ใครจะคิดว่าแชมป์เก่าฟอร์มสวยๆ ปีที่แล้ว จะกลายเป็นทีมที่เล่นน่าเบื่อได้ขนาดนี้ 5555 แฟน ลิเวอร์พูลทุกคงรู้สึกเหมือนผมใช่มั้ยครับ เราลองมาสรุปฤดูกาลนี้ที่น่าผิดหวังทั้งเรื่องผลการแข่งขัน บรรยากาศในทีม การอำลาของนักเตะสำคัญ และอื่นๆ ในกระทู้นี้กันดีกว่าครับ
1. ก่อนเปิดฤดูกาล ปีนี้มาแน่!!
หลังมีความสุขชื่นมื่นฉลองแชมป์กันไป แน่นอนทีมเรากำลังฮึกเหิม ต้องสืบสาน ต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อนกัน เราเสริมทัพได้น่าขนลุกมากๆ แม้จะเสียเทรนต์อาร์โนลด์ไปแบบขัดใจแฟน เสียดิอาสไป (แต่ได้ตังเยอะ) แต่ดูตัวที่เราได้กลับมาสิ
อเล็กซานเดอร์ อิซัค (125 ล้านปอนด์) ดาวยิงสุดอันตรายของนิวคาสเซิล ที่เราตามจีบมานาน กว่าเค้าจะปล่อยให้เราได้
โฟลเรียน เวียตซ์ (116 ล้านปอนด์) เพลย์เมกเกอร์พรสวรรค์ นี่ก็ไปแย่งบาเยิร์น แมนซิมา
อูโก้ เอกิติเก้ (79 ล้านปอนด์) กองหน้าตัวหลักของแฟรงค์เฟิร์ท (ตอนแรกคิดว่ามาสำรองอิซัค)
เจเรมี่ ฟริมปง (29.5 ล้านปอนด์) แบ็คขวาตัวจี๊ดสปีดเร็วกว่านรก
มิลอส เคอร์เคซ (40 ล้านปอนด์) แบ็คซ้ายสายลุย ดุดัน ทะลุทะลวง
จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ (29 ล้านปอนด์) ทำผลงานดีในช่วงรอย้ายทีม มาทดแทนเคลเลเฮอร์
โจวานนี่ เลโอนี่ (30 ล้านปอนด์) กองหลังดาวรุ่ง เก่งมั้ยมั้ยรู้ แต่หล่อจัด 555
ผมนี่จินตนาการทุกวัน อาาาา ทีมเราที่เร็ว แรงทะลุนรกอยู่แล้ว ได้ตัวเหล่านี้มาเสริมจะยังไงเนี่ย
แบ็คซ้ายแบ็คขวา โอเวอร์แลปมันส์ๆ กองหน้าจับโป้งจับเปรี้ยงยิงเป็นตุง มีตัวจ่ายบอลสวยๆ ป้อนให้ รวมกับขุมกำลังเดิมแล้ว ยังไงก็ปังแน่นอน
แฟนบอลเมืองนอกวิเคราะห์กันเป็นฉากๆ
และคนที่จะต้องถอยไปนั่ง คือ โซโบ้แน่ๆ เจอแย่งตำแหน่ง ปีนี้เอาทุกแชมป์เลยมั้ย???
