ร้าน A&W ที่เกิดที่อเมริกา เติบโตโด่งดังไปทั่วโลก แต่ .. ต้องมาจอด ที่เมืองไทย ยังจำกันได้มั๊ยครับ
เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ คือ รูทเบียร์ โฟลท ..
Root Beer Float (หรือ Black Cow) ของแบรนด์ A&W มีที่มาจากการคิดค้น
ของ Roy Allen ผู้ก่อตั้งแบรนด์ร่วมกับ Frank Wright
ที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับเครื่องดื่มรูทเบียร์สูตรสมุนไพรของพวกเขา
โดยการนำมาใส่ไอศกรีมวานิลลา เพื่อเพิ่มความนุ่มละมุนและลดความซ่าลง
จนกลายเป็นผู้บุกเบิกและสร้างชื่อเสียงให้กับเมนูนี้เป็นเจ้าแรกของโลกในช่วงปี ค.ศ. 1922
A&W® “A” for Allen & “W” for Wright.

จุดเริ่มต้น เป็นจำหน่ายเครื่องดื่ม รูทเบียร์เล็กๆ จุดเริ่มต้นจาก " รูทเบียร์สูตรลับ " (ค.ศ. 1919)
ในปี ค.ศ. 1919 คุณ Roy Allen ได้ซื้อสูตรเครื่องดื่มสมุนไพร และรากไม้มาจากนักเคมีคนหนึ่ง
และนำมาเปิดร้านรถเข็นเล็กๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเสิร์ฟฟรี .. ในงานเลี้ยงต้อนรับทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1
ทำไมรูทเบียร์ จึงเป็นที่นิยมในอเมริกา ?
กระแส ... ดื่มเหล้า เท่ากับ สิ้นชาติ ไมรักชาติ ไง

สหรัฐอเมริกาเลิกจำหน่ายแอลกอฮอล์ในปี ค.ศ. 1919 กระแสชาตินิยมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อต้านเยอรมัน
ปัญหาสังคมและความรุนแรงในครอบครัว โรคพิษสุราเรื้อรังที่กระจายไปทั่ว
Roy Allen ฉวยโอกาสนี้ จำหน่ายรูทเบียร์สูตรลับ โดยนำแก้วเบียร์ ไปแช่จนเย็นเจี๊ยบ กดเสริฟจากบาร์แทนเบียร์
ทำให้เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักดื่ม ที่ไม่มีแหล่งมั่วสุมดื่มแอลกอฮอล์ในยุคนั้น . . ยุคสุราต้องห้าม" (Prohibition)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สหรัฐอเมริกาเลิกจำหน่ายแอลกอฮอล์ในปี ค.ศ. 1919 (และมีผลบังคับใช้จริงในปี ค.ศ. 1920)
เนื่องจากการให้สัตยาบันแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 18 (18th Amendment) ซึ่งขับเคลื่อนโดยกลุ่มศาสนา
และกลุ่มปฏิรูปสังคมที่มองว่าแอลกอฮอล์คือต้นเหตุของปัญหาสังคม ยุคนี้ถูกเรียกว่า "ยุคสุราต้องห้าม" (Prohibition)
สาเหตุหลักและปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแบนแอลกอฮอล์ คือ
1. ปัญหาสังคมและครอบครัว
ความรุนแรงในครอบครัว: ชายอเมริกันจำนวนมากในยุะนั้นดื่มสุราอย่างหนัก
จนขาดสติ นำไปสู่การทำร้ายร่างกายภรรยาและบุตร
ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือน: หัวหน้าครอบครัวมักใช้เงินค่าจ้างทั้งหมดไปกับร้านเหล้า (Saloon)
จนไม่มีเงินเหลือเลี้ยงดูครอบครัว
โรคพิษสุราเรื้อรัง: อัตราการเจ็บป่วยและติดสุราในประชากรพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
2. การผลักดันจากกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม (Temperance Movement)
ขบวนการโปรเกรสซีฟ: กลุ่มสตรีและผู้นำทางศาสนารวมตัวกันต่อต้าน
