โดยปกติงานอดิเรกของผมคือ การเขียนกระทู้ลงในนี้มันสนุกมากๆตอนเขียนมันรู้สึกไม่ต่างจากตอนวาดภาพเลย ผมไม่ได้เช้ามาพันทิปน่าจะเดือนกว่าๆได้มั้ง ผมหายไปสนุกกับ 1 เดือนใน 8 เดือน ที่ดร๊อปจากมหาลัย
เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากดูอนิเมะสองเรื่องนั้นคือ Hajime no ippo กับ Ashita no joe ทั้งสองเป็นสื่อที่เกี่ยวกับมวยสากล ซึ่งเวลาในเรื่องมาจากสองยุคโดยที่ Ippo จะอยู่ในช่วงปี 90s และ Joe มาจาก 70s สิ่งที่ผมได้เห็นจากสองเรื่องนั้นคือวัฒนธรรมต่างๆของประเทศญี่ปุ่น ทั้งอาหาร ดนตรี และที่สำคัญคือการต่อสู้บนสังเวียนโดยไม่ยอมแพ้ให้กับฝ่ายตรงข้าม(ถึงตอนจบ Joe จะตายอ่ะนะ) แต่ผมมาชะงักตรงความคิดที่โผล่มาในสมองผมนั้นคือ ทำไมในช่วงเวลาสองเวลา สถานที่สองสถานที่ และแม้ในสถานที่เดียวกันที่โผล่มาทำไมมันต่างกันขนาดนั้น เขามีวิธีคิดอะไรที่นำพาตัวของพวกเขามาถึงจุดที่เจริญขึ้นได้
วันนั้นผมจึงตัดสินใจไปซื้อหนังสือมาสามเล่ม 1.คินสึงิ 2.โอโมอิยาริ 3.อิคิไก ซึ่งที่น่าสนใจคือระหว่างเดินทางกลับผมดันเช้าใจผิดว่า นิกายเซน เป็นของญี่ปุ่นเลยนำมาใน List ด้วยเหตุนี้ผมจึงอ่าน คินสึงิ โอโมอิยาริ เซน และดองอิคิไก ไว้เพราะรู้สึกว่าผมน่าจะลองเขียนอะไรสนุกๆ(อาจจะแค่ผมคนเดียวนะ) นอกจากนี้ยังมีหนังสือแปลไทยที่เขียนจากนักเขียนชางญี่ปุ่นอีก 1 เล่มนั้นคือ ชีวิตดีขึ้นแน่แค่ช่างแม่มัน ของ ชายคนนึงที่ทำงานขายตัวอยู่ที่ญี่ปุ่นซึ่งผมได้อะไรดีๆจากหนังสือของเขามาเยอะเลย ถ้าเป็นไปได้ผมคงจะแป๊ะลิงค์ไปหาแอคเคาท์ X ของเจ้าตัวด้วย แน่นอนผมจะแปะไว้ตอนท้าย อิอิ
สิ่งที่ผมได้จากหนังสือทั้งหมดนันคือ ความเข้าใจในตนเองแบบที่เข้าใจมากกว่าเดิมถึง 30% ซึ่งทำให้ผมอยากเต้นสไตส์กูดูโร่ของสเปนมากๆ หยอกๆนะ
สิ่งที่ผมได้มาคือ ตนเองมีแผลที่รักษาหายแล้ว แต่มันก็ไม่ได้แย่ที่จะมีมัน ฟังดูตลกดีแต่บาดแผลพวกนั้นเหมือนเข็มที่คอยสร้างผมขึ้นมาจนถึงวันนี้ ผมไม่สามารถนิยามถึงสิ่งที่เป็นได้หรอกเพราะมันอธิบายยากแต่มันรู้สึกและเข้าใจ บางทีผมอาจจะกลายเป็นขนมแมวเลียก็ได้นะ เมี้ยววววว
