🚗🚙❄️💧แอร์รถเหม็นอับช่วงหน้าฝน? แจกสูตรไล่กลิ่นง่ายๆ ใน 5 นาที โดยไม่ต้องล้างแอร์!
ขับรถหน้าฝน แอร์มีกลิ่นอับชื้น-เชื้อโรคสะสม! แจกสูตรไล่กลิ่นง่ายๆ ใน 5 นาที โดยไม่ต้องล้างแอร์
เข้าสู่ช่วงหน้าฝนอย่างเป็นทางการ สิ่งที่คนมีรถต้องเจอแทบทุกคันไม่ใช่แค่ปัญหาจราจรหรือน้ำขังรอการระบาย
แต่คือปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะ "กลิ่นอับแอร์รถยนต์" ที่เปิดทีไรก็โชยมาเตะจมูกชวนเวียนหัว
แถมยังเป็นสัญญาณเตือนว่าแอร์รถของคุณกำลังกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและเชื้อรา!
ใครที่กำลังมองหาวิธีแก้ขจัดกลิ่นเหม็นอับในรถ แต่ไม่อยากเสียเงิน เสียเวลาเอารถไปเข้าอู่ล้างแอร์ วันนี้เรามี
สูตรลับไล่กลิ่นอับแอร์รถยนต์ง่ายๆ ใน 5 นาที ด้วยปุ่มที่คุณมีอยู่แล้วในรถ มาฝากกันครับ
🚗🚙❄️ทำไมหน้าฝน แอร์รถถึงชอบมีกลิ่นอับ?
สาเหตุหลักที่แอร์รถยนต์มีกลิ่นอับชื้นในช่วงหน้าฝน เกิดจาก ความชื้นสะสมในตู้แอร์ (Evaporator) เนื่องจากเวลาฝนตก
อากาศภายนอกจะมีความชื้นสูงมาก เมื่อเราเปิดแอร์ ความเย็นจะไปเกาะอยู่ตามแผงคอยล์เย็นจนกลายเป็นหยดน้ำ
และเมื่อเราดับเครื่องยนต์ทันทีหลังจากถึงที่หมาย ความชื้นและหยดน้ำเหล่านั้นจะยังคงค้างอยู่ภายในตู้แอร์
ประกอบกับสภาพอากาศที่มืดและอับ จึงกลายเป็นดงเจริญเติบโตชั้นดีของเชื้อราและแบคทีเรีย
ซึ่งเป็นต้นตอของกลิ่นเหม็นเขียว เหม็นอับนั่นเอง
🚗🚙❄️แจกสูตรไล่กลิ่นอับแอร์รถใน 5 นาที (ไม่ต้องล้างแอร์)
เทคนิคนี้ช่างแอร์รถยนต์แนะนำเอง และสามารถทำได้ทุกวันหลังจากขับรถลุยฝน หรือทำก่อนจะถึงที่หมายประมาณ 3-5 นาที
ขั้นตอนที่ 1: ปิดระบบทำความเย็น (กดปุ่ม A/C ให้ดับ)
เมื่อใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 3-5 นาที หรือตอนที่จอดรถสนิทแล้ว ให้ทำการ กดปุ่ม A/C (Air Conditioning)
เพื่อปิดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ (สังเกตว่าไฟที่ปุ่ม A/C จะดับลง) ขั้นตอนนี้จะหยุดไม่ให้ตู้แอร์สร้างความเย็นเพิ่ม
ขั้นตอนที่ 2: เปิดพัดลมแอร์ให้แรงที่สุด
หลังจากปิดปุ่ม A/C แล้ว ให้ หมุนหรือปรับความเร็วพัดลมแอร์ (Fan) ไปที่ระดับสูงสุด ในช่วงแรกคุณจะรู้สึกว่าลมที่ออกมามีความร้อนชื้น
และมีกลิ่นอับโชยออกมาแรงมาก ไม่ต้องตกใจครับ เพราะนี่คือกระบวนการเป่าไล่หยดน้ำและความชื้นที่เกาะอยู่บนคอยล์เย็นให้ระเหยออกไป
ขั้นตอนที่ 3: เปิดกระจกรถแง้มไว้เล็กน้อย (ถ้าจอดสนิท)
หากคุณทำขั้นตอนนี้ตอนจอดรถสนิทแล้ว แนะนำให้ลดกระจกรถลงเล็กน้อยทั้ง 4 บาน เพื่อให้ลมแอร์เป่าไล่ความชื้นและกลิ่นอับให้ออกไปนอกตัวรถ
