เสียตัว เพราะ มุ้ง วันทองเธอไม่ได้หลายใจ (พร้อมสูตรลับที่น่าสนใจ)



     นางพิมพิลาลัย หรือ วันทอง ตัวเอกในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ถูกกล่าวหาว่าเป็นหญิงสองใจ หญิงสองผัว ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมต่อวันทอง เนื่องจากนางมิได้ตั้งใจหรือประสงค์ที่จะมีสามีถึงสองคน แต่ด้วยเหตุการณ์บังคับ จากแผนการที่ขุนช้างและนางศรีประจันมารดาของนางเองก่อให้เกิดขึ้น และแม้ว่าวันทองจะถูกบังคับส่งตัวเข้าเรือนหอกับขุนช้าง นางก็สู้อย่างสุดฤทธิ์ มิยอมเสียตัวให้ขุนช้าง แต่สุดท้ายขุนช้างก็ได้นางวันทองสมใจ เสร็จสมอารมณ์หมายเพราะ มุ้ง

     มุ้งเจ้ากรรมหล่นจากเชือกที่ผูกไว้ พันตัววันทองเหมือนถูกพันธนาการจากบ่วงกรรม และเปิดช่องให้ขุนช้างกระทำย่ำยีวันทองได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากนั้นวันทองจึงจนใจ และต้องยอมอยู่เป็นเมียของขุนช้าง

     บทอัศจรรย์ในตอนนี้ อ่านแล้วจะว่าขบขันก็ใช่ แต่ถ้ามองในมุมของวันทองมันเป็นเรื่องเศร้า นางมิได้สมยอมจริงๆ นางสู้แล้วอย่างสุดฤทธิ์ แต่แรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย แม่ของตัวเองหรือก็เข้าข้างช่วยขุนช้าง แถมมุ้งเจ้ากรรมยังเป็นใจให้ขุนช้างเสียอีก


    แต่มีประเด็นเรื่อง มุ้ง ซึ่งเสภาขุนช้างขุนแผนแสดงให้เห็นว่าไทยเรามีมุ้งใช้มานานแล้ว ซึ่งมุ้งนั้นเป็นภูมิปัญญาในการป้องกันแมลงที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานกว่า 2,000 ปี มีในหลายอารยธรรมเช่น อียิปต์ จีน โรมัน เพราะยุงนั้นเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับสัตว์เลือดอุ่นมาแต่ไหนแต่ไร คนเราก็ถูกยุงกัดมาตั้งแต่ยุคหินแล้ว เมื่อมีอารยธรรมมีเทคโนโลยี ทอผ้าทำเครื่องนุ่งห่มได้ ก็คงพัฒนามุ้งเพื่อป้องกันยุงขึ้นมาได้เช่นกัน และสันนิษฐานว่ามุ้งของไทยนั้นนำเข้ามาจากต่างประเทศก่อน มากับเรือที่ทำการค้ามาพร้อมกับสินค้าอื่นๆนั่นเอง

ซากยุงในฟอสซิลอำพัน

มุ้งแบบหนึ่งของจีน สามารถเปิดได้เหมือนม่าน

มุ้งแขวนครอบเตียงแบบตะวันตก
มุ้งแบบหนึ่งของญี่ปุ่น

     เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนนี้สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา บางบทบางตอนมีหลายสำนวน บางสำนวนนั้นอร่อยถึงใจชาวบ้าน เรียกว่าเรื่องใต้สะดือนี่บรรยายไว้อย่างถึงอกถึงใจ พอจะยกมาให้อ่านกันได้บางบทบางตอนเช่น ตอนที่นางศรีประจันสอนพิมพิลาลัยก่อนเข้าเรือนหอเมื่อครั้งแต่งกับขุนแผน นางสอนไว้ว่า (บทนี้ไม่มีในฉบับหอพระสมุด)
       คำสอนนี้พิจารณาแล้วท่าจะจริง ใครที่เคยมีคู่แล้วคงเข้าใจ นางศรีประจันคงมีประสบการณ์ชีวิต และนำประสบการณ์นั้นมาสอนลูกสาวถึงวิธีมัดใจผัว ซึ่งจริงๆแล้วสาวใดทำได้ก็คงมัดใจผัวได้จริงๆล่ะ โดยเฉพาะการ "ยักย้ายส่ายให้ถูกใจกัน"
       และเมื่อ่านคำสอนนี้แล้ว พิมพิลาลัยก็คงจะได้ใช้กับขุนแผนบ้างกระมัง แต่กับขุนช้างในเสภาก็บอกอยู่ "วันทองเลือกตำฝาตาป๋อหลอ" โดนเข้าโดยไม่ได้ "สมัครรัก" ก็ได้แต่ตาเหลือก

       ไม่เพียงเท่านั้น นางศรีประจันยังสอนวิชาทำกับข้าวให้ผัวกินด้วย ดูจากสูตรอาหารนี้ผู้เขียนเองก็ยังไม่เคยเห็นที่ไหน สมาชิกท่านใดมีฝีมือทางอาหาร จะลองทำตามสูตรและเขียนกระทู้มายั่วน้ำลายเพื่อนสมาชิกบ้างก็คงดี และเพื่อนสมาชิกชายทั้งหลายที่อยาก "แม้อ่อนเปียกก็จะแข็งเป็นไม้ท่อน" ก็น่าจะลองดูเป็นยิ่งนัก (บทนี้ไม่มีในฉบับหอพระสมุด)


    สรุปท้ายเรื่องว่า วันทองนั้นมิได้สองใจ หากแต่เหตุการณ์มันบังคับ และสตรีในยุคนั้นหาได้มีอิสระเสรีดังเช่นในปัจจุบัน สังคม วัฒนธรรม ยังคงไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเลือกได้ แต่ต้องทำตามที่ผู้อื่นเลือกเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่