ขายทองออกมาถือเพิ่มตราสารหนี้ ประมาณ 1 เดือน
ช่วงนี้เห็นขึ้นเขียวทุกวัน หวั่นใจ POTUS และ กระแสสงคราม อื่นๆ
ว่ากันว่าจะ เกิดวิกฤตสงคราม
และ อเมริกาจะมีวิกฤตการเงิน
นั่งทับมือไว้นานแล้ว
กลัวเงินหายก็กลัว
กลัวกำไรหดก็กลัว
ใครเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿
วิกฤตการเงินในปี 2026 ไม่ใช่การล่มสลายแบบฉับพลัน แต่เป็นสภาวะ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" (Polycrisis) ที่เกิดจาก หนี้สินระดับโลกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ผสมผสานกับ เงินเฟ้อที่ยังคงสร้างแรงกดดัน ส่งผลให้ชนชั้นกลางและกลุ่มเปราะบางเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง
🌍 3 ปัจจัยหลักของความเปราะบางทางการเงิน
วังวนหนี้สินระดับโลก: ปริมาณหนี้สาธารณะและหนี้เอกชนของประเทศมหาอำนาจและทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสี่ยงต่อสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
วิกฤตพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์: ปรากฏการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและนโยบายการค้า (เช่น นโยบายภาษี) ได้ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานและดันต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จนผลักดันให้เงินเฟ้อมีท่าทีกลับมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
การเติบโตแบบ K-Shaped หรือ E-Shaped: ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบกระจุกตัว ส่งผลให้กลุ่มคนรวยยังคงมีกำลังซื้อสูง ในขณะที่ชนชั้นกลางและผู้มีรายได้น้อยต้องรับภาระหนักที่สุดจากค่าครองชีพที่สวนทางกับรายได้ที่ฝืดเคือง
ข้อมูลจาก AI google
ถือตราสารหนี้กับทองตั้งนานแล้ว สงครามก็ไม่เห็นมีจริงจังสักที อยากซื้อหุ้นต่างประเทศใจจะขาด
ช่วงนี้เห็นขึ้นเขียวทุกวัน หวั่นใจ POTUS และ กระแสสงคราม อื่นๆ
ว่ากันว่าจะ เกิดวิกฤตสงคราม
และ อเมริกาจะมีวิกฤตการเงิน
นั่งทับมือไว้นานแล้ว
กลัวเงินหายก็กลัว
กลัวกำไรหดก็กลัว
ใครเป็นอย่างไรกันบ้างคะ
฿฿฿฿฿฿฿฿฿฿
วิกฤตการเงินในปี 2026 ไม่ใช่การล่มสลายแบบฉับพลัน แต่เป็นสภาวะ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" (Polycrisis) ที่เกิดจาก หนี้สินระดับโลกที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ผสมผสานกับ เงินเฟ้อที่ยังคงสร้างแรงกดดัน ส่งผลให้ชนชั้นกลางและกลุ่มเปราะบางเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง
🌍 3 ปัจจัยหลักของความเปราะบางทางการเงิน
วังวนหนี้สินระดับโลก: ปริมาณหนี้สาธารณะและหนี้เอกชนของประเทศมหาอำนาจและทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสี่ยงต่อสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
วิกฤตพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์: ปรากฏการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและนโยบายการค้า (เช่น นโยบายภาษี) ได้ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานและดันต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จนผลักดันให้เงินเฟ้อมีท่าทีกลับมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
การเติบโตแบบ K-Shaped หรือ E-Shaped: ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบกระจุกตัว ส่งผลให้กลุ่มคนรวยยังคงมีกำลังซื้อสูง ในขณะที่ชนชั้นกลางและผู้มีรายได้น้อยต้องรับภาระหนักที่สุดจากค่าครองชีพที่สวนทางกับรายได้ที่ฝืดเคือง
ข้อมูลจาก AI google