นศ.หนุ่ม 19 ปล่อยโฮ!ร่ำไห้ใจสลาย! แก๊งคอลฯ แสบอ้าง ปปง.-ดีเอสไอ หลอกใช้บัญชีโอนเงินเหยื่ออีกรายกว่า 1.1 ล้าน ตะลึงเงินเหลือ 2.99 บาทมันก็เอา!
สังเกตที่ชื่อบัญชีของมิจฉาชีพ แอบอ้างหน่วยงาน
https://www.facebook.com/share/1B2znByj67/?mibextid=wwXIfr

อุดรธานี – อุทาหรณ์เตือนภัยวัยรุ่นและผู้ปกครอง แก๊งคอลเซ็นเตอร์อัปเกรดความแนบเนียน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. ผนึกกำลัง ดีเอสไอ วิดีโอคอลแต่งเครื่องแบบเต็มยศ หลอกนักศึกษาหนุ่มวัย 19 ปี ชาวอุดรธานี ตกเป็นเครื่องมือโอนเงินผ่านบัญชี หรือ "บัญชีม้าทางอ้อม" สูญเงินรวมกว่า 1.1 ล้านบาท ซ้ำร้ายเงินส่วนตัวเหลือแค่ 2.99 บาท คนร้ายยังกวาดเรียบ ล่าสุดกลายเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจกาฬสินธุ์เรียกไกล่เกลี่ยให้ชดใช้ 4 แสน เจ้าตัวจิตตกปล่อยโฮ ครอบครัววอนขอความเป็นธรรมเพราะถูกหลอกเช่นกัน
#หลงกลกลลวงสุดแนบเนียนวิดีโอคอลใส่ชุดตำรวจโชว์บัญชีชื่อปปง.
เรื่องราวนี้ได้รับการเปิดเผยเมื่อ นายนัฐ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้ปกครอง ได้เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง และผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี
นายนัฐ เล่าทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา มีสายโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวหาว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินระดับประเทศ เมื่อตนปฏิเสธ คนร้ายได้วิดีโอคอลมาหาโดยแต่งกายชุดตำรวจเต็มยศ และโอนสายต่อไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมทั้งแสดงเอกสารราชการปลอม และแสดงความสามารถในการระงับบัญชีทรูมันนี่ของตนได้ ยิ่งทำให้ตนหลงเชื่อสนิทใจ
นอกจากนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังสั่งให้นายนัฐโอนเงินในบัญชีตัวเองไปตรวจสอบ ครั้งแรกตนโอนเงินรายสัปดาห์ที่แม่ส่งให้ไป 1,500 บาท และยอดที่สองซึ่งเหลือติดบัญชีเพียง 2.99 บาท คนร้ายก็ยังสั่งให้โอนเข้าบัญชีปลายทางที่ตั้งชื่อว่า "สำนักงาน ปปง." เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ตกเป็นแพะ! ถูกหลอกให้โอนเงินเหยื่อรายอื่นทะลุกว่า 1.1 ล้าน
อุบายขั้นต่อมา คนร้ายอ้างว่ากำลังดักจับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ทุจริต และบอกว่าจะมีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของนายนัฐเพื่อใช้ในการตรวจสอบ โดยมีเงินโอนเข้ามา 3 ยอดติดต่อกัน ได้แก่ 901,111 บาท, 151,196 บาท และ 49,999 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,102,306 บาท จากนั้นคนร้ายได้สั่งให้นายนัฐโอนเงินจำนวนนี้ต่อไปยังบัญชีปลายทางอีก 3 บัญชี ซึ่งนายนัฐก็หลงเชื่อทำตามจนครบ ก่อนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะตัดการติดต่อหนีหายไป
ต่อมา นายนัฐพยายามจะไปปิดบัญชี แต่ธนาคารแจ้งว่าบัญชีถูกอายัดโดย สภ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อครอบครัวเดินทางไปตรวจสอบ จึงพบกับผู้เสียหายตัวจริงที่เป็นเจ้าของเงินล้านกว่าบาท โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งฝั่งผู้เสียหายยื่นข้อเสนอขอเงินคืนจำนวน 400,000 บาท เพื่อจบคดี แต่นายนัฐและครอบครัวไม่มีเงิน และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากตนเองก็ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงมาเป็นเครื่องมือเช่นกัน
เฮียเปี๊ยกช่วยด้วยชี้พิรุธห้ามจ่ายเงินเด็ดขาดแนะตั้งทนายสู้
ด้าน นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล หรือ "เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย" ได้เข้ามาให้คำแนะนำแก่ครอบครัวของนายนัฐว่า "เตือนว่าอย่าเพิ่งจ่ายเงินเด็ดขาด ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่ก็ตาม" เนื่องจากคดีนี้มีข้อพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่ผู้เสียหายต้นทางที่อ้างว่าสูญเงินไปกว่าล้านบาท แต่กลับยอมไกล่เกลี่ยขอคืนเพียง 400,000 บาท ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างมาก จึงแนะนำให้ครอบครัวตั้งทนายความเพื่อสู้คดีในชั้นศาล เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าตนเองก็ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเช่นกัน
พร้อมกันนี้ ได้ฝากเตือนไปยังเยาวชนและผู้ปกครอง ให้ระมัดระวังบุตรหลานในวัยนี้เป็นพิเศษ หากมีใครแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและให้โอนเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และห้ามโอนเงินหรือยอมทำตามคำสั่งเด็ดขาด
Cr.ตระเวนข่าวอุดรออนไลน์
จากเคส นศ.หนุ่ม 19 ถูกแก๊งคอลฯ ถูกหลอกใช้โอนเงิน 1.1ล้าน แปลกใจว่า ธนาคารเขาให้ใช้ชื่อ เพื่อเปิดบัญชี แบบนี้ได้ด้วยหรอ?
