ร้านทอดมันแห่งหนึ่งติดป้ายไว้ว่า
6 ชิ้น 25 บาท
8 ชิ้น 30 บาท
10 ชิ้น 40 บาท
13 ชิ้น 50 บาท
เราเดินเข้าไปสั่ง เอา 30 บาทค่ะ
ระหว่างคนขายจัดทอดมันให้ ก็ควานหาเงินในกระเป๋า หาเหรียญ 10 ไม่เจอ เห็นมีแบงค์ 20 แทนก็เลยหันขึ้นไปบอกคนขายว่าเอาเป็น 40 บาทแทนค่ะ ในใจคิดว่าจะได้จ่ายพอดีไม่ต้องทอน แต่แล้วตาก็ดันไปมองป้ายราคา หัวก็ดันคำนวณอัตโนมัติ เฮ้ย ทำไม 8 ชิ้น เพิ่มจากแบบ 6 ชิ้น ไป 2 ชิ้น คิด 5 บาท แต่แบบ 10 ชิ้น เพิ่มจาก8 ชิ้น ไป 2 ชิ้นเท่ากัน ทำไมเพิ่ม 10 บาทหว่า เกรงใจคนขายถ้าจะกลับไปซื้อ แค่ 30 บาท ดูในกระเป๋าก็มีแบงค์ 50 ก็เลยหันไปบอกคนขายอีกรอบว่าขอเปลี่ยนเป็น 50 แทนค่ะ (คือคนขายแค่คีบทอดมันเพิ่มลงไปในถุง โดยไม่ได้เพิ่มจำนวนแตงกวาหรือน้ำจิ้มนะคะ คิดว่าไม่ได้ทำให้คนขายลำบาก)
จากนั้นก็จ่ายเงินและรับทอดมันมา แต่หัวก็ยังคำนวณต่อ และปากพาจนของเราก็ดันพูดสิ่งที่คิดในใจขึ้นมาว่า ราคามันแปลกๆ ทำไมเพิ่ม 2 ชิ้นเท่ากัน แต่แบบ10 ชิ้นเพิ่ม 10 บาท แต่ 8 ชิ้น เพิ่มแค่ 5 บาท อย่างนี้ แบบ 8 ชิ้นก็คุ้มกว่าแบบ 10 ชิ้นสิคะ แค่นั้นแหล่ะ คนขายก็พยายามอธิบายว่า ที่ต้องขายแบบ 6 ชิ้น 25 บาทเพราะของมันต้นทุนเลยต้องตั้งราคาเริ่มต้น แล้วอยากขายได้เยอะๆเลยมีราคาอื่นๆ เนี่ยแบบ 8 ชิ้น กับ 13 ชิ้น ก็ขายขาดทุน ขึ้นอยู่กับคนซื้อว่าอยากได้กี่ชิ้น
เราก็พยายามอธิบายกลับว่า หมายถึงแบบ 8 ชิ้นมันถูกกว่าแบบ 10 ชิ้น (คือในหัวเราคิดแค่ว่าถ้าอยากขายได้เยอะๆ แบบ 10 ชิ้น มันควรจะถูกกว่าแบบ 8 ชิ้นสิ) เลยหยิบมือถือขึ้นมาคำนวณราคาให้ดู ว่าราคาต่อชิ้นของแบบ 8 ชิ้น มันถูกกว่าแบบ 10 และแบบ 13 ชิ้นอีกนะ คนขายก็คงเข้าใจอะไรผิดเริ่มโมโหอะไรไม่รู้ ก็พูดว่าคนเค้ามีต้นทุน แล้วมาว่าเราว่าเอาแต่ตัวเอง สนแต่ตัวเอง ไม่ฟังเค้าเลย
คือเราแค่พยายามบอกว่าราคามันแปลกๆ เราไม่ได้ต่อราคาเค้า หรือขอส่วนลดแต่อย่างใด ซื้อก็ซื้อเสร็จแล้ว เค้าพูดวนไปวนมาว่าเราคำเดิมๆคือเราจะเอาแต่ตัวเอง เราก็เลยเดินหลบไปยืนคำนวณราคา แล้วเดินกลับมาใหม่ (มาคิดตอนหลังว่า เออ เราควรจบต่างคนต่างอยู่ เราจะตอแยเค้าทำไมหว่า เค้าจะขายเท่าไหร่ก็เรื่องของเค้า) เราบอกคนขายว่า แบบ 8 ชิ้น สามารถขาย 32 บาทได้นะ (งงตัวเองเหมือนกันจะแนะนำเค้าไปทำไม) คนขายก็พูดว่าขายตรงนี้มา 8 ปี เพิ่งมีเรามีปัญหาเป็นคนแรกเนี่ยแหล่ะ
