เปิดทีมยอดแย่ พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ นัดที่ 5 อาร์เซน่อล ส่งแข้งติดโผถึง 7 ราย หลังเกมรับมีปัญหาและเกมรุกขาดความเฉียบคม ขณะที่ โดมินิค โซลันกี้ ยังหาประตูไม่เจอ
ผู้รักษาประตู : โรบิน โรฟส์ (ซันเดอร์แลนด์)
นายด่าน "แมวดำ” น่าจะทำได้ดีกว่านี้ในจังหวะเสียประตูแรก หลังพยายามอ่านทางว่า เฟร์นานเดซ จะเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ แต่กลับถูกยิงเล่นงานที่เสาแรกของตัวเอง กลายเป็นความผิดพลาดที่เจ้าตัวคงรู้สึกผิดหวังไม่น้อย
กองหลัง : เยอร์เรียน ทิมเบอร์ (อาร์เซน่อล)
ได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรกของฤดูกาล แต่ผลงานสะท้อนให้เห็นถึงการขาดจังหวะการเล่นอย่างชัดเจน ไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้แนวรับได้ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง โดยส่ง มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ลงสนามมาแทน
กองหลัง : เอซรี่ คอนซ่า (อาร์เซน่อล)
เจอแรงกดดันอย่างหนักจากการเพรสซิ่งของ ไบรท์ตัน จนไม่สามารถพาบอลขึ้นจากแดนหลังได้อย่างที่ต้องการ และถูกบีบให้ต้องถอยกลับไปเล่นในพื้นที่ของตัวเองอยู่หลายครั้ง
กองหลัง : กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซน่อล)
เป็นหนึ่งในเกมที่น่าผิดหวังของแนวรับชาวบราซิเลียน โดยเฉพาะสองประตูแรกที่เสียในครึ่งแรก ซึ่งมีปัญหาทั้งเรื่องการยืนตำแหน่งและการสื่อสารกับผู้เล่นแดนกลาง จนเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเข้าโจมตีได้ง่ายเกินไป
กองหลัง : ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ (อาร์เซน่อล)
เกมนี้ การเติมเกมและเคลื่อนที่อย่างอิสระที่เคยเป็นจุดเด่นของ คาลาฟิออรี่ กลับสร้างปัญหาให้ อาร์เซน่อล
พื้นที่ว่างที่ คาลา ทิ้งไว้จากการเติมขึ้นไปช่วยเกมรุกถูก ไบรท์ตัน ใช้ประโยชน์ในการโจมตี ทำให้แนวรับของทีมต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากอยู่หลายครั้ง
กองหลัง : มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ (เชลซี)
มีหลายจังหวะที่ตัดสินใจเข้าปะทะเร็วเกินไปจนเปิดพื้นที่ด้านหลังให้คู่แข่งใช้ความเร็วเข้าโจมตี โดยเฉพาะ เควิน ชาเด้อ และ โจเอล แอนโธนี่
ปัญหาดังกล่าวปรากฏชัดในจังหวะเสียประตูที่สอง เมื่อ ลาครัวซ์ ขยับขึ้นไปดักบอลอย่างดุดันเกินไป ก่อนถูก ชาเด้อ ใช้ความเร็วหลุดหนีเข้าไป แม้เจ้าตัวจะมีความเร็วในการวิ่งตามกลับมาเป็นจุดเด่น แต่ครั้งนี้ก็ไม่สามารถไล่ตามคู่แข่งได้ทัน
กองกลาง : บรูโน่ กีมาไรส์ (อาร์เซน่อล)
ครึ่งแรกเต็มไปด้วยความผิดพลาด ทั้งการยืนตำแหน่งที่เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ตรงแดนกลางและการตัดสินใจที่ไม่ละเอียด จนถูก เดแคลน ไรซ์ และ กาเบรียล ตำหนิระหว่างเกม
แม้จะมีโอกาสแก้ตัวในครึ่งหลัง แต่ผลงานโดยรวมก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก กลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้แดนกลางของ อาร์เซน่อล เสียสมดุล
