ผมเป็นทนายความมาเกือบ 10 ปี ทำคดีฟ้องชู้มาทั้งชีวิต...แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมาเจอกับตัวเอง
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าตั้งกระทู้นี้ไปทำไมเหมือนกันครับ อาจจะไม่ได้อยากได้คำตอบอะไร แค่อยากเล่าสู่กันฟัง หรืออยากระบายให้ใครสักคนฟัง เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้เลย
ผมอายุใกล้จะ 40 แล้ว เป็นทนายความมาเกือบ 10 ปี มีสำนักงานกับเพื่อนอยู่แถวภาคกลาง เรียนจบจากต่างประเทศ พอใช้ภาษาได้ ก็รับคดีหลายประเภท ทั้งภาษี ฟ้องชู้ ปรึกษาเรื่องเอกสารต่างประเทศ วีซ่า อะไรพวกนี้ ทำมาเกือบสิบปี เจอคดีคนมาเยอะมาก
ก่อนหน้านี้ชีวิตผมก็ไม่ได้สวยหรูอะไร
ผมแต่งงานตั้งแต่อายุประมาณ 23 กับภรรยาคนแรก สุดท้ายโดนนอกใจ
ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเจ็บมาก และเป็นจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจเรียนกฎหมาย เพราะอยากเอาความรู้มาปกป้องตัวเอง และลึก ๆ ก็เกลียดเรื่องการทรยศมาก
หลังจากนั้นผมก็มาเจอภรรยาคนปัจจุบัน
เรารักกันมาก อยู่ด้วยกันมา 11 ปี มีลูกด้วยกัน 4 คน
และผมกล้าพูดเลยว่า ก่อนหน้านี้เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก
อยู่ด้วยกันแทบตลอด ไปไหนไปกัน ช่วยงานที่สำนักงาน ซื้อข้าว ดูแลทุกอย่าง ผมไม่เคยระแวงเลย ไม่เคยคิดจะเช็กโทรศัพท์ ไม่เคยคิดว่าเขาจะทำอะไรแบบนี้
ตลอด 11 ปี ผมไม่เคยนอกใจ
ไม่เที่ยว ไม่ตีหม้อ ไม่ไปมีใคร
มีแซวสาวเล่น ๆ ตามประสาผู้ชายบ้าง แต่ไม่เคยเกินเลย
เพราะผมเลือกผู้หญิงคนนี้เองกับมือ
จนเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน เราเริ่มมีเงินเก็บ เลยตัดสินใจเปิดธุรกิจร้านอาหารกึ่งร้านเหล้า
แรก ๆ ดีมากครับ
แต่หลัง ๆ เริ่มเจอเศรษฐกิจ ปัญหาต่าง ๆ ร้านปิดดึก ความเครียด หนี้สิน ทั้งในระบบและนอกระบบ
ลูก 4 คน ค่าเรียนก็ไม่ใช่น้อย
ยอมรับเลยว่าช่วงนั้นหนักมาก
ผมพยายามทุกทางเพื่อประคองครอบครัว
จนก่อนร้านจะปิด ผมเริ่มจับได้ว่า ภรรยาแอบคุยกับลูกค้าคนหนึ่ง
เป็นคนที่ผมเคยเห็นหน้าเข้าร้านบ่อย ๆ
แต่ผมไม่เคยสนใจ เพราะผมไว้ใจเมีย
วันนั้นไม่รู้คิดอะไร หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
สิ่งที่เห็น...
มันทำให้ผมมือสั่น
เขานัดกันไปมีอะไรกัน
มีการพูดเรื่องเงิน หมื่นห้า สองหมื่น
ตอนนั้นสมองผมว่างเปล่าเลยครับ
ทั้งช็อก ทั้งร้องไห้ ทั้งสั่น
ผมเป็นทนาย
ผมรู้หมดว่าคดีแบบนี้ต้องทำยังไง
ผมรู้เรื่องอายุความ
รู้เรื่องหลักฐาน
รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
แต่พอเจอกับตัวเอง...
ผมทำอะไรไม่ถูกเลย
ผมนั่งเก็บหลักฐานไป ร้องไห้ไป
มันเหมือนคนที่ช่วยคนอื่นมาทั้งชีวิต แต่วันหนึ่งพอตัวเองล้ม กลับยืนไม่ขึ้น
สุดท้ายผมตัดสินใจปิดร้าน
ย้ายกลับบ้านที่ภาคใต้
บอกเพื่อน บอกคนใกล้ตัวเรื่องงาน แต่ไม่ได้บอกเหตุผลจริง
จนตอนนี้ผ่านมาเกือบ 4 เดือนแล้ว
เขายอมรับ
บอกว่าทำเพราะอยากหาเงินมาช่วยครอบครัว ช่วยร้าน
เขาบอกไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น
ยอมเปลี่ยนไลน์ เปลี่ยนโทรศัพท์ ตัดทุกอย่าง
อยากเริ่มใหม่
อยากอยู่กับผมต่อ
แต่ผมไม่รู้...
ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าความรู้สึกที่พังไปแล้ว มันจะกลับมาได้ยังไง
ทุกวันนี้ลูกไปโรงเรียนก็ทะเลาะกัน
อยู่บ้านเดียวกันแต่เหมือนคนแปลกหน้า
ผมอึดอัดมาก
บางวันก็คิดว่าอยู่เพื่อลูก
บางวันก็คิดว่าเสียเวลา 11 ปี
ผมรู้ว่าคนจะบอกว่า "ถ้ารับไม่ได้ก็เลิก"
แต่คนที่อยู่กันมา 11 ปี มีลูก 4 คน ผ่านทุกข์ผ่านสุขกันมา มันไม่ง่ายเลยครับ
ยิ่งผมทำอาชีพนี้
เห็นคดีมาเยอะ
ช่วยคนอื่นมาเยอะ
แต่ไม่คิดว่าจะถึงวันที่ตัวเองต้องมาเจอ
ผมไม่ได้ตั้งกระทู้เพื่อด่าเขา
ไม่ได้อยากให้ใครตัดสิน
แค่อยากเล่าให้ฟังว่า เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริง
และวันนี้...ผมไม่รู้จะไปทางไหนต่อ
พี่ ๆ คนไหนผ่านอะไรคล้าย ๆ กันมา แนะนำผมทีครับ
ตอนนี้ผมหนักมากจริง ๆ แบบโคตรเสียทรง กูมาอกหักตอนนี้นี่นะ แบบเห้ย 5555 อะไรวะเนี่ย ฟ้อง

เลยดีไหม อยู่ๆไปเหอะ เดี๋ยวก็ตาย
ปล. แบบผมไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลย เก็บมาตลอดระยะเวลา 4 เดือน แล้ว บอกเขาตลอดนะ ว่าไปได้เลย มันอัดอั้นมากๆ
ผมเป็นทนายความมาเกือบ 10 ปี ทำคดีฟ้องชู้มาทั้งชีวิต...แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมาเจอกับตัวเอง
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าตั้งกระทู้นี้ไปทำไมเหมือนกันครับ อาจจะไม่ได้อยากได้คำตอบอะไร แค่อยากเล่าสู่กันฟัง หรืออยากระบายให้ใครสักคนฟัง เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้เลย
ผมอายุใกล้จะ 40 แล้ว เป็นทนายความมาเกือบ 10 ปี มีสำนักงานกับเพื่อนอยู่แถวภาคกลาง เรียนจบจากต่างประเทศ พอใช้ภาษาได้ ก็รับคดีหลายประเภท ทั้งภาษี ฟ้องชู้ ปรึกษาเรื่องเอกสารต่างประเทศ วีซ่า อะไรพวกนี้ ทำมาเกือบสิบปี เจอคดีคนมาเยอะมาก
ก่อนหน้านี้ชีวิตผมก็ไม่ได้สวยหรูอะไร
ผมแต่งงานตั้งแต่อายุประมาณ 23 กับภรรยาคนแรก สุดท้ายโดนนอกใจ
ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเจ็บมาก และเป็นจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจเรียนกฎหมาย เพราะอยากเอาความรู้มาปกป้องตัวเอง และลึก ๆ ก็เกลียดเรื่องการทรยศมาก
หลังจากนั้นผมก็มาเจอภรรยาคนปัจจุบัน
เรารักกันมาก อยู่ด้วยกันมา 11 ปี มีลูกด้วยกัน 4 คน
และผมกล้าพูดเลยว่า ก่อนหน้านี้เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก
อยู่ด้วยกันแทบตลอด ไปไหนไปกัน ช่วยงานที่สำนักงาน ซื้อข้าว ดูแลทุกอย่าง ผมไม่เคยระแวงเลย ไม่เคยคิดจะเช็กโทรศัพท์ ไม่เคยคิดว่าเขาจะทำอะไรแบบนี้
ตลอด 11 ปี ผมไม่เคยนอกใจ
ไม่เที่ยว ไม่ตีหม้อ ไม่ไปมีใคร
มีแซวสาวเล่น ๆ ตามประสาผู้ชายบ้าง แต่ไม่เคยเกินเลย
เพราะผมเลือกผู้หญิงคนนี้เองกับมือ
จนเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน เราเริ่มมีเงินเก็บ เลยตัดสินใจเปิดธุรกิจร้านอาหารกึ่งร้านเหล้า
แรก ๆ ดีมากครับ
แต่หลัง ๆ เริ่มเจอเศรษฐกิจ ปัญหาต่าง ๆ ร้านปิดดึก ความเครียด หนี้สิน ทั้งในระบบและนอกระบบ
ลูก 4 คน ค่าเรียนก็ไม่ใช่น้อย
ยอมรับเลยว่าช่วงนั้นหนักมาก
ผมพยายามทุกทางเพื่อประคองครอบครัว
จนก่อนร้านจะปิด ผมเริ่มจับได้ว่า ภรรยาแอบคุยกับลูกค้าคนหนึ่ง
เป็นคนที่ผมเคยเห็นหน้าเข้าร้านบ่อย ๆ
แต่ผมไม่เคยสนใจ เพราะผมไว้ใจเมีย
วันนั้นไม่รู้คิดอะไร หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
สิ่งที่เห็น...