เราก็เฮ้ย คือไม่ได้มีปัญหา แต่พยายามจะแนะนำ (คำแนะนำที่คนขายไม่ได้อยากได้) เราก็โอเคพูดว่าพอละค่ะ แค่แนะนำเฉยๆ จะหาเรื่องลูกค้าทำไมเนี่ย แล้วเดินออก คนขายก็บอกว่าไม่ได้หาเรื่อง แล้วพูดวนเรื่องเดิมว่าเราจะเอาแต่ตัวเอง ขายตรงนี้มานาน ไม่เคยมีปัญหา มีเราคนแรกที่มีปัญหา เราเดินออกมาแล้วก็คิดว่า เค้าว่าเราอย่างนี้ เสียความรู้สึกจัง ก็เลยตัดสินใจเดินกลับไปพูดว่า ขอคืนของได้มั้ยคะ คนขายถือเงินเตรียมไว้อยู่แล้ว(คงเดาได้มั้ง) ตอบว่าได้ แล้วส่งเงินคืนเรา คนขายก็พูดต่อว่า ขาดลูกค้าไปคนเดียวไม่เป็นไร ไม่กระทบกับเค้าหรอก แค่จะซื้อยังต้องมาคำนวณราคา เปลี่ยนจาก 30 บาท เป็น 40 บาท เป็น 50 บาท (โอเค เราผิดเองที่สั่งเพิ่มราคาไปเรื่อย)
เราก็เดินออกมา เราเลยเดินพึมพำออกมาเหมือนกันว่า ไม่ฟังกันเลย ทำตัวน้ำเต็มแก้ว แล้วคนซื้อของคำนวณราคามันแปลกตรงไหนหว่า
เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า อย่าไปสอดปากเรื่องที่คนอื่นไม่ได้ถาม คนขายจะขายเท่าไหร่ก็เรื่องของคนขาย อย่าเผือกเรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเอง จะเสียอารมณ์และอดกินทอดมัน 😂
จะขายราคานี้ ห้ามยุ่ง
6 ชิ้น 25 บาท
8 ชิ้น 30 บาท
10 ชิ้น 40 บาท
13 ชิ้น 50 บาท
เราเดินเข้าไปสั่ง เอา 30 บาทค่ะ
ระหว่างคนขายจัดทอดมันให้ ก็ควานหาเงินในกระเป๋า หาเหรียญ 10 ไม่เจอ เห็นมีแบงค์ 20 แทนก็เลยหันขึ้นไปบอกคนขายว่าเอาเป็น 40 บาทแทนค่ะ ในใจคิดว่าจะได้จ่ายพอดีไม่ต้องทอน แต่แล้วตาก็ดันไปมองป้ายราคา หัวก็ดันคำนวณอัตโนมัติ เฮ้ย ทำไม 8 ชิ้น เพิ่มจากแบบ 6 ชิ้น ไป 2 ชิ้น คิด 5 บาท แต่แบบ 10 ชิ้น เพิ่มจาก8 ชิ้น ไป 2 ชิ้นเท่ากัน ทำไมเพิ่ม 10 บาทหว่า เกรงใจคนขายถ้าจะกลับไปซื้อ แค่ 30 บาท ดูในกระเป๋าก็มีแบงค์ 50 ก็เลยหันไปบอกคนขายอีกรอบว่าขอเปลี่ยนเป็น 50 แทนค่ะ (คือคนขายแค่คีบทอดมันเพิ่มลงไปในถุง โดยไม่ได้เพิ่มจำนวนแตงกวาหรือน้ำจิ้มนะคะ คิดว่าไม่ได้ทำให้คนขายลำบาก)
จากนั้นก็จ่ายเงินและรับทอดมันมา แต่หัวก็ยังคำนวณต่อ และปากพาจนของเราก็ดันพูดสิ่งที่คิดในใจขึ้นมาว่า ราคามันแปลกๆ ทำไมเพิ่ม 2 ชิ้นเท่ากัน แต่แบบ10 ชิ้นเพิ่ม 10 บาท แต่ 8 ชิ้น เพิ่มแค่ 5 บาท อย่างนี้ แบบ 8 ชิ้นก็คุ้มกว่าแบบ 10 ชิ้นสิคะ แค่นั้นแหล่ะ คนขายก็พยายามอธิบายว่า ที่ต้องขายแบบ 6 ชิ้น 25 บาทเพราะของมันต้นทุนเลยต้องตั้งราคาเริ่มต้น แล้วอยากขายได้เยอะๆเลยมีราคาอื่นๆ เนี่ยแบบ 8 ชิ้น กับ 13 ชิ้น ก็ขายขาดทุน ขึ้นอยู่กับคนซื้อว่าอยากได้กี่ชิ้น