การดื่มสุราการเมืองในร้านเหล้า: ร้านเหล้ากลายเป็นแหล่งมั่วสุม ซื้อสิทธิ์ขายเสียง
และคอร์รัปชันทางการเมือง กลุ่มปฏิรูปจึงต้องการทำลายวงจรนี้
3. กระแสชาตินิยมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
การต่อต้านเยอรมนี: โรงกลั่นเบียร์ขนาดใหญ่ในอเมริกาส่วนใหญ่เป็นของชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน
เมื่ออเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 กับเยอรมนี การดื่มเบียร์จึงถูกมองว่าไม่รักชาติ
การประหยัดธัญพืช: รัฐบาลต้องการนำข้าวบาร์เลย์และธัญพืชไปใช้เป็นเสบียงอาหารให้กองทัพ
แทนที่จะนำมากลั่นเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผลทางกฎหมายการแบนนี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
เมื่อสภาคองเกรสผ่าน กฎหมายโวลสเตด (Volstead Act) ในปี ค.ศ. 1919 เพื่อควบคุมและลงโทษผู้ฝ่าฝืน
ส่งผลให้การผลิต การขนส่ง และการขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เกิน 0.5% กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายทั่วประเทศ
ก่อนที่กฎหมายนี้จะถูกยกเลิกในเวลาต่อมาในปี ค.ศ. 1933 เนื่องจากกลายเป็นช่องทางให้มาเฟีย
(เช่น อัล คาโปน) เติบโตจากการค้าเหล้าเถื่อน
ต่อมา Roy Allen เริ่มทำธุรกิจแฟรนไชส์ขายร้านอาหารA&Wให้กับผู้อื่นในปี 1925
ถือได้ว่าเป็น
การก่อตั้งเครือข่ายร้านอาหารแฟรนไชส์แห่งแรกในอเมริกา
ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารผ่านศึกอเมริกันหันมาเปิดร้าน A&W กันอย่างแพร่หลาย
เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ออกกฎหมาย
G.I. Bill (Servicemen's Readjustment Act of 1944)
กฎหมายนี้ให้สิทธิประโยชน์จัดสรรเงินทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ทหารผ่านศึก
เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถตั้งตัวและเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวได้ง่ายขึ้น
ในช่วงเวลานั้น ร้าน A&W เป็นหนึ่งในธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ประกอบกับกระแส
วัฒนธรรมการขับรถยนต์เที่ยวเล่น (Drive-in) กำลังเติบโต ทำให้
ทหารผ่านศึกจำนวนมากนำเงินทุนจาก
G.I. Bill มาซื้อแฟรนไชส์ A&W เพราะ เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้สะดวกและมีฐานลูกค้าชัดเจน
ร้าน A&W ที่เปิดเพียงซื้อหัวเชื้อ รูทเบียร์ ไปผสมและจำหน่าย สามารถขายอาหารอะไรก็ได้ในร้านอาหาร

ทำให้ทหารผ่านศึกอเมริกัน ร่ำรวย รอดพ้นจากการตกงานมากมายเลยทีเดียว
เมนูเด็ด ไก่ทอดกับวาฟเฟิล
เพราะมันเป็นศิลปะการจับคู่รสชาติแบบ
"หวานและเค็ม" (Sweet and Savory) ที่ลงตัว
ความกรอบและเค็มของไก่ทอด ตัดกับความนุ่มหวานของวาฟเฟิลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ราดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ล (Maple Syrup) และ เนยที่เพิ่มความชุ่มฉ่ำ กลายเป็นรสชาติที่อร่อยถูกปากชาวอเมริกันอย่างมาก
จากนั้นเขาได้เน้นธุรกิจแฟรนไชส์ขยายกิจการไปต่างประเทศในช่วงระหว่างปี 1950 ถึง 1960