สังเกตที่ชื่อบัญชีของมิจฉาชีพ แอบอ้างหน่วยงาน
https://www.facebook.com/share/1B2znByj67/?mibextid=wwXIfr
อุดรธานี – อุทาหรณ์เตือนภัยวัยรุ่นและผู้ปกครอง แก๊งคอลเซ็นเตอร์อัปเกรดความแนบเนียน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. ผนึกกำลัง ดีเอสไอ วิดีโอคอลแต่งเครื่องแบบเต็มยศ หลอกนักศึกษาหนุ่มวัย 19 ปี ชาวอุดรธานี ตกเป็นเครื่องมือโอนเงินผ่านบัญชี หรือ "บัญชีม้าทางอ้อม" สูญเงินรวมกว่า 1.1 ล้านบาท ซ้ำร้ายเงินส่วนตัวเหลือแค่ 2.99 บาท คนร้ายยังกวาดเรียบ ล่าสุดกลายเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจกาฬสินธุ์เรียกไกล่เกลี่ยให้ชดใช้ 4 แสน เจ้าตัวจิตตกปล่อยโฮ ครอบครัววอนขอความเป็นธรรมเพราะถูกหลอกเช่นกัน
#หลงกลกลลวงสุดแนบเนียนวิดีโอคอลใส่ชุดตำรวจโชว์บัญชีชื่อปปง.
เรื่องราวนี้ได้รับการเปิดเผยเมื่อ นายนัฐ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้ปกครอง ได้เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง และผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี
นายนัฐ เล่าทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา มีสายโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวหาว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินระดับประเทศ เมื่อตนปฏิเสธ คนร้ายได้วิดีโอคอลมาหาโดยแต่งกายชุดตำรวจเต็มยศ และโอนสายต่อไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมทั้งแสดงเอกสารราชการปลอม และแสดงความสามารถในการระงับบัญชีทรูมันนี่ของตนได้ ยิ่งทำให้ตนหลงเชื่อสนิทใจ
นอกจากนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังสั่งให้นายนัฐโอนเงินในบัญชีตัวเองไปตรวจสอบ ครั้งแรกตนโอนเงินรายสัปดาห์ที่แม่ส่งให้ไป 1,500 บาท และยอดที่สองซึ่งเหลือติดบัญชีเพียง 2.99 บาท คนร้ายก็ยังสั่งให้โอนเข้าบัญชีปลายทางที่ตั้งชื่อว่า "สำนักงาน ปปง." เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ตกเป็นแพะ! ถูกหลอกให้โอนเงินเหยื่อรายอื่นทะลุกว่า 1.1 ล้าน
อุบายขั้นต่อมา คนร้ายอ้างว่ากำลังดักจับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ทุจริต และบอกว่าจะมีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของนายนัฐเพื่อใช้ในการตรวจสอบ โดยมีเงินโอนเข้ามา 3 ยอดติดต่อกัน ได้แก่ 901,111 บาท, 151,196 บาท และ 49,999 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,102,306 บาท จากนั้นคนร้ายได้สั่งให้นายนัฐโอนเงินจำนวนนี้ต่อไปยังบัญชีปลายทางอีก 3 บัญชี ซึ่งนายนัฐก็หลงเชื่อทำตามจนครบ ก่อนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะตัดการติดต่อหนีหายไป
ต่อมา นายนัฐพยายามจะไปปิดบัญชี แต่ธนาคารแจ้งว่าบัญชีถูกอายัดโดย สภ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อครอบครัวเดินทางไปตรวจสอบ จึงพบกับผู้เสียหายตัวจริงที่เป็นเจ้าของเงินล้านกว่าบาท โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ช่วยไกล่เกลี่ย ซึ่งฝั่งผู้เสียหายยื่นข้อเสนอขอเงินคืนจำนวน 400,000 บาท เพื่อจบคดี แต่นายนัฐและครอบครัวไม่มีเงิน และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากตนเองก็ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงมาเป็นเครื่องมือเช่นกัน
เฮียเปี๊ยกช่วยด้วยชี้พิรุธห้ามจ่ายเงินเด็ดขาดแนะตั้งทนายสู้
ด้าน นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล หรือ "เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย" ได้เข้ามาให้คำแนะนำแก่ครอบครัวของนายนัฐว่า "เตือนว่าอย่าเพิ่งจ่ายเงินเด็ดขาด ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่ก็ตาม" เนื่องจากคดีนี้มีข้อพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่ผู้เสียหายต้นทางที่อ้างว่าสูญเงินไปกว่าล้านบาท แต่กลับยอมไกล่เกลี่ยขอคืนเพียง 400,000 บาท ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างมาก จึงแนะนำให้ครอบครัวตั้งทนายความเพื่อสู้คดีในชั้นศาล เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าตนเองก็ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเช่นกัน
พร้อมกันนี้ ได้ฝากเตือนไปยังเยาวชนและผู้ปกครอง ให้ระมัดระวังบุตรหลานในวัยนี้เป็นพิเศษ หากมีใครแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและให้โอนเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และห้ามโอนเงินหรือยอมทำตามคำสั่งเด็ดขาด
Cr.ตระเวนข่าวอุดรออนไลน์