เราก็พยายามอธิบายกลับว่า หมายถึงแบบ 8 ชิ้นมันถูกกว่าแบบ 10 ชิ้น (คือในหัวเราคิดแค่ว่าถ้าอยากขายได้เยอะๆ แบบ 10 ชิ้น มันควรจะถูกกว่าแบบ 8 ชิ้นสิ) เลยหยิบมือถือขึ้นมาคำนวณราคาให้ดู ว่าราคาต่อชิ้นของแบบ 8 ชิ้น มันถูกกว่าแบบ 10 และแบบ 13 ชิ้นอีกนะ คนขายก็คงเข้าใจอะไรผิดเริ่มโมโหอะไรไม่รู้ ก็พูดว่าคนเค้ามีต้นทุน แล้วมาว่าเราว่าเอาแต่ตัวเอง สนแต่ตัวเอง ไม่ฟังเค้าเลย
คือเราแค่พยายามบอกว่าราคามันแปลกๆ เราไม่ได้ต่อราคาเค้า หรือขอส่วนลดแต่อย่างใด ซื้อก็ซื้อเสร็จแล้ว เค้าพูดวนไปวนมาว่าเราคำเดิมๆคือเราจะเอาแต่ตัวเอง เราก็เลยเดินหลบไปยืนคำนวณราคา แล้วเดินกลับมาใหม่ (มาคิดตอนหลังว่า เออ เราควรจบต่างคนต่างอยู่ เราจะตอแยเค้าทำไมหว่า เค้าจะขายเท่าไหร่ก็เรื่องของเค้า) เราบอกคนขายว่า แบบ 8 ชิ้น สามารถขาย 32 บาทได้นะ (งงตัวเองเหมือนกันจะแนะนำเค้าไปทำไม) คนขายก็พูดว่าขายตรงนี้มา 8 ปี เพิ่งมีเรามีปัญหาเป็นคนแรกเนี่ยแหล่ะ
เราก็เฮ้ย คือไม่ได้มีปัญหา แต่พยายามจะแนะนำ (คำแนะนำที่คนขายไม่ได้อยากได้) เราก็โอเคพูดว่าพอละค่ะ แค่แนะนำเฉยๆ จะหาเรื่องลูกค้าทำไมเนี่ย แล้วเดินออก คนขายก็บอกว่าไม่ได้หาเรื่อง แล้วพูดวนเรื่องเดิมว่าเราจะเอาแต่ตัวเอง ขายตรงนี้มานาน ไม่เคยมีปัญหา มีเราคนแรกที่มีปัญหา เราเดินออกมาแล้วก็คิดว่า เค้าว่าเราอย่างนี้ เสียความรู้สึกจัง ก็เลยตัดสินใจเดินกลับไปพูดว่า ขอคืนของได้มั้ยคะ คนขายถือเงินเตรียมไว้อยู่แล้ว(คงเดาได้มั้ง) ตอบว่าได้ แล้วส่งเงินคืนเรา คนขายก็พูดต่อว่า ขาดลูกค้าไปคนเดียวไม่เป็นไร ไม่กระทบกับเค้าหรอก แค่จะซื้อยังต้องมาคำนวณราคา เปลี่ยนจาก 30 บาท เป็น 40 บาท เป็น 50 บาท (โอเค เราผิดเองที่สั่งเพิ่มราคาไปเรื่อย)
เราก็เดินออกมา เราเลยเดินพึมพำออกมาเหมือนกันว่า ไม่ฟังกันเลย ทำตัวน้ำเต็มแก้ว แล้วคนซื้อของคำนวณราคามันแปลกตรงไหนหว่า
เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า อย่าไปสอดปากเรื่องที่คนอื่นไม่ได้ถาม คนขายจะขายเท่าไหร่ก็เรื่องของคนขาย อย่าเผือกเรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเอง จะเสียอารมณ์และอดกินทอดมัน 😂