โดยได้เปิดร้านอาหารA&Wแห่งแรกในแคนาดาที่เมือง Winnipeg (วินนิเพก) รัฐแมนิโทบา ในปี 1956
ซึ่งร้านอาหารA&Wในแคนาดาเดิมเป็นส่วนหนึ่งของเครือร้านอาหารA&Wของอเมริกา จนกระทั่งขายในปี 1972
และตั้งแต่นั้นมา ร้านอาหารA&Wในแคนาดาทั้งหมดจะเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยอิสระและแยกจากการ
ดำเนินงานของA&Wในสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ A&Wยังขยายกิจการไปยังฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย และ
ในปี 1994 ร้านอาหาร A&W ได้เปิดให้บริการในประเทศไทย ที่เซนทรัล ลาดพร้าว
จนปี 2022 ก็ปิดกิจการร้านอาหาร เพราะพิษเศรษฐกิจ ขาดทุนหนักหลังผลกระทบโควิด
แต่ก็มีเครื่องดื่มรูทเบียร์และ วาฟเฟิล จำหน่ายผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อไทย
เคอร์ลี่ ฟราย
ภาพจาก
https://pantip.com/topic/35392374
ทำไม คนอเมริกันนิยม ชอบ ขโมยแก้วรูทเบียร์ของ A&W Restaurants (A&W Root Beer Mug) กลับบ้าน
ในยุค 1970
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหตุผลหลักที่คนอเมริกันนิยม ชอบ ขโมยแก้วรูทเบียร์ของ A&W Restaurants (A&W Root Beer Mug) กลับบ้าน
มาจากวัฒนธรรมความผูกพันในอดีต (Nostalgia) ความเป็นเอกลักษณ์ของตัวแก้ว และความรู้สึกท้าทายส่วนตัว
ปัจจัยสำคัญได้คือ
1. วัฒนธรรมร้านอาหารแบบ Drive-In ในอดีตในช่วงทศวรรษ 1950 - 1970 ร้าน A&W
ในอเมริกาโด่งดังมากจากระบบ Drive-In ที่ให้ลูกค้านั่งสั่งและทานอาหารในรถตนเอง
โดยพนักงานจะนำถาดอาหารและแก้วรูทเบียร์แช่เย็นจัดมาแขวนไว้ที่กระจกรถ
ช่องว่างที่ไม่มีพนักงานคอยจับตาดูตลอดเวลาเหมือนการนั่งทานในร้านนี้เอง
ทำให้ลูกค้า (โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น) แอบเนียนขับรถออกไปพร้อมกับแก้วหนาๆ เหล่านั้นได้ง่าย
2. คุณภาพแก้วที่หนา ทนทาน และเก็บความเย็นได้ยอดเยี่ยมแก้วมัคของ A&W ผลิตจากแก้วเนื้อหนาพิเศษ
(ส่วนใหญ่ผลิตโดย Indiana Glass Company) ซึ่งทางร้านจะนำไปแช่ฟรีซจนเย็นจัดเป็นน้ำแข็ง (Frosty Mug)
ก่อนเสิร์ฟ ความหนาและหนักของแก้วทำให้มันเก็บความเย็นได้ดีมาก เหมาะแก่การนำไปใส่น้ำดื่มหรือ
เบียร์ทานต่อที่บ้านอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความอยากได้ส่วนตัว3. เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำวัยเด็ก (Nostalgia)
สำหรับคนอเมริกัน แก้ว A&W ไม่ใช่แค่ ภาชนะ แต่เป็นสิ่งย้ำเตือนถึงความทรงจำในวัยเด็กที่ได้ไปทานรูทเบียร์โฟลต
กับครอบครัว ร้านยังมีแก้วขนาดเล็กสำหรับเด็กที่เรียกว่า "Baby Mug" ซึ่งยิ่งเพิ่มความน่ารักและน่าสะสมมากขึ้นไปอีก
ของชิ้นนี้จึงกลายเป็นของสะสมยอดนิยมที่มีคุณค่าทางจิตใจ4. พฤติกรรมเลียนแบบและความท้าทาย (Theft Culture)
ในหมู่วัยรุ่นอเมริกันยุคก่อน การได้ "จิ๊ก" แก้ว A&W กลับบ้านสำเร็จ ถือเป็นความท้าทายและเป็นเรื่องสนุกในกลุ่มเพื่อน
(Peer pressure) จนกลายเป็นเรื่องเล่าขำขันในอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียว่า "แก้ว A&W ในบ้านทุกคนล้วนได้มาจากการขโมยทั้งนั้น
