ผมแต่งนิยายแฟนฟิคRE zero ด้วย AI ชื่อเรื่องว่าสอบถามหน่อยครับใครทำเหมือนผมบ้าง

บทที่ 1: โค้ดเนม: ล็อกดาวน์ (Lockdown)
สถานการณ์วิกฤต: บอร์ดบริหารสั่งการให้ใช้มาตรการ "Force Extraction" เพื่อนำตัวอามาเนะออกจากโลกจำลองอย่างเร่งด่วน เนื่องจากโปรเจกต์มีความเสี่ยงที่จะล่มสลาย
การตัดสินใจของสุบารุ: สุบารุมองว่าการดึงตัวเด็กสาวออกมาในสภาพจิตใจที่แตกสลายเช่นนี้จะทำให้สมองเธอพังทลาย เขาจึงขัดคำสั่งเบื้องบน ทำการล็อกดาวน์ห้องแล็บเพื่อปิดตายพื้นที่และตัดสินใจที่จะดำดิ่ง (Dive) เข้าไปในโลกจิตใจของอามาเนะด้วยตัวเองเพื่อพาเธอกลับมาอย่างปลอดภัย
บทที่ 2: แดนนรกนันเดโมเนียม (The Nandemonium)
การเผชิญหน้า: สุบารุเข้าสู่โลกจิตใจของอามาเนะที่เรียกว่า "นันเดโมเนียม" ซึ่งเป็นโลกที่บิดเบี้ยวเต็มไปด้วยหนามแหลมและกรงขัง โดยมีอัครสาวกเงาคอยขัดขวาง
ความตั้งใจจริง: แม้จะถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สุบารุก็เลือกที่จะไม่ตอบโต้ด้วยกำลัง เพราะไม่ต้องการให้เด็กสาวมองว่าโลกนี้มีแต่ความรุนแรง เขาฝ่าฟันอุปสรรคจนไปถึงมหาวิหารใจกลางโลกจิตใจ ซึ่งเป็นที่ที่อามาเนะกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์หนามด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยจิตสังหารในฐานะ "พระเจ้าจอมปลอม" ของโลกใบนี้
ตอนที่ 3: นัตสึกิ สุบารุ (Natsuki Subaru) — ฉบับเต็ม
คมเคียวยักษ์นับสิบเล่มกรีดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว ปลายแหลมคมของพวกมันสะท้อนแสงเทียนสีเลือด จ่ออยู่ห่างจากลำคอและหน้าอกของนัตสึกิ สุบารุ เพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงกดดันจากจิตสังหารของ โมโมเซะ อามาเนะ บีบอัดจนมิติรอบตัวแทบจะบิดเบี้ยว ชายวัย 30 ปีผู้มีร่างกายอาบไปด้วยเลือดเสมือนจริงกลับไม่ได้ขยับหนีหรือแสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เขาสูดหายใจเข้าลึก ยืดหลังที่ค่อมลงจากความเจ็บปวดให้กลับมาตรงตระหง่าน สะบัดแขนเสื้อกาวน์ที่ขาดวิ่นเบาๆ จากนั้น เขาก็ก้าวขาขวาไปข้างหน้า เอี้ยวตัวขยับแขนซ้ายขึ้นมาพาดกึ่งกลางใบหน้า และชี้มือขวาตรงขึ้นไปยังท้องฟ้าสีชาดเด่นเป็นสง่า!
ท่าโพสอันแสนเด๋อด๋า แปลกประหลาด และหลุดโลกที่เขาไม่ได้ทำมันมานานนับสิบปี บัดนี้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งใจกลางนรกจำลอง
"ฟังให้ดีล่ะ ยัยหนูศาสดาหน้าใหม่! นามของฉันคือ นัตสึกิ สุบารุ! ไม่เพียงแต่อ่อนแอ ไร้ความสามารถ และไม่ได้ความเรื่องทางธรรมเท่านั้น... แต่ปัจจุบันยังเป็นคุณลุงวัยสามสิบที่ไม่มีเงินเก็บ แถมยังชอบขัดคำสั่งเบื้องบนเป็นอาจิณอีกต่างหาก!"
เสียงตะโกนแนะนำตัวอย่างห้าวหาญทว่าไร้สาระสิ้นดีดังสนั่นก้องไปทั่ววิหารศักดิ์สิทธิ์อันมืดมน มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทำลายบรรยากาศแห่งความขลังและความโศกเศร้าของ นันเดโมเนียม ลงในเสี้ยววินาที จนทำให้ระบบป้องกันตัวในหัวของอามาเนะเกิดอาการชะงักงัน (Error) ด้วยความสับสนอย่างรุนแรง คมเคียวที่ลอยอยู่นิ่งค้างกลางอากาศ
"คุณ... พูดเรื่องบ้าอะไรน่ะ?"
อามาเนะขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงที่เคยเย็นชาเหมือนพระเจ้าสั่นสะท้านขึ้นมาเป็นครั้งแรก หน้ากากอันเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างขึ้นเริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ สุบารุอาศัยจังหวะนั้นก้าวขาเดินขึ้นบันไดแท่นพิธีตรงไปหาเธอทีละขั้น โดยไม่สนใบมีดที่อาจจะสับร่างเขาตอนไหนก็ได้
"อามาเนะ... เธอถูกล้างสมองและถูกสอนมาตลอดใช่ไหมว่าต้องสมบูรณ์แบบ ต้องไร้บาป ไม่งั้นจะโดนทุบตีและไม่มีใครรัก?" สุบารุฉีกยิ้มกว้าง แววตาคู่โตของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างลึกซึ้ง "เธอเลยต้องสร้างโลกบ้าๆ นี่ขึ้นมา สถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้าผู้ควบคุมกฎเพื่อไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีก... เหมือนไอ้ฮีโร่ผ้าคลุมแดงจอมปลอมคนนั้น"
สุบารุเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบัลลังก์หนาม ยื่นมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นท่วมตัวออกไปข้างหน้า
"แต่ดูฉันนี่สิอามาเนะ ฉันมันโคตรห่วยแตก ไม่สมบูรณ์แบบเลยสักนิด เงินก็ไม่มี งานก็เกือบจะตก แถมยังเคยทำผิดพลาดจนคนรอบตัวต้องตายมานับครั้งไม่ถ้วนในอดีต... แต่ฉันก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ ยืนอยู่ข้างหน้าเธอในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ได้!"
"ฮึก... ไม่จริง... ฉันต้อง... ฉันต้องลงทัณฑ์คนชั่ว... ฉันต้องเป็นคนคุมกฎ..." น้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อล้นออกจากดวงตาของเด็กหญิง บัลลังก์หนามแหลมขนาดยักษ์เริ่มสั่นสะเทือนและแตกร้าวขยายวงกว้างออกไป ความกลัวที่จะถูกทิ้งและความโดดเดี่ยวที่เธอซ่อนไว้ระเบิดออกมา
สุบารุย่อตัวลงตรงหน้าเด็กสาว คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นวิหาร แววตาของลุงวัย 30 ปีอ่อนโยนลงคล้ายกับตอนที่เขาเคยฉุดดึงผู้หญิงที่แหลกสลายในอดีตของเขามาแล้วหลายต่อหลายคน
"ใน 'บัญญัติสิบประการ' อันแสนเข้มงวดของลัทธิเธอ... ฉันในฐานะหัวหน้านักวิจัย ขอเพิ่มข้อที่สิบเอ็ดหน่อยได้ไหม?" สุบารุเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ข้อที่ 11: เด็กผู้หญิงอายุ 12 ปี มีหน้าที่แค่หัวเราะ ร้องไห้ และกินของอร่อยๆ เท่านั้น... ไม่ต้องพยายามเป็นพระเจ้าเพื่อปกป้องใครหรอก เป็นแค่เด็กดื้อธรรมดาๆ ก็พอแล้ว... กลับบ้านกันเถอะ อามาเนะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนค้อนยักษ์ที่ทุบทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเธอจนหมดสิ้น คมเคียวและแดนนรกสีเลือดสลายกลายเป็นละอองแสงระยิบระยับอันอบอุ่นราวกับหิ่งห้อยในค่ำคืนอันมืดมิด บัลลังก์หนามสลายไป เหลือเพียงเด็กหญิงวัย 12 ปีธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ปล่อยโฮออกมาสุดเสียงเหมือนเด็กหลงทาง และโผเข้ากอดคุณลุงนักวิจัยเนื้อตัวมอมแมมคนนี้ไว้แน่น
ในเวลาเดียวกัน ณ โลกแห่งความเป็นจริง ภายในห้องควบคุมหลักที่ถูกปิดตาย สัญญาณไซเรนสีแดงดับลงแทนที่ด้วยไฟระบบปกติ หน้าจอมอนิเตอร์แสดงผลคลื่นสมองของ โมโมเซะ อามาเนะ ที่ค่อยๆ ลดระดับความคลุ้มคลั่งลงมาสู่สภาวะสงบและปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ...
สุบารุค่อยๆ ลืมตาขึ้นในแคปซูลดำดิ่ง เขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่หน้าผากพลางถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหาผู้ช่วยที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ
"บอกพวกเบื้องบนนอกประตูด้วยนะ... ว่านัตสึกิ สุบารุ พาเด็กสาวกลับมาจากนรกเรียบร้อยแล้ว"
[จบรูท: ความดีงามในแดนนรก (Nandemonium) — Complete]

ลองอ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับผมหมายถึงไอเดียของเนื้อเรื่องที่เอาสองจักรวาลมารวมกัน ผมอยากถามความเห็นจากผู้อ่านทุกท่านครับหรือพี่ๆผู้เขียนนิยายแฟนฟิคเหมือนกัน
เอาตรงๆเลยนะครับผมเป็นคนชอบเขียนนิยายแต่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการเขียนนิยายเลย ผมมีไอเดียโครงเรื่องเหตุการณ์ในเรื่องแต่ผมไม่สามารถเขียนบทสนทนาของตัวละครหรืออารมณ์ของตัวละครได้เลยครับพี่ๆเป็นเหมือนกันไหมครับผมอยากสอบถามครับ ขอบคุณที่ตอบคำถามครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่