🤢​ "หมู่บ้านมะเร็ง" บาดแผลที่ซ่อนอยู่ใต้ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของจีน

"หมู่บ้านมะเร็ง" 癌症村 – บาดแผลที่ซ่อนอยู่ใต้ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของจีน

เมื่อ GDP ไหลเป็นเลือด น้ำดื่มกลายเป็นยาพิษ และคนทั้งหมู่บ้านล้มตายด้วยมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร นี่คือเรื่องราวของกว่า 400 หมู่บ้านที่จีนแผ่นดินใหญ่พยายามไม่พูดถึงนานหลายสิบปี



ในขณะที่ภาพลักษณ์ของจีนในสายตาโลกคือชาติมหาอำนาจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีตึกระฟ้าผุดขึ้นทั่วประเทศ มีรถไฟความเร็วสูงวิ่งทะลุภูเขา แต่ในอีกด้านหนึ่งของแผนที่ มีหมู่บ้านชนบทจำนวนมากที่ผู้คนกำลังล้มตายลงอย่างผิดปกติ ด้วยโรคเดียวกัน – มะเร็ง



คนจีนเรียกหมู่บ้านเหล่านี้ว่า "癌症村" (อ้ายเจิ้งชุน) หรือ "หมู่บ้านมะเร็ง" (Cancer Villages) ซึ่งคือชุมชนชนบทที่อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศหลายเท่าตัว และเชื่อมโยงโดยตรงกับการปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะหนักในน้ำดื่ม ดิน และอากาศที่ไหลออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ชุมชน



🔻 ตัวเลขที่ไม่มีใครอยากให้พูดถึง



ตัวเลขที่แท้จริงของจำนวนหมู่บ้านมะเร็งในจีน ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนนับและช่วงเวลาไหน:



● ปี 2009: นายเติ้ง เฟย (邓飞 / Deng Fei) นักข่าวสืบสวนจากนิตยสาร Phoenix Weekly เผยแพร่บทความปกหัวข้อ "100 จุดมะเร็งในจีน" และนำขึ้นเป็นแผนที่บน Google Maps พบหมู่บ้านที่อัตรามะเร็งสูงผิดปกติเกือบ 100 แห่ง



● ปี 2013: กระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจีน (MEP) ยอมรับเป็นครั้งแรกในเอกสารราชการชื่อ "แผน 5 ปีฉบับที่ 12 ว่าด้วยการป้องกันความเสี่ยงจากสารเคมี" ว่ามี "หมู่บ้านมะเร็ง" เกิดขึ้นจริงในจีน โดยข้อมูลที่รั่วออกมาขณะนั้นระบุว่ามีมากกว่า 247 แห่ง



● ปัจจุบัน: องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศประเมินว่าจีนมีหมู่บ้านมะเร็งมากกว่า 400 แห่ง บางงานวิจัยระบุว่าตัวเลขสะสมอาจสูงถึง 380 แห่ง ใน 212 อำเภอทั่ว 27 มณฑล



ที่น่าตกใจคือ กว่ารัฐบาลปักกิ่งจะยอมรับคำว่า "หมู่บ้านมะเร็ง" ลงในเอกสารราชการ ก็ต้องรอจนถึงปี 2013 ทั้งที่ภาคประชาสังคมจีนได้พยายามตีแผ่ปัญหานี้ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 แล้ว ในระหว่างนั้น ชาวบ้านนับหมื่นล้มตายไปอย่างเงียบเชียบ



🔻 ลุ่มน้ำหวยเหอ – แม่น้ำที่กลายเป็นแม่น้ำแห่งความตาย



จุดที่หมู่บ้านมะเร็งกระจุกตัวหนาแน่นที่สุด คือพื้นที่ลุ่มน้ำหวยเหอ (淮河 / Huai River) แม่น้ำสายที่ใหญ่เป็นอันดับสามของจีน ไหลผ่าน 4 มณฑลคือ เหอหนาน อานฮุย ซานตง และเจียงซู หล่อเลี้ยงประชากรกว่า 180 ล้านคน