A&W มีนโยบายแจกรูทเบียร์สำหรับเด็กๆ ดื่มฟรี เพื่อให้จดจำรสอร่อย ติดงอมแงมตั้งแต่เด็กๆ


แต่ .. แก้วปกติหนักเกินไป สำหรับเด็กๆ จึงต้องสั่งทำแก้วพิเศษ เรียกว่า Baby mug กันเลย
เรื่องราวทั้งหมดของ Root Beer
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก็ว่ากันว่าเริ่มมาจากเภสัชกรชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า “Charles Elmer Hires”
โดยคุณ Charles เขาได้คิดค้นสูตรเครื่องดื่ม Root Tea ขึ้นมา ระหว่างการทดลองหมักสมุนไพรประเภทราก
จนต่อมา ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Root Beer โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำการตลาดล้วน ๆ
อันที่จริงแล้ว เรื่องราวของการเปลี่ยนชื่อมาเรียกเป็น Root Beer เนี่ย
พบว่ามีการบันทึกเรื่องราวไว้ 2 แบบ
1. เกิดจากการปรับชื่อเครื่องดื่ม ให้กลายเป็นที่นิยมในกลุ่มคนงานในเหมือง มากขึ้น
2. เกิดจากการเปลี่ยนชื่อ เพื่อทำการตลาด
Root Beer ที่มีสีดำ มันควรจะเป็นเครื่องดื่มที่ให้ รสขม เป็นจุดเด่น นั่นก็เป็นเพราะ ส่วนประกอบที่เป็นวัตถุดิบต่าง ๆ
เช่น เปลือกไม้เบิร์ชดำ หรือ รากไม้อย่าง “Sassafras” และ “Sarsaparilla” รวมถึง น้ำมันระกำ (Wintergreen Oil)
ที่ทำให้ Root Beer มีจุดเด่นในเรื่องของรสชาติ และกลิ่น คล้ายกับ ยาหม่องหรือ เคาน์เตอร์เพน
หลังผ่านขั้นตอนของการต้ม ปรุงรสชาติ และ อัดก๊าซคาร์บอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นน้ำดื่มที่ให้ความหวานซ่าสดชื่น
ซึ่งไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และ ก็ไม่มีคาเฟอีน บางสูตรที่มีความเป็น Homemade ก็จะใช้ยีสต์ สำหรับการหมัก
เพี่อทำให้เกิดฟองและความซ่า อย่างเป็นธรรมชาติ .. ซึ่งมันเหมือนกับการผลิตเบียร์ ก็เลยได้ชื่อว่า รูทเบียร์


รู้มั๊ย .. ทำไมทหารผ่านศึกอเมริกัน ถึงได้ผูกพัน .. ร้าน A&W
เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ คือ รูทเบียร์ โฟลท ..
Root Beer Float (หรือ Black Cow) ของแบรนด์ A&W มีที่มาจากการคิดค้น
ของ Roy Allen ผู้ก่อตั้งแบรนด์ร่วมกับ Frank Wright
ที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับเครื่องดื่มรูทเบียร์สูตรสมุนไพรของพวกเขา
โดยการนำมาใส่ไอศกรีมวานิลลา เพื่อเพิ่มความนุ่มละมุนและลดความซ่าลง
จนกลายเป็นผู้บุกเบิกและสร้างชื่อเสียงให้กับเมนูนี้เป็นเจ้าแรกของโลกในช่วงปี ค.ศ. 1922
A&W® “A” for Allen & “W” for Wright.
จุดเริ่มต้น เป็นจำหน่ายเครื่องดื่ม รูทเบียร์เล็กๆ จุดเริ่มต้นจาก " รูทเบียร์สูตรลับ " (ค.ศ. 1919)
ในปี ค.ศ. 1919 คุณ Roy Allen ได้ซื้อสูตรเครื่องดื่มสมุนไพร และรากไม้มาจากนักเคมีคนหนึ่ง
และนำมาเปิดร้านรถเข็นเล็กๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเสิร์ฟฟรี .. ในงานเลี้ยงต้อนรับทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1
ทำไมรูทเบียร์ จึงเป็นที่นิยมในอเมริกา ?