ในอีกมิติสิ่งได้ค้นพบคือ ผมรักการต่อยมวยครับ แบบต่อยแค่กระสอบทรายเป็นงานอดิเรก ผมไม่ได้อยากไปต่อยหน้าใครเท่าไหร่ ถึงจะแอบอยากลองชกอาชีพสักหน่อยแต่ผมเลือกที่จะไม่ทำเพราะผมมีแผนชีวิตที่วางไว้แล้ว เหตุผลของการต่อยนั้นคือ ผมอยากเข้มแข็งมากขึ้นเพราะในบางครั้งผมแอบคิดว่าตนเองนั้นอ่อนแอ ทั้งๆที่คนรอบข้างบอกบ่อยๆว่าผมเป็นคนที่ดูไม่ทุกข์กับเรื่องที่คนส่วนใหญ่จะทุกข์ ผมว่าอาจจะเพราะผมมีภูมิต้านทานแหละครับ
สิ่งล้ำค่าที่ได้จากการต่อยมวยคือ ไม่มีครับ คืองี้ผมไม่ได้มองว่าผมได้อะไรนะ แต่ผมสร้างมันมากดว่ามันคือความรู้สึกว่าผมปกป้องตนเองได้มากขึ้น ผมเริ่มเคารพตนเองมากขึ้น ผมเคารพคนรอบข้างมากขึ้น ซึ่งแม่ผมก็บอกว่าตั้งแต่ลองชกมวยผมดูใจเย็นมากขึ้นซึ่งก็ถือเป็นการยืนยันจากภายนอกซึ่งอาจจะเป็นหลักฐานไม่ได้แต่ผมรู้สึกได้น่ะครับ
ขอบคุณสำหรับการอ่านคือผมจะบอกว่าจุดเริ่มต้นในดารเขียนพันทิปคือ ผมพูดไม่ค่อยรู้เรื่องมันคล้ายคลึงกับว่า สมองผมบินข้ามท้องฟ้าไปดวงจันทร์แต่ปากผมอยู่ปากซอย การมาเขียนทำให้ผมฝึกนิสัยพูดช้าลงได้จริงๆ
อีกจุดประสงค์นึงคือ ผมอยากลองเขียนนิยายแต่ผมจะมำได้ยังไงถ้าเขีบนไม่เข้าใจเพราะฉะนั้นผมว่าจะเขียนลงในนี้ทุกวันซะเลยอ่ะเตงอิอิ
ลิงค์ X ที่ผมพูดถึงอ่ะเตงอิอิ:
https://x.com/takuya_hyon?s=21
อันนี้ขอแถมภาพที่วาดเล่นด้วย
รีวิว 1 เดือนกว่าๆของการศึกษาปรัชญาญี่ปุ่นและการฝึกจิตใจด้วยมวย
เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากดูอนิเมะสองเรื่องนั้นคือ Hajime no ippo กับ Ashita no joe ทั้งสองเป็นสื่อที่เกี่ยวกับมวยสากล ซึ่งเวลาในเรื่องมาจากสองยุคโดยที่ Ippo จะอยู่ในช่วงปี 90s และ Joe มาจาก 70s สิ่งที่ผมได้เห็นจากสองเรื่องนั้นคือวัฒนธรรมต่างๆของประเทศญี่ปุ่น ทั้งอาหาร ดนตรี และที่สำคัญคือการต่อสู้บนสังเวียนโดยไม่ยอมแพ้ให้กับฝ่ายตรงข้าม(ถึงตอนจบ Joe จะตายอ่ะนะ) แต่ผมมาชะงักตรงความคิดที่โผล่มาในสมองผมนั้นคือ ทำไมในช่วงเวลาสองเวลา สถานที่สองสถานที่ และแม้ในสถานที่เดียวกันที่โผล่มาทำไมมันต่างกันขนาดนั้น เขามีวิธีคิดอะไรที่นำพาตัวของพวกเขามาถึงจุดที่เจริญขึ้นได้