ในช่วงทศวรรษ 1980 จีนเริ่มเปิดประเทศตามนโยบายปฏิรูปของเติ้ง เสี่ยวผิง โรงงานเคมี โรงงานกระดาษ โรงฟอกย้อม และโรงงานปุ๋ยจำนวนมาก ย้ายจากเมืองใหญ่เข้ามาตั้งในเขตชนบทตามลุ่มน้ำหวยเหอ เพราะกฎหมายสิ่งแวดล้อมหละหลวมและค่าแรงถูก ผลคือน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาเริ่มกลายเป็นสีดำสนิทและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง



หมู่บ้านที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตนี้ คือ "หมู่บ้านหวงเมิ่งอิ๋ง" (黄孟营 / Huangmengying) ในอำเภอเสิ่นชิว มณฑลเหอหนาน ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำซาอิ่ง ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ที่สุดของแม่น้ำหวยเหอ ประมาณ 15 กิโลเมตร



ระหว่างปี 1994–2004 จากประชากรประมาณ 2,400 คน มีชาวบ้านเสียชีวิตจากมะเร็ง 118 คน คิดเป็นเกือบครึ่งของผู้เสียชีวิตทั้งหมดในรอบทศวรรษ มะเร็งที่พบมากที่สุดคือมะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งหลอดอาหาร ผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยที่สุดอายุเพียง 1 ขวบ เสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้



เมื่อนายหวัง อดีตเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านหวงเมิ่งอิ๋งให้สัมภาษณ์สื่อ เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกกล่าวหาว่า "เปิดเผยความลับของรัฐ" – ซึ่งเป็นข้อหาที่ในจีนอาจถึงขั้นจำคุก



🔻 ซางป้า – หมู่บ้านที่ดินใต้เท้าเป็นยาพิษ



อีกกรณีที่โด่งดังคือ "หมู่บ้านซางป้า" (上坝村 / Shangba) ในอำเภอเวิงหยวน มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ที่นี่ไม่ใช่ปัญหาน้ำดื่มอย่างเดียว แต่ทั้งดิน น้ำ และพืชผัก ปนเปื้อนโลหะหนักจนทั้งหมด



ต้นเหตุคือเหมืองตาเปาซาน (大宝山 / Dabaoshan Mine) เหมืองแร่หลายโลหะของรัฐที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 40 ปี ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านขึ้นต้นน้ำประมาณ 16 กิโลเมตร น้ำเสียจากเหมืองที่มีสภาพเป็นกรดสูง (pH 3.35) และอุดมไปด้วยแคดเมียม ตะกั่ว สังกะสี และโครเมียม ไหลลงสู่แม่น้ำเหิงสือ (横石河) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มและน้ำเพื่อการเกษตรเพียงแหล่งเดียวของชาวบ้าน



ผลการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ระดับแคดเมียมในเลือดของชาวบ้านซางป้าสูงถึง 24.10 ไมโครกรัมต่อลิตร เทียบกับ 1.87 ไมโครกรัมต่อลิตรในหมู่บ้านควบคุมที่อยู่ห่างออกไป – หรือสูงกว่ากันถึงกว่า 12 เท่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในหมู่บ้านนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศถึง 9 เท่า



ข้าวและผักที่ปลูกในหมู่บ้านซางป้าก็มีระดับแคดเมียมเกินมาตรฐาน ทั้ง ๆ ที่ผลผลิตนี้ส่วนหนึ่งถูกส่งออกไปขายในตลาดเมืองใหญ่ของจีน นี่จึงไม่ใช่แค่ปัญหาของชาวบ้านในหมู่บ้านเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของผู้บริโภคทั่วประเทศ



🔻 ตงจิ้น หยางเฉียว และหมู่บ้านอื่น ๆ ในเจียงซู



มณฑลเจียงซู ในภาคตะวันออกของจีน เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเคมีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และมีหมู่บ้านมะเร็งกระจุกตัวหนาแน่นไม่แพ้กัน