กองกลาง : มาร์ติน โอเดอการ์ด (อาร์เซน่อล)
เป็นเกมที่กัปตัน “เดอะ กันเนอร์ส” แทบไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อการเล่นของ อาร์เซน่อล ได้เลย ทั้งการควบคุมจังหวะในแดนกลางและการสร้างสรรค์เกมรุก
กอกลาง: มอร์แกน โรเจอร์ส (เชลซี)
มีโอกาสลุ้นประตูอยู่บ้างในครึ่งแรก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นผลลัพธ์ได้ ขณะที่เกมรับก็มีส่วนกับความผิดพลาดสำคัญ เมื่อถูก แอนโธนี่ เล่นงานง่ายเกินไปในจังหวะที่นำไปสู่การเสียประตู
กองหน้า : บูกาโย่ ซาก้า (อาร์เซน่อล)
พลาดโอกาสสำคัญในการเล่นเกมสวนกลับช่วงก่อนหมดครึ่งแรก ซึ่งอาจช่วยให้ อาร์เซน่อล เปลี่ยนสถานการณ์ของเกมได้
ความผิดพลาดดังกล่าวยิ่งส่งผลเสีย เมื่อ ไบรท์ตัน สามารถพาบอลกลับขึ้นไปโจมตีและทำประตูได้ในเวลาต่อมา กลายเป็นหนึ่งในจังหวะสำคัญที่ส่งผลต่อรูปเกม
กองหน้า : โดมินิค โซลันกี้ (สเปอร์ส)
ยังไร้ประตูใน พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนมีนาคม
เกมนี้หัวหอกของ สเปอร์ส ยังคงขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย และแทบไม่มีโอกาสจบสกอร์ที่สร้างความอันตรายอย่างแท้จริง ทำให้ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าช่วงเวลาที่ปืนฝืดกำลังจะสิ้นสุดลง
#ทีมยอดแย่ #พรีเมียร์ลีก #PremierLeague #SIAMSPORT
🫣 แข้ง อาร์เซน่อล ติดจนแทบล้น! ⚽🏴 ทีมยอดแย่ พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ นัดที่ 5 ! 🗓️
เปิดทีมยอดแย่ พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ นัดที่ 5 อาร์เซน่อล ส่งแข้งติดโผถึง 7 ราย หลังเกมรับมีปัญหาและเกมรุกขาดความเฉียบคม ขณะที่ โดมินิค โซลันกี้ ยังหาประตูไม่เจอ
ผู้รักษาประตู : โรบิน โรฟส์ (ซันเดอร์แลนด์)
นายด่าน "แมวดำ” น่าจะทำได้ดีกว่านี้ในจังหวะเสียประตูแรก หลังพยายามอ่านทางว่า เฟร์นานเดซ จะเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ แต่กลับถูกยิงเล่นงานที่เสาแรกของตัวเอง กลายเป็นความผิดพลาดที่เจ้าตัวคงรู้สึกผิดหวังไม่น้อย
กองหลัง : เยอร์เรียน ทิมเบอร์ (อาร์เซน่อล)
ได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรกของฤดูกาล แต่ผลงานสะท้อนให้เห็นถึงการขาดจังหวะการเล่นอย่างชัดเจน ไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้แนวรับได้ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง โดยส่ง มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ลงสนามมาแทน
กองหลัง : เอซรี่ คอนซ่า (อาร์เซน่อล)
เจอแรงกดดันอย่างหนักจากการเพรสซิ่งของ ไบรท์ตัน จนไม่สามารถพาบอลขึ้นจากแดนหลังได้อย่างที่ต้องการ และถูกบีบให้ต้องถอยกลับไปเล่นในพื้นที่ของตัวเองอยู่หลายครั้ง
กองหลัง : กาเบรียล มากัลเญส (อาร์เซน่อล)