วันนั้นผมจึงตัดสินใจไปซื้อหนังสือมาสามเล่ม 1.คินสึงิ 2.โอโมอิยาริ 3.อิคิไก ซึ่งที่น่าสนใจคือระหว่างเดินทางกลับผมดันเช้าใจผิดว่า นิกายเซน เป็นของญี่ปุ่นเลยนำมาใน List ด้วยเหตุนี้ผมจึงอ่าน คินสึงิ โอโมอิยาริ เซน และดองอิคิไก ไว้เพราะรู้สึกว่าผมน่าจะลองเขียนอะไรสนุกๆ(อาจจะแค่ผมคนเดียวนะ) นอกจากนี้ยังมีหนังสือแปลไทยที่เขียนจากนักเขียนชางญี่ปุ่นอีก 1 เล่มนั้นคือ ชีวิตดีขึ้นแน่แค่ช่างแม่มัน ของ ชายคนนึงที่ทำงานขายตัวอยู่ที่ญี่ปุ่นซึ่งผมได้อะไรดีๆจากหนังสือของเขามาเยอะเลย ถ้าเป็นไปได้ผมคงจะแป๊ะลิงค์ไปหาแอคเคาท์ X ของเจ้าตัวด้วย แน่นอนผมจะแปะไว้ตอนท้าย อิอิ
สิ่งที่ผมได้จากหนังสือทั้งหมดนันคือ ความเข้าใจในตนเองแบบที่เข้าใจมากกว่าเดิมถึง 30% ซึ่งทำให้ผมอยากเต้นสไตส์กูดูโร่ของสเปนมากๆ หยอกๆนะ
สิ่งที่ผมได้มาคือ ตนเองมีแผลที่รักษาหายแล้ว แต่มันก็ไม่ได้แย่ที่จะมีมัน ฟังดูตลกดีแต่บาดแผลพวกนั้นเหมือนเข็มที่คอยสร้างผมขึ้นมาจนถึงวันนี้ ผมไม่สามารถนิยามถึงสิ่งที่เป็นได้หรอกเพราะมันอธิบายยากแต่มันรู้สึกและเข้าใจ บางทีผมอาจจะกลายเป็นขนมแมวเลียก็ได้นะ เมี้ยววววว
ในอีกมิติสิ่งได้ค้นพบคือ ผมรักการต่อยมวยครับ แบบต่อยแค่กระสอบทรายเป็นงานอดิเรก ผมไม่ได้อยากไปต่อยหน้าใครเท่าไหร่ ถึงจะแอบอยากลองชกอาชีพสักหน่อยแต่ผมเลือกที่จะไม่ทำเพราะผมมีแผนชีวิตที่วางไว้แล้ว เหตุผลของการต่อยนั้นคือ ผมอยากเข้มแข็งมากขึ้นเพราะในบางครั้งผมแอบคิดว่าตนเองนั้นอ่อนแอ ทั้งๆที่คนรอบข้างบอกบ่อยๆว่าผมเป็นคนที่ดูไม่ทุกข์กับเรื่องที่คนส่วนใหญ่จะทุกข์ ผมว่าอาจจะเพราะผมมีภูมิต้านทานแหละครับ
สิ่งล้ำค่าที่ได้จากการต่อยมวยคือ ไม่มีครับ คืองี้ผมไม่ได้มองว่าผมได้อะไรนะ แต่ผมสร้างมันมากดว่ามันคือความรู้สึกว่าผมปกป้องตนเองได้มากขึ้น ผมเริ่มเคารพตนเองมากขึ้น ผมเคารพคนรอบข้างมากขึ้น ซึ่งแม่ผมก็บอกว่าตั้งแต่ลองชกมวยผมดูใจเย็นมากขึ้นซึ่งก็ถือเป็นการยืนยันจากภายนอกซึ่งอาจจะเป็นหลักฐานไม่ได้แต่ผมรู้สึกได้น่ะครับ
ขอบคุณสำหรับการอ่านคือผมจะบอกว่าจุดเริ่มต้นในดารเขียนพันทิปคือ ผมพูดไม่ค่อยรู้เรื่องมันคล้ายคลึงกับว่า สมองผมบินข้ามท้องฟ้าไปดวงจันทร์แต่ปากผมอยู่ปากซอย การมาเขียนทำให้ผมฝึกนิสัยพูดช้าลงได้จริงๆ
อีกจุดประสงค์นึงคือ ผมอยากลองเขียนนิยายแต่ผมจะมำได้ยังไงถ้าเขีบนไม่เข้าใจเพราะฉะนั้นผมว่าจะเขียนลงในนี้ทุกวันซะเลยอ่ะเตงอิอิ
ลิงค์ X ที่ผมพูดถึงอ่ะเตงอิอิ:https://x.com/takuya_hyon?s=21
อันนี้ขอแถมภาพที่วาดเล่นด้วย