แถมกำลังคั่วกองหลังสุดปึ้กอย่าง มาร์ค เกอีอีก ถึงจะพลาดตัวไปฉิวเฉียด แต่ก็แฮปปี้ดีกับการเสริมทัพ เอาไป 9/10 คะแนน แต่นั่น ไมเ่ทียบได้กับความสูญเสีย เราเสียกองหน้าคนเก่งของเราไปจากอุบัติเหตุ ซึ่งตอนแรกผมคิดว่า นี่จะเป็นศูนย์รวมจิตใจในการมุ่งมั่นเอาชนะ เพื่อให้เกียรติแก่อดีตเพื่อนร่วมทีมคนสำคัญ แต่กลับกลายเป็นผิดคาดไปครับ ความสูญเสียนี้กัดกินจิตใจทีมเราพอสมควรจนส่งผลทั้งฤดูกาลเลย รวมถึง การจัดการผู้เล่นด้วย
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
2. เปิดฤดูกาล กับแผนใหม่
ช่วงพรีซีซั่น สิ่งดีงามอย่างนึงคือ การทะลุขึ้นมาของน้องงูโมฮา ซึ่งในใจก็คิดแปลกๆ นะ ถ้าวันนึงที่ทีมเราต้องพึ่งพาเด็กคนนี้ แล้วทั้งทีมมันจะสภาพไหน 555
แฟนบอลดูแทบทุกนัดคงเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับทีมใช่มั้ยครับ ตั้งแต่ช่วงท้ายๆ ซีซั่นก่อน จนมาพรีซีซั่น มีความพยายามในการจะจัดทีมในรูปแบบ 4 -2-3-1 มาพักใหญ่ๆ ซึ่งช่วงสมัย ปลาย JK ต่อ Slot เราจะยังเห็นแผน 4-3-3 หรือ ในรูปแบบที่เป็นหน้า 3 ตัว กลาง 3 ตัวชัดๆ กลางเป็นมดงานปักหลักคอยเชื่อมเกม ส่วนกองหน้า 3 ตัว คือ หัวหอกเกมรุก สนับสนุนโดยแบ็คทั้งสองข้าง ซึ่งแผนนี้ ค่อนข้างสมดุลย์มากๆ ทีมเราแม้ไม่ใช้ศูนย์หน้าเลย ต้องเอาดิอาสไปยืน ก็ยังเล่นได้ดี กราฟนี่เฉิดฉายสุดๆ ไปเลยในตำแหน่งตัวเชื่อมเกม แต่ช่วงท้ายๆ ฤดูกาล หลังได้แชมป์ไปแล้ว จนถึงพรีซีซั่น มีความพยายามเปลี่ยนแปลงทีมไว้รออะไรบางอย่าง ที่กำลังจะมาหรือเปล่า
โดยใช้ 4-3-3 แต่เปลี่ยนเชฟเป็น 4-2-3-1 มีหน้าห้อยๆ เอาไว้ละ ไม่ลงมาเชื่อมเกมเหมือนเก่า แถมถ่างปีกไปชิดเส้น และให้ตัดเข้ามายิง ส่วนแบ็ค ก็ไม่ต้องเติมเยอะเหมือนเก่า เน้นคอมแพคแดนกลางให้มีตัวมากกว่า
ในทางทฤษฏีมันอาจจะดีนะครับ แต่ผมงงตรงที่ว่า กลาง 2 ตัวที่เป็นกลางรับ กลางเชื่อมเกม ดันถูกสั่งให้พุ่งไปข้างหน้าเพื่อดันเกมรุกด้วยนี่สิ ยืนสูงมาก ดันทุกจังหวะ เหมือนใครเคยเล่น CM ก็จะนึกออก ที่เราจะติดลูกศรลากยาวๆ ให้เติมเกมนั่นล่ะครับ 555
ด้วยเหตุนั้น กราฟที่เคยปักหลักตรงกลางอย่างมั่นคง กลายเป็นต้องไปเชื่อมเกมรุกสูงมาก และนี่ จะส่งผลต่อผลงานโดยรวมของทีมไปทั้งปี
นัดเปิดฤดูกาล ที่เจอพาเลซในคอมมิวนิตี้ชิลด์ คือตัวอย่างชัดๆ (กราฟยังไม่ลง) แต่ใช้โซโบ คู่กับโจนส์ตรงกลาง แล้วดันเกมรุกสูงมาก ทำให้กลางของพาเลซเล่นเกมสวนกลับสบาย กองกลางทีมเค้า กลายเป็น PSG ไปเลย ต่อบอลสะดวก แก้เพรซสบาย
