ชีวิตพัง ล้มละลายเหมือนตายทั้งเป็น เพราะญาติ จากคำว่า "พ่อไม่มีทางโกงกูหรอก"

กระทู้สนทนา

สวัสดีค่ะ อยากมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตที่ล้มละลาย ครอบครัวแตก และไม่ต่างจากตายทั้งเป็น เพราะญาติค่ะ จากคำว่า "พ่อไม่มีทางโกงกูหรอก"
หนูอายุ 20+ แต่ไม่เกิน 25 นะคะ ขอบอกคร่าวๆประมาณนี้ สถานะครอบครัวตอนนี้วิกฤตหนักค่ะ แยกกันไปใช้ชีวิตคนละทิศละทาง เพราะแบกรับทุกอย่างไม่ไหว ตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นค่ะ และกำลังพยายามสู้ชีวิตอยู่ค่ะ เรียนจบแค่ ม.6 เท่านั้น ออกจากมหาลัยกลางคัน เพราะจ่ายค่าเทอมไม่ไหว
10 กว่าปีที่แล้ว บ้านหนูมีชีวิตที่ไม่ได้ร่ำรวย แต่ไม่เคยลำบากค่ะ ชีวิตที่ว่าพออยู่ พอกิน ไม่มีหนี้สิน ไม่เดือดร้อน ทั้งยังมีความสุขมากๆ ในความทรงจำ มีแต่เรื่องดีๆที่นึกออกได้ค่ะ ที่โรงเรียนทุกๆวันปีใหม่ หนูจะหน้าบานตลอด เพราะแม่เราจะทำกับข้าวถาดใหญ่ๆไปให้ที่โรงเรียนเสมอ ทั้งหนูและน้องสาว อย่างกับเป็นเจ้าภาพตลอด

เวลากลับบ้านยาย เรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ พ่อแม่มีหนังสือพระที่มีชื่อครอบครัวเราเป็นผู้สนับสนุนจัดทำหนังสือบริจาควัดและเป็นเจ้าภาพงานผ้าป่า ค่อนข้างเหลือกินเหลือใช้ พ่อกับแม่เป็นคนใจดีค่ะ ใครขออะไรก็ให้หมด ขี้สงสาร จำได้ว่าแม่เคยถอดสร้อยทองให้ญาติคนนึงด้วย ที่ลงทุนทหอบลูกเล็กตัวแดงๆมาขอความช่วยเหลือ เพราะบ้านลำบาก
เรามีญาติเยอะมากค่ะ ครอบครัวใหญ่ ตามภาษาบ้านนอกที่ชอบมีลูกกันเยอะๆ แต่ครอบครัวเราดันมีพันธุกรรมที่ไม่ดีค่ะ เกี่ยวกับคำพูด มักจะรุนแรงเสมอตั้งแต่จำความได้ จะมีแค่แม่กับพ่อที่ดูใจเย็นที่สุดกว่าใคร
แม่ป่วยเป็นโรคพุ่มพวงค่ะ ไม่มีทางรักษาหาย ต้องไปหาหมอเรื่อยๆ หนูต้องวนเวียนใช้ชีวิตในโรงพยาบาลบ่อยๆ ตั้งแต่จำความได้เหมือนกัน แต่มีบัตรทองค่ะ เคสของแม่ถูกส่งไปที่โรงพยาบาลใหญ่ที่ที่มีผู้เชี่ยวชาญอาจารย์หมอ ที่เราต้องจ่ายก็มีแค่ค่ารถเท่านั้น แต่ก็หลายพันเลยค่ะ เพราะต้องเดินทางข้ามจังหวัด




ตอนนั้นพ่อแม่หนูได้เงินก้อนมา 4 แสนค่ะ พ่อซื้อหุ้นสหกรณ์ไว้ค่ะ เขาบอกว่าเป็นลูกค้าชั้นดีและสามารถกู้เงินออกมาได้ พ่อเลยเอามาดาวน์รถ 2 แสน และกะจะเอาที่เหลือมาใช้จ่ายในครอบครัว เราเลยมีเงินก้อนเพิ่ม 4 แสน เมื่อสิบปีที่แล้ว
แต่ป้าดันโทรมาค่ะ บอกว่า พี่น้องของตาคนหนึ่ง (พี่น้องแท้ๆนะคะ มีศักดิ์เป็นอาของแม่) ต้องการหาคนไปไถ่ที่ จะเป็นใครก็ได้ เพราะเอาที่ไปจำไว้แสนกว่า ไม่มีเงินเอาออกมา มันเป็นที่มรดกปู่ย่าตายายค่ะ แม่เลยอยากจะเป็นคนสานต่อที่ตรงนั้นเองค่ะ เพราะก็ถือว่าซื้อมาจากญาติตัวเอง และแม่ก็พร้อมที่จะเอาออก

