ลายคนน่าจะเคยเห็นร้าน Guss Damn Good
ร้านไอศกรีมสัญชาติไทย ที่ขายไอศกรีมเริ่มต้นประมาณ 95 บาทต่อสกูป
แต่รู้ไหมว่า ล่าสุดปี 2568
บริษัท กัสส์ แดมน์ กู๊ด จำกัด เจ้าของแบรนด์ มีรายได้รวมถึง 115 ล้านบาท
และผู้ก่อตั้งเคยเล่าว่า
ร้านสามารถขายไอศกรีมได้วันละประมาณ 2,000-2,500 ถ้วย
ช่วงพีกอาจแตะ 3,000 กว่าถ้วย
Guss Damn Good ไม่ได้ขายแค่ “ไอศกรีม” แต่ขาย “ความรู้สึก”
1. ให้ลูกค้าชิมจนกว่าจะชอบ
- ผู้ก่อตั้งได้ไอเดียนี้มาจากร้านไอศกรีมใน Boston คือให้ลูกค้าชิมได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจ จนกว่าจะเจอรสที่ชอบจริง ๆ
ซึ่งวิธีนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย และสนุกกับการเลือกรสชาติ
2. ทุกรสชาติ มีเรื่องเล่า
- จุดเด่นมากของ Guss Damn Good คือชื่อรสชาติ อย่างเช่น
SECRET ADMIRER / DON’T GIVE UP / HERE’S YOUR DAMN GOOD CHOCOLATE
มันไม่ใช่แค่ชื่อเก๋ ๆ แต่แต่ละรสจะมี Feeling และ Story ของตัวเอง
3. ดีไซน์ทุกอย่างให้สื่อสารอารมณ์
- ทั้งแพ็กเกจจิง ลายมือ สี หรือภาพประกอบ จะถูกออกแบบให้เข้ากับอารมณ์ของรสนั้น บางรสสดใส สีแรง บางรสนุ่มนวล อบอุ่น
ทำให้แค่เห็นแพ็กเกจก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างแล้ว นี่คือเหตุผลที่แบรนด์ถูกพูดถึงบนโซเชียลบ่อยมาก
4. จัดเรียงรสชาติให้ “กินแล้วอร่อยจริง”
- หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า เวลาสั่งหลายรส ร้านมีวิธีจัดตำแหน่งให้ด้วย เพราะบางรสเข้มมาก ถ้ากินก่อน อาจทำให้อีกรสจืดไปทันที
แบรนด์เลยคิดเรื่องลำดับการกิน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีที่สุดในทุกคำ
ที่มา
BrandCase
Guss Damn Good ขายไอศกรีมยังไง ให้มีรายได้ปีละ 100 กว่าล้าน ? 🍦
ร้านไอศกรีมสัญชาติไทย ที่ขายไอศกรีมเริ่มต้นประมาณ 95 บาทต่อสกูป
แต่รู้ไหมว่า ล่าสุดปี 2568
บริษัท กัสส์ แดมน์ กู๊ด จำกัด เจ้าของแบรนด์ มีรายได้รวมถึง 115 ล้านบาท
และผู้ก่อตั้งเคยเล่าว่า
ร้านสามารถขายไอศกรีมได้วันละประมาณ 2,000-2,500 ถ้วย
ช่วงพีกอาจแตะ 3,000 กว่าถ้วย
Guss Damn Good ไม่ได้ขายแค่ “ไอศกรีม” แต่ขาย “ความรู้สึก”
1. ให้ลูกค้าชิมจนกว่าจะชอบ
- ผู้ก่อตั้งได้ไอเดียนี้มาจากร้านไอศกรีมใน Boston คือให้ลูกค้าชิมได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจ จนกว่าจะเจอรสที่ชอบจริง ๆ
ซึ่งวิธีนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย และสนุกกับการเลือกรสชาติ
2. ทุกรสชาติ มีเรื่องเล่า
- จุดเด่นมากของ Guss Damn Good คือชื่อรสชาติ อย่างเช่น
SECRET ADMIRER / DON’T GIVE UP / HERE’S YOUR DAMN GOOD CHOCOLATE
มันไม่ใช่แค่ชื่อเก๋ ๆ แต่แต่ละรสจะมี Feeling และ Story ของตัวเอง
3. ดีไซน์ทุกอย่างให้สื่อสารอารมณ์
- ทั้งแพ็กเกจจิง ลายมือ สี หรือภาพประกอบ จะถูกออกแบบให้เข้ากับอารมณ์ของรสนั้น บางรสสดใส สีแรง บางรสนุ่มนวล อบอุ่น
ทำให้แค่เห็นแพ็กเกจก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างแล้ว นี่คือเหตุผลที่แบรนด์ถูกพูดถึงบนโซเชียลบ่อยมาก
4. จัดเรียงรสชาติให้ “กินแล้วอร่อยจริง”
- หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า เวลาสั่งหลายรส ร้านมีวิธีจัดตำแหน่งให้ด้วย เพราะบางรสเข้มมาก ถ้ากินก่อน อาจทำให้อีกรสจืดไปทันที
แบรนด์เลยคิดเรื่องลำดับการกิน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีที่สุดในทุกคำ
ที่มา BrandCase