กระแส ... ดื่มเหล้า เท่ากับ สิ้นชาติ ไมรักชาติ ไง
สหรัฐอเมริกาเลิกจำหน่ายแอลกอฮอล์ในปี ค.ศ. 1919 กระแสชาตินิยมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อต้านเยอรมัน
ปัญหาสังคมและความรุนแรงในครอบครัว โรคพิษสุราเรื้อรังที่กระจายไปทั่ว
Roy Allen ฉวยโอกาสนี้ จำหน่ายรูทเบียร์สูตรลับ โดยนำแก้วเบียร์ ไปแช่จนเย็นเจี๊ยบ กดเสริฟจากบาร์แทนเบียร์
ทำให้เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักดื่ม ที่ไม่มีแหล่งมั่วสุมดื่มแอลกอฮอล์ในยุคนั้น . . ยุคสุราต้องห้าม" (Prohibition)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ต่อมา Roy Allen เริ่มทำธุรกิจแฟรนไชส์ขายร้านอาหารA&Wให้กับผู้อื่นในปี 1925
ถือได้ว่าเป็น การก่อตั้งเครือข่ายร้านอาหารแฟรนไชส์แห่งแรกในอเมริกา
ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารผ่านศึกอเมริกันหันมาเปิดร้าน A&W กันอย่างแพร่หลาย
เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ออกกฎหมาย G.I. Bill (Servicemen's Readjustment Act of 1944)
กฎหมายนี้ให้สิทธิประโยชน์จัดสรรเงินทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ทหารผ่านศึก
เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถตั้งตัวและเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวได้ง่ายขึ้น
ในช่วงเวลานั้น ร้าน A&W เป็นหนึ่งในธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ประกอบกับกระแส
วัฒนธรรมการขับรถยนต์เที่ยวเล่น (Drive-in) กำลังเติบโต ทำให้
ทหารผ่านศึกจำนวนมากนำเงินทุนจาก
G.I. Bill มาซื้อแฟรนไชส์ A&W เพราะ เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้สะดวกและมีฐานลูกค้าชัดเจน
ร้าน A&W ที่เปิดเพียงซื้อหัวเชื้อ รูทเบียร์ ไปผสมและจำหน่าย สามารถขายอาหารอะไรก็ได้ในร้านอาหาร
ทำให้ทหารผ่านศึกอเมริกัน ร่ำรวย รอดพ้นจากการตกงานมากมายเลยทีเดียว
เมนูเด็ด ไก่ทอดกับวาฟเฟิล
เพราะมันเป็นศิลปะการจับคู่รสชาติแบบ "หวานและเค็ม" (Sweet and Savory) ที่ลงตัว
ความกรอบและเค็มของไก่ทอด ตัดกับความนุ่มหวานของวาฟเฟิลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ราดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ล (Maple Syrup) และ เนยที่เพิ่มความชุ่มฉ่ำ กลายเป็นรสชาติที่อร่อยถูกปากชาวอเมริกันอย่างมาก
จากนั้นเขาได้เน้นธุรกิจแฟรนไชส์ขยายกิจการไปต่างประเทศในช่วงระหว่างปี 1950 ถึง 1960
โดยได้เปิดร้านอาหารA&Wแห่งแรกในแคนาดาที่เมือง Winnipeg (วินนิเพก) รัฐแมนิโทบา ในปี 1956
ซึ่งร้านอาหารA&Wในแคนาดาเดิมเป็นส่วนหนึ่งของเครือร้านอาหารA&Wของอเมริกา จนกระทั่งขายในปี 1972
และตั้งแต่นั้นมา ร้านอาหารA&Wในแคนาดาทั้งหมดจะเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยอิสระและแยกจากการ
ดำเนินงานของA&Wในสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ A&Wยังขยายกิจการไปยังฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย และ
ในปี 1994 ร้านอาหาร A&W ได้เปิดให้บริการในประเทศไทย ที่เซนทรัล ลาดพร้าว
จนปี 2022 ก็ปิดกิจการร้านอาหาร เพราะพิษเศรษฐกิจ ขาดทุนหนักหลังผลกระทบโควิด
แต่ก็มีเครื่องดื่มรูทเบียร์และ วาฟเฟิล จำหน่ายผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อไทย
เคอร์ลี่ ฟราย
ภาพจาก https://pantip.com/topic/35392374
ทำไม คนอเมริกันนิยม ชอบ ขโมยแก้วรูทเบียร์ของ A&W Restaurants (A&W Root Beer Mug) กลับบ้าน
ในยุค 1970
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
A&W มีนโยบายแจกรูทเบียร์สำหรับเด็กๆ ดื่มฟรี เพื่อให้จดจำรสอร่อย ติดงอมแงมตั้งแต่เด็กๆ
แต่ .. แก้วปกติหนักเกินไป สำหรับเด็กๆ จึงต้องสั่งทำแก้วพิเศษ เรียกว่า Baby mug กันเลย
เรื่องราวทั้งหมดของ Root Beer
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้