ตอนแรกตกลงกันว่า 2 แสนค่ะ แต่พอรู้ว่าเป็นแม่หนูจะไปเอา เขาขอเป็น 3 แสนห้าค่ะ เพราะเนื้อที่มันค่อนข้างเยอะ ประมาณ 5-6 ไร่ และคิดว่าแม่หนูจ่ายได้ แม่บอกอาตัวเองว่า แม่มีเงินแค่ 2 แสน เขาเลยบอกแม่ว่า "จะไปยากอะไร เอาไปเข้า ธกส.สิ"
เลยเป็นที่มาของการเอาที่ไปเข้าค่ะ แต่แม่ไม่มีบัญชี ธกส. และอยู่ต่างจังหวัด มันทำได้ยุ่งยาก เลยเอาเข้าบัญชีของพ่อตัวเองที่เป็นตาแท้ๆของหนู โดยที่แม่จะเป็นคนส่งเองทั้งหมด

พอเอาที่เข้า ธกส. ได้เงินออกมา 3 แสนค่ะ เอาไปจ่ายค่าที่ให้อาเพิ่มแสนห้า เหลือเงินแสนหนึ่ง แม่ก็เอาให้ตา ให้ยาย ให้ย่า ให้พี่น้อง แบ่งกันใช้ พาไปเที่ยวลาวด้วย เพราะแม่สบายใจแล้วคิดว่ายังไงเราก็ได้ที่มาแล้ว
ตอนแรกก็เหมือนพ่อจะไม่เห็นด้วย แต่เพราะแม่คิดว่ายังไงก็พ่อตัวเอง "พ่อไม่มีทางโกงกูหรอก" ก็เลยปล่อยผ่านเรื่อยมา แม่ส่งที่ด้วยตัวเองอยู่เรื่อยๆค่ะ จนกระทั่งงวดสุดท้าย เหลือเงินที่ต้องส่ง 4 หมื่น
จู่ๆตาแท้ๆโทรมาทั้งเมาเหล้า บอกว่า จะเป็นคนจ่ายเองค่ะเงิน 4 หมื่น แต่แม่ก็บอกไปว่า อย่าไปจ่ายนะ แม่จะจ่ายเอง แต่ตาตอบว่า ไม่ทันแล้ว เขาจ่ายไปแล้วค่ะ

ระหว่างนั้นถูกป้าโกงเงินค่ะ ป้าแท้ๆ เขาไปติดหนี้ธุรกิจไม่ยอมจ่าย แม่เลยต้องชดใช้แทน เป็นเงินเกือบแสนกว่า และเขาก็ไม่เคยคิดจะคืน ทุกครั้งที่แม่ทวงเขาก็จะพูดเชิงติดยิ้มว่า "เอาเงินไปให้ผัวลงทุนขายของหมดแล้ว" ป้าเขาเปิดร้านขายของชำค่ะ
พ่อแม่ที่ชีวิตไม่เคยติดหนี้ก็เริ่มตื่นตระหนก คนใกล้ชิดนอกจากป้า ก็ยังมีคนอื่นเข้ามาโกงเงินอีกไปหลายหมื่นเหมือนกัน พ่อที่กลัวว่าเขาจะมาข่มขู่มาฟ้องร้องทั้งถูกขู่ฆ่า เลยไปกู้เงินดอกแพงมาจากหลายที่ เพื่อโปะหนี้สินของป้าตรงนี้ค่ะ โดยที่ป้านั้นใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร
ครอบครัวของเราเลยเริ่มวิกฤตหนักค่ะ แม่ที่ไม่มีทางเลือก จึงตัดสินใจ ที่จะเอาที่ตรงนั้นที่เคยซื้อจากอาตัวเองมาขาย แต่ทันทีที่บอกญาติๆ ดันถูกญาติต่อว่ารุนแรง "มึx มันเนรคุณ กล้าที่จะเอาที่ปู่ย่าตายายไปขาย อีXXX อีXXXX" สารพัดเลยค่ะ จนสุดท้ายเราก็ไม่ได้ขายที่ตรงนั้น และใช้ชีวิตลำบากกันเรื่อยมา ต้องหาทางออกอื่น

