคนในบ้าน ไม่ซื้อ เราท้อเลยค่ะสอบผ่านแล้วทำยังไงได้ เราปล่อยผลสอบนั้นหมดอายุไป และตั้งคำถามว่าในอนาคตฉันจะเป็นอะไร?
โชคดีค่ะ เราได้มีโอกาสฝึกงานกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เราคาดหวังมากๆเลยค่ะว่านี่จะเป็นที่พึ่งพิงของเรา แต่เรามีปัญหากับเด็กฝึกงานด้วยกันเองค่ะ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนตอนที่เป็นไอดอลเลยค่ะ ไม่กล้าทำอะไรและถอยออกมา จนเราเป็นคนไม่มั่งใจในตัวเองไปเลยค่ะ ที่ฝึกงานเราไม่ได้เรียกเราทำงานต่อเพราะเราดูไม่มั่นใจในตัวเองด้วยล่ะมั้งคะ แต่เราก็ลุกขึ้นสมัครงานต่อไปค่ะ เราสมัครไป 17 ที่ โดนเรียกสัมภาษณ์ไป3ที่ค่ะ แต่ไม่ถูกติดต่อกลับทั้ง 3 ที่เลยค่ะ และอีกที่นึงสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ เขาอยากรับเราแต่เขาอยากได้ใบตัวแทนประกันชีวิตและใบจบจริง ถ้าได้แล้วให้ติดต่อเขาไปค่ะ เรามีหวังเลยค่ะ555 แต่ว่าย่าเราไม่โอเคเลยค่ะ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขายประกันด้วย และเขามองไม่เห็นอนาคตว่าเราจะทำได้ค่ะ เขาใช้เส้นสายของเขาเพื่อให้เราได้งานที่เขาต้องการเลยค่ะ งานบุคลากรมหาวิทยาลัย งานข้าราชการ งานชุมชน หรือฝากญาติพี่น้องเข้าทำงาน แต่เราแอบเสียดายใบ license P1 P2 ของเรามากๆเลยค่ะ แต่เขาไม่สนใจใบ license ของเราเลย เขาอยากให้เราได้งาน ต้องได้เลยตอนนี้ เดี๋ยวนี้
ในปัจจุบันเราอยากลองทำตามที่ใจตัวเองต้องการดูบ้าง แต่ก็ไม่อยากขัดพวกเขา “เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด”
ทั้งนี้เรื่องราวอาจจะยาวหน่อย และลบกระทู้ไม่ได้ จึงตั้งกระทู้เพื่อพูดคุยกันนะคะ ใครเคยเจอแบบเรา แล้วดำเนินการยังไงช่วยชี้แนะได้ค่ะ
ปล. ผู้ใหญ่ในบ้านเราคนนึงเป็นบุคลากรมหาลัยที่เงินเดือนกับเงินได้จริงๆคนละเลขเลยค่ะ ได้น้อยกว่าที่ระบุไว้เยอะมากเนื่องจากนำไปหักหนี้สหกรณ์ เราจึงหัวชนฝาว่าไม่อยากเป็นบุคลากรมหาลัย เพราะกลัวจะไม่ออกจากวังวนนี้ค่ะ/ขอบคุณทุกคนล่วงหน้านะคะ🥹🙏