ทุกท่านสงสัยเหมือนผมหรือเปล่าครับ

กระทู้สนทนา
ทุกท่านสงสัยเหมือนผมไหมครับ? กับกรณีที่คุณศุภจีออกมาประกาศตัวเลขการส่งออกผลไม้ไทยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ โดยระบุว่าเป็นผลสำเร็จจากการผลักดันกิจกรรมเชิงรุก การเจรจาด่านโลจิสติกส์ในลาว เวียดนาม และจีน รวมถึงยอดสั่งซื้อทุเรียนในปี 2569 ที่ตั้งเป้าไว้สูงถึง 1.0–1.1 ล้านตัน
นอกจากนี้ ท่านยังโชว์ตัวเลขเดือนเมษายนว่า สินค้าเกษตรโตถึง 17.9% หลังจากติดลบต่อเนื่องมา 8 เดือน โดยทุเรียนโต 109.5% เงาะโต 92.8% และลิ้นจี่โตถึง 70%
ตอนแรกที่ผมอ่านข่าวนี้ อดดีใจไปกับท่านและพี่น้องเกษตรกรไม่ได้จริงๆ ครับ... แต่พอหยิบตัวเลขมาดูรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ในฐานะประชาชนคนธรรมดา ผมกลับเกิดข้อสงสัยใหญ่ๆ อยู่ 3 ประเด็นครับ:
1. ตัวเลขที่ว่าโต... โตเพราะ "ฝีมือ" หรือโตเพราะ "ฤดูกาล"? ท่านบอกว่าตัวเลขพุ่งสูงขึ้นหลังจากติดลบมา 8 เดือน แต่ทุกท่านครับ ช่วง 8 เดือนก่อนหน้านั้นมันไม่ใช่ฤดูกาลของผลไม้หน้าร้อนไม่ใช่หรือครับ? การนำตัวเลขช่วงที่ผลไม้ออกสู่ตลาดเต็มๆ ไปเปรียบเทียบกับช่วงนอกฤดูกาล อาจจะไม่ใช่บรรทัดฐานที่ถูกต้องนัก
หากจะวัด "ฝีมือ" กันให้แฟร์ๆ ควรนำตัวเลขของช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนๆ มาเทียบครับ ซึ่งถ้าเราดูสถิติทุเรียนย้อนหลัง:
·         ปี 2566: ส่งออกได้ประมาณ 8-9 แสนตัน
·         ปี 2567: ส่งออกขยับขึ้นมาที่ 8.3–8.9 แสนตัน
·         ปี 2568 (ปีที่แล้ว): อยู่ที่ราวๆ 9.3–9.8 แสนตัน
จะเห็นได้ว่า ปริมาณและมูลค่ามัน "เติบโตต่อเนื่องตามกลไกตลาด" และจีนก็เป็นเค้กก้อนใหญ่ที่เราครองแชมป์อยู่แล้ว คำถามคือ ตกลงแล้วตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นเพราะนโยบายเชิงรุก หรือเป็นไปตามวัฏจักรธรรมชาติที่มันต้องโตอยู่แล้วกันแน่ครับ?
2. ตัวเลขในกระดาษ "สวนทาง" กับความเป็นจริงในสวน เมื่อดูตัวเลขเงาะที่โต 92.8% และลิ้นจี่ที่โต 70% ช่างเป็นตัวเลขที่สวยหรูและน่าปรบมือให้เหลือเกินครับ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ทำไมพี่น้องชาวสวนเงาะและชาวสวนลิ้นจี่ในเวลานี้ ถึงต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยประกันราคา เพราะราคาหน้าสวนตกต่ำลงทุกวัน? มันเกิดอะไรขึ้นครับทำไมความสำเร็จบนแผ่นกระดาษของคุณศุภจี ถึงสวนทางกับหยาดน้ำตาของชาวสวนที่เผชิญความจริงอยู่หน้างาน?
3. ประโยชน์ตกที่ใคร... ล้ง, อินฟลูเอนเซอร์ หรือเกษตรกร? ภาพที่เห็นเด่นชัดในเวลานี้คือ ไม่ว่าตัวเลขส่งออกจะสวยงามอลังการแค่ไหน ประโยชน์สุดท้ายก็ดูเหมือนจะไม่ได้ตกถึงมือพี่น้องเกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยอย่างแท้จริง
ซ้ำร้ายกว่านั้น ต้นทุนสำคัญอย่าง "ราคาปุ๋ย" ก็ยังคงพุ่งสูงจนชาวสวนย่ำแย่ไปตามๆ กัน หลังจากที่ท่านได้เดินหน้าช่วยเหลือกลุ่มล้งและกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ไปแล้ว คุณศุภจีจะมีแผนเร่งด่วนมาเยียวยาต้นทุนปุ๋ยแพงและราคาผลไม้ตกต่ำให้ชาวสวนตัวจริงบ้างไหมครับ?
ถ้าตัวเลขส่งออกพุ่งสูง แต่เกษตรกรไทยยังต้องพึ่งพารถพุ่มพวงและร้านธงฟ้าเพื่อประทังชีวิต นโยบายส่งออกที่ว่าสำเร็จ... อาจเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ไว้โชว์ผลงาน แต่ไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้องเลยครับ
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่