เป็นหนึ่งในเกมที่น่าผิดหวังของแนวรับชาวบราซิเลียน โดยเฉพาะสองประตูแรกที่เสียในครึ่งแรก ซึ่งมีปัญหาทั้งเรื่องการยืนตำแหน่งและการสื่อสารกับผู้เล่นแดนกลาง จนเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเข้าโจมตีได้ง่ายเกินไป
กองหลัง : ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ (อาร์เซน่อล)
เกมนี้ การเติมเกมและเคลื่อนที่อย่างอิสระที่เคยเป็นจุดเด่นของ คาลาฟิออรี่ กลับสร้างปัญหาให้ อาร์เซน่อล
พื้นที่ว่างที่ คาลา ทิ้งไว้จากการเติมขึ้นไปช่วยเกมรุกถูก ไบรท์ตัน ใช้ประโยชน์ในการโจมตี ทำให้แนวรับของทีมต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากอยู่หลายครั้ง
กองหลัง : มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ (เชลซี)
มีหลายจังหวะที่ตัดสินใจเข้าปะทะเร็วเกินไปจนเปิดพื้นที่ด้านหลังให้คู่แข่งใช้ความเร็วเข้าโจมตี โดยเฉพาะ เควิน ชาเด้อ และ โจเอล แอนโธนี่
ปัญหาดังกล่าวปรากฏชัดในจังหวะเสียประตูที่สอง เมื่อ ลาครัวซ์ ขยับขึ้นไปดักบอลอย่างดุดันเกินไป ก่อนถูก ชาเด้อ ใช้ความเร็วหลุดหนีเข้าไป แม้เจ้าตัวจะมีความเร็วในการวิ่งตามกลับมาเป็นจุดเด่น แต่ครั้งนี้ก็ไม่สามารถไล่ตามคู่แข่งได้ทัน
กองกลาง : บรูโน่ กีมาไรส์ (อาร์เซน่อล)
ครึ่งแรกเต็มไปด้วยความผิดพลาด ทั้งการยืนตำแหน่งที่เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ตรงแดนกลางและการตัดสินใจที่ไม่ละเอียด จนถูก เดแคลน ไรซ์ และ กาเบรียล ตำหนิระหว่างเกม
แม้จะมีโอกาสแก้ตัวในครึ่งหลัง แต่ผลงานโดยรวมก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก กลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทำให้แดนกลางของ อาร์เซน่อล เสียสมดุล
กองกลาง : มาร์ติน โอเดอการ์ด (อาร์เซน่อล)
เป็นเกมที่กัปตัน “เดอะ กันเนอร์ส” แทบไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อการเล่นของ อาร์เซน่อล ได้เลย ทั้งการควบคุมจังหวะในแดนกลางและการสร้างสรรค์เกมรุก
กอกลาง: มอร์แกน โรเจอร์ส (เชลซี)
มีโอกาสลุ้นประตูอยู่บ้างในครึ่งแรก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นผลลัพธ์ได้ ขณะที่เกมรับก็มีส่วนกับความผิดพลาดสำคัญ เมื่อถูก แอนโธนี่ เล่นงานง่ายเกินไปในจังหวะที่นำไปสู่การเสียประตู
กองหน้า : บูกาโย่ ซาก้า (อาร์เซน่อล)
พลาดโอกาสสำคัญในการเล่นเกมสวนกลับช่วงก่อนหมดครึ่งแรก ซึ่งอาจช่วยให้ อาร์เซน่อล เปลี่ยนสถานการณ์ของเกมได้
ความผิดพลาดดังกล่าวยิ่งส่งผลเสีย เมื่อ ไบรท์ตัน สามารถพาบอลกลับขึ้นไปโจมตีและทำประตูได้ในเวลาต่อมา กลายเป็นหนึ่งในจังหวะสำคัญที่ส่งผลต่อรูปเกม
กองหน้า : โดมินิค โซลันกี้ (สเปอร์ส)
ยังไร้ประตูใน พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนมีนาคม
เกมนี้หัวหอกของ สเปอร์ส ยังคงขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย และแทบไม่มีโอกาสจบสกอร์ที่สร้างความอันตรายอย่างแท้จริง ทำให้ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าช่วงเวลาที่ปืนฝืดกำลังจะสิ้นสุดลง
#ทีมยอดแย่ #พรีเมียร์ลีก #PremierLeague #SIAMSPORT