ป้าที่เป็นพี่น้องแม่อีกคนก็เข้ามาค่ะ บอกว่า ให้แม่ยกที่ตรงนั้นให้แก แล้วเดี๋ยวแกจะใช้หนี้ให้พ่อหนูเอง เพราะแกจะไปทำงานต่างประเทศ แม่ที่เห็นความหวังสุดท้ายจึงรับคำนั้นไป แต่แค่เดือนแรกค่ะ แกส่งเป็นรถมอไซค์มือสองมาแทนคันเดียว ราคาหมื่นกว่า และไม่ได้ไปต่างประเทศ ไม่ได้ใช้หนี้ให้พ่อหนู และกลายเป็นที่ตรงนั้นเป็นของแกไปเพราะแม่พูดไว้แล้ว ตอนนั้นพ่อยังคิดว่าพอจะมีทาง เลยไม่อยากไปมีเรื่อง เพราะญาติคนฝั่งแม่เป็นคนปากแรง ปากจัด




พ่อที่มีการมีงานที่ดีในตอนแรกก็เริ่มติดพนันค่ะ ตามเพื่อนที่บริษัท ช่วงสิบปีที่แล้ว เพราะเริ่มช็อตหนัก ต้องจ่ายหนี้ดอกแพง แบกรับภาระตัวคนเดียว ต้องหาเงินพาเมียที่ป่วยไปหาหมอ จ่ายค่าเรียนลูกสองคน โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา หนูมีชีวิตที่ไม่ได้ลำบากค่ะ เพราะพ่อปิดบังเอาไว้ ไม่ให้รู้ อยากให้หนูโตมาเป็นเด็กที่ดี มีอนาคตที่ดี แต่นับวันหนักเข้าๆ หนี้สินยิ่งทับถม ต้องยืมคนนั้น ยืมคนนี้ ถูกเขาขู่ฆ่าทุกวัน จนใบหน้าของพ่อที่ปกติเป็นคนอารมณ์ดี เริ่มดำหมอง กลายเป็นคนขี้หงุดหงิดมากขึ้น กินเบียร์บ่อยขึ้น สูบบุหรี่หนัก ปกติพ่อไม่สูบค่ะ เลิกสูบตั้งแต่มีแม่ เพราะแม่ไม่ชอบ แต่ทุกครั้งที่พ่อมารับจากโรงเรียนจะมีกลิ่นบุหรี่หนักๆเต็มรถของพ่อไปหมด

บ้านเริ่มค้างงวด รถก็เช่นกัน หมายศาลส่งมามากมาย เยอะแยะ จนปิดต่อไปไม่ไหว พ่อเคยกู้เงินมาทำธุรกิจร้านอาหารช่วงหนึ่งค่ะ แต่ก็ล้มละลายไม่เป็นท่า เพราะโควิดอีก ทำเลไม่ดีด้วย จำได้เลยค่ะว่า เป็นครั้งแรกเลยที่ในบ้านเราไม่มีเงินสักบาท

ตอนพักเที่ยงที่โรงเรียนต้องแกล้งนอนหลับ เพราะไม่มีเงินซื้อข้าวแบบเพื่อนคนอื่นๆ ตอนแรกเพื่อนไม่สงสัย แต่พอนานเข้า เห็นบ่อยๆ เพื่อนก็สงสารแบ่งขนมปังให้หนึ่งชิ้น หนูนั่งมองน้องสาวที่ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน จนบางครั้งทนไม่ไหว นั่งร้องไห้กลางโรงเรียน มีบางครั้งบังเอิญมีเงินที่ล้วงได้จากกระเป๋านักเรียน 20 บาท ก็เลยให้น้องไปหมดเลย เพื่อที่จะซื้อข้าวเที่ยง ไม่อยากให้น้องต้องรู้สึกแบบที่เรารู้สึกนี้เลยค่ะ มันแย่มาก จนอยากตายให้ได้
แต่แล้วพออยู่มาเรื่อยๆ หนูก็ได้เห็นนรกที่ชัดเจนกว่านั้นมากยิ่งขึ้น บ้านเราถูกยึดค่ะ พ่อเอาหนูกับแม่และน้องมาทิ้งที่กรุงเทพ เพราะบอกว่าจะให้เรียนต่อ แต่ความจริงคือ หนูเรียนได้แค่ครึ่งเทอมก็ต้องออกกลางคันค่ะ เพราะจ่ายไม่ไหว นอกจากค่าเทอม มันยังมีอีกหลายค่ามากมายที่เราต้องแบกรับ พ่อหนีไปคนเดียว ติดต่อไม่ได้อยู่เป็นปี ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง

แม่ที่ป่วยหนักและน้องที่ไม่มีวุฒิ ม.6 ตอนแรก จึงต้องหาสมัครงานโรงงานค่ะ แม่ต้องออกสิทธิ์บัตรทองกระทันหัน มาใช้สิทธิ์ประกันสังคม ตอนนั้นหนูยังเรียนอยู่ค่ะ แม่อยากให้เรียน เพราะอย่างน้อย ให้มีคนนึงที่ยังหายใจได้ก็ยังดี กู้กยศ.ค่ะ แต่กยศ.มันไม่พอ จ่ายให้ไม่หมด และหนูก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เลยออกจากเรียน และหารับจ้างฟรีแลนซ์ค่ะ จนถึงทุกวันนี้





น้องแยกไปอยู่กับแฟนที่ต่างจังหวัด บ้านแฟนของน้องก็ลำบากพอกัน ส่วนหนูทิ้งแม่ไปไม่ได้ ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย อยู่กินสองคน และค่าหาหมอ จ่ายค่าประกันสังคมทุกเดือน และอื่นๆ พวกยาเสริม แก้ปวด แก้ไอ แก้ไข แก้หวัด คารามาย เพราะแม่ป่วยง่ายค่ะ ไม่มีภูมิต้านทานในตัวเอง ทั้งมีโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง เราไม่มีบัตรทอง กลับไปก็ไม่ได้ ไม่มีที่ให้กลับไป ทั้งยังไม่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน รวมถึงตัวหนู หนูส่งประกันสังคมไหวแค่ของแม่ หนูไม่ได้ตรวจสุขภาพมาหลายปีแล้วค่ะ แม้จะไปอยากไป จนตอนนี้เริ่มกลัว เพราะสุขภาพของหนูก็ย่ำแย่พอกัน

เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ได้ข่าวว่า ลูกชายของป้าที่บอกจะใช้หนี้แทน ไปทำใครที่ไหนท้อง ยังหน้าด้านเอามาโทรปรึกษาแม่ ว่าจะทำยังไงดี เอาที่ไปขายดีมั้ย? สรุปคือ ที่ตรงนั้น ตอนนี้ถูกขายไปแล้วค่ะ เงินเข้าป้าหนูเอง เอาไปขอแต่งงานให้ลูกชาย เพราะทำเขาท้อง โดยที่ไม่มีญาติคนไหนออกมาด่าป้าเลย ว่า "เนรคุณ ขายที่ปูย่าตายายตัวเอง"

มีญาติเยอะมาก แต่ตอนนี้หนูตัดญาติทิ้งหมดแล้วค่ะ ชีวิตหนูยังต้องดิ้นรนต่อ ญาติๆพากันรังเกียจครอบครัวหนู และหาว่าเราเป็นภาระในสายตาพวกเขา ทั้งที่ตอนที่พวกเขาลำบาก คนที่คอยทำดี ช่วยเหลือ คือพ่อแม่ของหนูเอง เมื่อก่อนพ่อแม่หนูมั่งมี มีชีวิตที่ดีค่ะ จนพากันอิจฉา แต่ก็ยังอยากได้ของของพ่อของแม่หนูอยู่ดี

คนที่แม่เคยถอดสร้อยทองให้ มีชีวิตที่ดีมากค่ะ ลูกดกเลย ไปเที่ยวกันทุกปี ลงรูปตลอด กินอาหารหรู อยู่ดี แต่พอแม่จะขอความช่วยเหลือ ขอเงินเป็นค่าข้าว 1 วัน และจะคืนให้ เขากลับทำท่ารังเกียจ ทำมาเป็นพูดว่าไม่มี มีแค่เศษเงิน ทั้งที่พึ่งจะลงสตอรี่ไปเที่ยวเหนือมา



สำหรับบางคนมันเป็นเรื่องราวที่อาจจะอ่านแล้วดูน่าสมเพช แต่หวังว่าสำหรับบางคนจะอ่านเอาไว้เป็นอุทาหรณ์ หรือข้อคิดบางอย่างในการใช้ชีวิตนะคะ หนูเห็นพ่อแม่ต้องร้องไห้ทุกวัน ตัวหนูเองก็แทบจะชินชาไปกับทุกเรื่องในชีวิตแล้วค่ะ จะจากไป ทิ้งทุกอย่าง แม่หนูจะอยู่ยังไง น้องจะอยู่ยังไง แม่เคยถึงขนาดจะไปกระโดดสะพานตาย ไม่มีนรกที่แย่ไปกว่านี้อีกแล้ว นรกที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว จากคนที่เรารัก เพราะความเชื่อใจที่ไม่มีค่า
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่