หมู่บ้านหยางเฉียว (洋桥村) ในตำบลกู่เหอ อำเภอฟู่หนิง เมืองเหยียนเฉิง อยู่ใกล้กับโรงงานยาฆ่าแมลง 1 แห่ง และโรงงานเคมีอีก 2 แห่ง ระหว่างปี 2001–2004 มีชาวบ้านเสียชีวิตจากมะเร็งปอดและมะเร็งหลอดอาหารกว่า 20 คน ชาวบ้านต้องใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกขณะนอนหลับเพื่อกรองอากาศ และเลี้ยงเป็ดไว้ในเล้าหมูแทนการเลี้ยงริมน้ำ เพราะน้ำในคลองสกปรกเกินไป



หมู่บ้านตงจิ้น (东进村) มีชาวบ้านเสียชีวิตจากมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งปอด 100 คน ในรอบ 5 ปี (2001–2006) ต้นเหตุคือโรงงานเคมีจูหลง ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน ชาวบ้านเคยฟ้องร้องเอาผิด แต่ได้รับค่าชดเชยคนละเพียง 70 หยวน (ประมาณ 350 บาท) เท่านั้น



🔻 ทำไมรัฐบาลจีนถึงปกปิดเรื่องนี้นาน?



มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ปัญหาหมู่บ้านมะเร็งถูกปิดบังในระดับชาติยาวนานหลายสิบปี:



1. ผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างรัฐกับโรงงาน – รัฐบาลท้องถิ่นในมณฑลยากจน เร่งดึงโรงงานเข้ามาตั้งเพื่อสร้าง GDP สร้างการจ้างงาน และสร้างรายได้ภาษีให้ตัวเอง การปกป้องโรงงานจึงสำคัญกว่าการปกป้องสุขภาพชาวบ้าน



2. การกดทับสื่อและภาคประชาสังคม – ในจีน การเชื่อมโยงโรคมะเร็งกับมลพิษถือเป็น "เรื่องอ่อนไหวทางการเมือง" นักข่าว นักเคลื่อนไหว และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่กล้าพูดเรื่องนี้ มักถูกกดดัน ปลด หรือกล่าวหาด้วยข้อหา "เปิดเผยความลับของรัฐ"



3. ชาวบ้านไม่มีอำนาจต่อรอง – ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรยากจน ไม่มีเงินจ้างทนาย ไม่มีช่องทางสื่อ และไม่มีสิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น เมื่อยื่นฎีกาก็มักถูกตำรวจสกัดกลางทาง



4. ความซับซ้อนทางวิทยาศาสตร์ – การพิสูจน์ว่ามะเร็งของใครคนหนึ่งเกิดจากมลพิษโดยตรง เป็นเรื่องยากมาก เพราะมะเร็งใช้เวลาฟักตัว 10–15 ปี และอาจเกิดจากปัจจัยอื่นได้



กว่าศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติของจีน (Chinese CDC) จะออกรายงานในปี 2013 ยืนยันความสัมพันธ์ทางสถิติระหว่างมลพิษน้ำในลุ่มน้ำหวยเหอ กับอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งระบบทางเดินอาหาร ก็เป็นเวลา 30 ปีหลังจากที่โรงงานเริ่มปล่อยน้ำเสีย



🔻 ฮัวต้ายซาน – ผู้พิทักษ์แม่น้ำหวยเหอ



ในความมืดมิดนี้ ก็มีคนจีนคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาต่อสู้คือ นายฮัว ต้ายซาน (霍岱珊 / Huo Daishan) อดีตช่างภาพข่าวของหนังสือพิมพ์โจวโข่ว เดลี่



ในช่วงทศวรรษ 1990 ฮัวออกไปถ่ายภาพทิวทัศน์ริมแม่น้ำหวยเหอ แต่กลับพบเพียงน้ำสีดำและปลาตายเกลื่อนผิวน้ำ เขาตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อตั้งองค์กรพัฒนาเอกชนชื่อ "ผู้พิทักษ์แม่น้ำหวยเหอ" (淮河卫士) ทำหน้าที่ติดตั้งเครื่องกรองน้ำให้ชุมชน ตรวจสอบโรงงานที่ปล่อยน้ำเสีย และช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งในหมู่บ้าน