และที่สำคัญ สัญญาณแปลกๆ มา โมซาลาห์ พลาดจุดโทษตั้งแต่เกมนี้เลย (เคยแอบคิดกันมั้ยครับ ว่าซาลาห์ปีนี้ จะยังฮอตอยู่มั้ย)
เปิดมานัดแรกก็แพ้เลย แต่เอาน่า เพิ่งเริ่ม อาจจะยังจูนกันไม่ติด
หลังจากนั้น ก็ยึดมั่นแผนนี้ยาวๆ ไม่เปลี่ยน ใดๆ จนกระทั่งช่วงดราม่าๆ กลางๆ ฤดูกาลนั่นล่ะครับ
สิ่งสำคัญของแผนนี้คือ จะพึ่งพา เวียร์ต ในการสร้างเกม ทุกอย่าง เลยไปอยู่ที่เค้า แต่แรงปะทะพรีเมียร์ มันเหมือนบราซิล ที่นี่ไม่โหดจริงอยู่ไม่ได้หรอกน้อง น้องกระเด็นกระดอนไม่เป็นท่า เล่นไม่ออกเลย แถมสิ่งนึงที่เห็นคือ ไม่รู้จะจ่ายใคร 555555 น้องค่อนข้างงงกับการยืนตำแหน่งทีม
สิ่งที่หายไปจากแผนนี้คือ
- เกมสวนกลับ
- เกมริมเส้นที่ดุดันทรงพลังและทะลุทะลวง (ที่ซื้อแบ็คมานึกว่าจะมาเติมเกม ที่ไหนได้)
- กองกลางไม่คอมแพค ไม่มีตัวตัดเกม ทีมอื่นแก้เพรสง่าย
- กองหลัง เอาแน่เอานอนไม่ได้ พร้อมจะพลาดตลอด จากการเช็คล้ำหน้า ที่เคยเป็นจุดเด่น
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
3. ความฟิต กับ อาการบาดเจ็บ
ไม่รู้คนอื่นสงสัยเหมือนผมมั้ย ???
- อิซัค ไม่ฟิต
- เคียซ่า ไม่ฟิต
-เอกิติเก้ ไม่ฟิต
-ฟริมปง ไม่ฟิต
-อลิซอน ไม่ฟิต
ทำไมพวกนี้มันไม่ฟิตสักที 55555 ลงเล่นนานๆ ก็ไม่ได้ บางคนเอาลงไปเล่นคนนึงครึ่งแรก ครึ่งหลังถอดออก อีกคน 10 นาทีสุดท้าย มันเสียโควต้าและโมเมนตั้มของเกมสุดๆ ไปเลย ทำไมฟิตช้า??? แปลกใจมาก ต้องใช้เวลาขนาดไหนถึงจะฟิต ปีหน้าเหรอ
แล้วทีม ก็ขยันเจ็บ เจ็บเล็ก เจ็บน้อย เจ็บใหญ่ ใส่กางเกง อ่ะ เจ็บแฮมสตริง ก้าวขึ้นรถ อ่ะเจ็บน่อง เดินไปปากซอย อ่ะเจ็บโคนขาหนีบ ลงไปเล่น สกัดอ่ะเจ็บ โดนเสียบ เจ็บ
มันจะเจ็บอะไรกันขนาดน้านนนนน รายชื่อนักเตะบาดเจ็บนี่ยาวเป็นหางว่าว ขนาดปลายฤดูกาล ตัวยังไม่ครบ เวียร์ตยังท้องเสีย 5555
แล้วทีมมันจะไปสมดุลได้ยังไง กำลังเล่นดีๆ อ่าว ต้องเปลีย่นทีมอีกแล้ว กองหน้ากำลังฮอตๆ อ่าว เจ็บอีกแล้ว
ยังโชคดีที่ปีนี้ โกนาเต้ กินแอนลีนเยอะ กระดูกไม่เปราะแล้ว ยืนหยัดเล่นได้เกือบทั้งฤดูกาล ไม่อยากจะคิดสภาพ ถ้าเจ็บกันยาวๆ อีก ไม่มีกองหลังแล้วนะ พี่โจก็สามวันเล่น สี่วันพัก น่าสงสาร
ปีนี้ปีชงรึว่า เปลี่ยนแปลงแผนการซ้อม นักเตะความฟิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด หมดง่าย เพรสไม่ไหว ท้ายเกมหมดแรงกันหมด
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4. สถิติใหม่ กับการเสียประตู และ ลูกเซ็ตพีซที่แสนเปราะบาง