มันทำให้ผมมือสั่น
เขานัดกันไปมีอะไรกัน
มีการพูดเรื่องเงิน หมื่นห้า สองหมื่น
ตอนนั้นสมองผมว่างเปล่าเลยครับ
ทั้งช็อก ทั้งร้องไห้ ทั้งสั่น
ผมเป็นทนาย
ผมรู้หมดว่าคดีแบบนี้ต้องทำยังไง
ผมรู้เรื่องอายุความ
รู้เรื่องหลักฐาน
รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
แต่พอเจอกับตัวเอง...
ผมทำอะไรไม่ถูกเลย
ผมนั่งเก็บหลักฐานไป ร้องไห้ไป
มันเหมือนคนที่ช่วยคนอื่นมาทั้งชีวิต แต่วันหนึ่งพอตัวเองล้ม กลับยืนไม่ขึ้น
สุดท้ายผมตัดสินใจปิดร้าน
ย้ายกลับบ้านที่ภาคใต้
บอกเพื่อน บอกคนใกล้ตัวเรื่องงาน แต่ไม่ได้บอกเหตุผลจริง
จนตอนนี้ผ่านมาเกือบ 4 เดือนแล้ว
เขายอมรับ
บอกว่าทำเพราะอยากหาเงินมาช่วยครอบครัว ช่วยร้าน
เขาบอกไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น
ยอมเปลี่ยนไลน์ เปลี่ยนโทรศัพท์ ตัดทุกอย่าง
อยากเริ่มใหม่
อยากอยู่กับผมต่อ
แต่ผมไม่รู้...
ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าความรู้สึกที่พังไปแล้ว มันจะกลับมาได้ยังไง
ทุกวันนี้ลูกไปโรงเรียนก็ทะเลาะกัน
อยู่บ้านเดียวกันแต่เหมือนคนแปลกหน้า
ผมอึดอัดมาก
บางวันก็คิดว่าอยู่เพื่อลูก
บางวันก็คิดว่าเสียเวลา 11 ปี
ผมรู้ว่าคนจะบอกว่า "ถ้ารับไม่ได้ก็เลิก"
แต่คนที่อยู่กันมา 11 ปี มีลูก 4 คน ผ่านทุกข์ผ่านสุขกันมา มันไม่ง่ายเลยครับ
ยิ่งผมทำอาชีพนี้
เห็นคดีมาเยอะ
ช่วยคนอื่นมาเยอะ
แต่ไม่คิดว่าจะถึงวันที่ตัวเองต้องมาเจอ
ผมไม่ได้ตั้งกระทู้เพื่อด่าเขา
ไม่ได้อยากให้ใครตัดสิน
แค่อยากเล่าให้ฟังว่า เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริง
และวันนี้...ผมไม่รู้จะไปทางไหนต่อ
พี่ ๆ คนไหนผ่านอะไรคล้าย ๆ กันมา แนะนำผมทีครับ
ตอนนี้ผมหนักมากจริง ๆ แบบโคตรเสียทรง กูมาอกหักตอนนี้นี่นะ แบบเห้ย 5555 อะไรวะเนี่ย ฟ้อง
ปล. แบบผมไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลย เก็บมาตลอดระยะเวลา 4 เดือน แล้ว บอกเขาตลอดนะ ว่าไปได้เลย มันอัดอั้นมากๆ