จนถึงปัจจุบัน ฮัวและทีมงานติดตั้งเครื่องกรองน้ำให้กว่า 50 จุด ครอบคลุมครัวเรือนกว่า 100,000 ครอบครัว ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านที่พอมีกำลังต้องซื้อน้ำขวดดื่มในราคา 14 หยวนต่อวัน (ประมาณ 70 บาท) ส่วนคนที่ไม่มีเงิน ก็ต้องดื่มน้ำสีดำเหม็นจากบ่อตื้นต่อไป



🔻 ปัญหายังไม่จบ



หลังปี 2013 รัฐบาลจีนเริ่มดำเนินมาตรการเข้มงวดขึ้น สั่งปิดโรงงานที่ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน เจาะบ่อน้ำลึกในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และลงทุนในระบบบำบัดน้ำเสีย อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งในหลายหมู่บ้านเริ่มลดลง



แต่ปัญหายังไม่จบ ด้วยเหตุผล 3 ข้อ:



● สารพิษบางชนิดที่ซึมลงชั้นน้ำใต้ดินลึก ต้องใช้เวลาบำบัดนานหลายสิบปี โดยเฉพาะแคดเมียมและตะกั่วในดินที่ไม่ย่อยสลายตามธรรมชาติ



● มะเร็งฟักตัวนาน คนที่ดื่มน้ำพิษในยุค 1990–2000 อาจเพิ่งแสดงอาการป่วยในวันนี้



● ปัญหาขยายตัวเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร พื้นที่เหอเป่ย เหอหนาน และเจียงซู 3 มณฑลที่มีหมู่บ้านมะเร็งมากที่สุด ก็เป็นแหล่งผลิตอาหารใหญ่ของจีนถึง 20% ของผลผลิตการเกษตรทั้งประเทศ ผัก ข้าว และเนื้อสัตว์ที่ผลิตในพื้นที่เหล่านี้ ถูกส่งไปขายในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ



การสำรวจเมื่อ 5 ปีก่อนพบว่า ตัวอย่างข้าวจาก 3 มณฑลเกษตรหลักของจีน 60% มีระดับแคดเมียมเกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นโลหะหนักที่ทำลายไตและกระดูก



🔻 บทเรียนสำหรับโลก



เรื่องราวของหมู่บ้านมะเร็งในจีน คือบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก รวมถึงไทย ที่อุตสาหกรรมจีนจำนวนมากกำลังย้ายฐานการผลิตเข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ:



● การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แลกมาด้วยสิ่งแวดล้อม ในที่สุดต้องจ่ายราคาคืน – ด้วยชีวิตคน

● ผลกระทบของมลพิษ มักปรากฏช้ากว่ากำไรของบริษัท 10–20 ปี เมื่อรู้ตัวก็มักสายเกินแก้

● ระบบกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่หละหลวม คือคำเชื้อเชิญให้โรงงานสกปรกเข้ามาตั้งฐาน

● สื่อมวลชนเสรีและภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง คือเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดของชุมชน



วันนี้ในจีน แม้รัฐจะออกมายอมรับและพยายามแก้ไข แต่ตามแม่น้ำหวยเหอ และในหมู่บ้านห่างไกลของกวางตุ้ง เจียงซู เหอหนาน อานฮุย ยังคงมีชาวบ้านที่นั่งรอความตายอย่างเงียบ ๆ บนเตียงผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย



พวกเขาคือ "ราคา" ที่จีนต้องจ่าย เพื่อแลกกับการกลายมาเป็นโรงงานของโลก – แต่เป็นราคาที่ไม่เคยถูกบันทึกในตัวเลข GDP



━━━━━━━━━━━━━━━

เครดิตและอ้างอิง:

เติ้ง เฟย (邓飞), Phoenix Weekly 2009 / กระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจีน (MEP) แผน 5 ปีฉบับที่ 12 / Chinese Center for Disease Control and Prevention / The Lancet (2008) / Reuters / BBC News / China Digital Times / ChinaFile / Pure Earth (Blacksmith Institute) / Waterkeeper Alliance / The Professional Geographer Vol.73 No.2 (2021) / องค์กรผู้พิทักษ์แม่น้ำหวยเหอ (淮河卫士) นำโดยฮัว ต้ายซาน (霍岱珊)
https://www.facebook.com/share/p/18UpfMFNfg/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่