เอาจริงๆ ถ้าปีนี้ใครเจอลิเวอร์พูล บอมบ์ๆ เข้าไปในเขตโทษ เดี๋ยวพวกกองหลังก็ลนลาน เคลียร์ไม่ขาดเองครับ เป็นแบบนี้แทบทุกนัด ขลุกๆ ขลิกๆ เสียประตู เจอโยนย้ำๆ หน่อย เสียประตู เตะมุมไม่ต้องพูดถึง ขลุกๆ ขลิกๆ อ่ะโดนยิง
มันเกิดจากโค้ชเซ้ตพีซที่ปลดไปจริงมั้ย คนใหม่มาวูบวาบอยู่พักนึงได้ประตูจากเซ็ตพีซรัวๆ แล้วก็หายไปเลย
ปีนี้โดนยิงจนคนดูท้อ โดนทุกนัด โกลเราเซฟด้วยสายตาตลอด 555
สงสัยกันมั้ย ทีมเรามีแต่คนสูงๆ 190 เต็มไปหมด แต่คนโหม่งได้ มีคนเดียว คือ ฟานไดก์ 5555
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
5. มาดูสถิติปีนี้ แล้วจะรู้เลยว่า ทีมตกต่ำเป็นไง 555
เอาในพรีเมียร์อย่างเดียวก่อนนะ
โดยเฉลี่ย ลิเวอร์พูล ยิงได้
1.66 ประตูและเสีย
1.39 ประตูต่อแมตช์ (Source
สถิติ) นี่มันแทบจะเสมอทุกนัดละเนี่ย ผลงานเห็นๆ กันอยู่
ดาวซัลโว เอกิติกี้ 11 ตามด้วยลูกรักพ่อสล้อต 7และ คิงโม 7 ตัวเลขมันหายเยอะมาก จากปีก่อน
ที่ดีขึ้นคือ ไดเรคฟรีคิก จากโซโบ ที่พึ่งพาได้มากๆ ปีนี้เป็นปีที่ดีของเค้า
ที่เหลือไม่อยากจะเอ่ย ทีมไหนไม่เคยมาชนะทีมเราเลย ก็ชนะได้ เสียประตูเป็นว่าเล่น
เสียประตูในพรีเมียร์ลีก: เสียไปทั้งหมด 52 ประตู ซึ่งเป็นสถิติการเสียประตูในลีกที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1915 หรือในรอบกว่า 110 ปี
เสียประตูรวมทุกรายการ: เสียไปทั้งหมด
77 ประตู นับเป็นสถิติการเสียประตูรวมที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี
โดนยิงช่วงนาทีบาปเป็นว่าเล่น
มีช่วงแพ้รัวๆ 9 นัด จาก 12 เกมที่เล่น เกินรับไหว
แล้วก็ยังย้ำซ้ำแผนเดิมๆ ไม่เปลี่ยนด้วยนะ ยึดมั่นสุดๆ 555
------------------------------------------------------------------------------------------------------
สรุปฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลครับ มาไล่เรียงความทรงจำอันขมขื่น (รึเปล่า?) กันครับ
1. ก่อนเปิดฤดูกาล ปีนี้มาแน่!!
หลังมีความสุขชื่นมื่นฉลองแชมป์กันไป แน่นอนทีมเรากำลังฮึกเหิม ต้องสืบสาน ต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อนกัน เราเสริมทัพได้น่าขนลุกมากๆ แม้จะเสียเทรนต์อาร์โนลด์ไปแบบขัดใจแฟน เสียดิอาสไป (แต่ได้ตังเยอะ) แต่ดูตัวที่เราได้กลับมาสิ
โดนยิงช่วงนาทีบาปเป็นว่าเล่น
มีช่วงแพ้รัวๆ 9 นัด จาก 12 เกมที่เล่น เกินรับไหว
แล้วก็ยังย้ำซ้ำแผนเดิมๆ ไม่เปลี่ยนด้วยนะ ยึดมั่นสุดๆ 555
------------------------------------------------------------------------------------------------------