ไม่ให้อบอยู่ภายในห้องโดยสาร
รู้หรือไม่? การทำแบบนี้เพียง 5 นาที นอกจากจะช่วยลดกลิ่นอับได้อย่างเห็นผลแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของคอยล์เย็น
ไม่ให้ผุกร่อนง่ายจากความชื้นสะสมอีกด้วย
🚗🚙❄️3 ทริกเสริม ขจัดกลิ่นอับในรถให้หายขาด
หากทำตามสูตรข้างต้นแล้วกลิ่นยังไม่หายสนิท อาจลองใช้เทคนิคเสริมเหล่านี้ควบคู่ไปด้วย:
• นำรถไปตากแดดจัด: ในวันที่ฟ้าเปิด มีแดดแรง ให้ขับรถไปจอดตากแดด เปิดประตูและกระจกทิ้งไว้ทุกบาน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ความร้อนจากแสงแดดเป็นสารฆ่าเชื้อราและเชื้อโรคตามธรรมชาติที่ดีที่สุด
• ใช้สมุนไพรหรือถ่านดูดกลิ่น: วางถ่านหุงต้ม, ใบเตย, หรือผิวมะกรูดไว้ใต้เบาะรถ สิ่งเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นอับได้ดี
โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมปรับอากาศประเภทเจล เพราะสารระเหยจะยิ่งไปเกาะติดในตู้แอร์จนอุดตันหนักกว่าเดิม
• เช็กแผ่นกรองแอร์ (Cabin Air Filter): บางครั้งกลิ่นอับอาจมาจากกรองแอร์ที่ดักจับฝุ่นจนเน่าชื้น ควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุกๆ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร
หรือเช็กดูว่ามีคราบเชื้อราขึ้นหรือไม่
💧หน้าฝนนี้ ลองเอาสูตร 5 นาทีนี้ ไปปรับใช้กันดู ทำง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง รถสะอาด แอร์หอมสดชื่น
แถมปลอดภัยจากเชื้อโรคและโรคทางเดินหายใจ
❄️💧 ที่มา :
🚗🚙❄️💧แอร์รถเหม็นอับช่วงหน้าฝน? แจกสูตรไล่กลิ่นง่ายๆ ใน 5 นาที โดยไม่ต้องล้างแอร์!
ขับรถหน้าฝน แอร์มีกลิ่นอับชื้น-เชื้อโรคสะสม! แจกสูตรไล่กลิ่นง่ายๆ ใน 5 นาที โดยไม่ต้องล้างแอร์
เข้าสู่ช่วงหน้าฝนอย่างเป็นทางการ สิ่งที่คนมีรถต้องเจอแทบทุกคันไม่ใช่แค่ปัญหาจราจรหรือน้ำขังรอการระบาย
แต่คือปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะ "กลิ่นอับแอร์รถยนต์" ที่เปิดทีไรก็โชยมาเตะจมูกชวนเวียนหัว
แถมยังเป็นสัญญาณเตือนว่าแอร์รถของคุณกำลังกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและเชื้อรา!
ใครที่กำลังมองหาวิธีแก้ขจัดกลิ่นเหม็นอับในรถ แต่ไม่อยากเสียเงิน เสียเวลาเอารถไปเข้าอู่ล้างแอร์ วันนี้เรามี
สูตรลับไล่กลิ่นอับแอร์รถยนต์ง่ายๆ ใน 5 นาที ด้วยปุ่มที่คุณมีอยู่แล้วในรถ มาฝากกันครับ
🚗🚙❄️ทำไมหน้าฝน แอร์รถถึงชอบมีกลิ่นอับ?
สาเหตุหลักที่แอร์รถยนต์มีกลิ่นอับชื้นในช่วงหน้าฝน เกิดจาก ความชื้นสะสมในตู้แอร์ (Evaporator) เนื่องจากเวลาฝนตก
อากาศภายนอกจะมีความชื้นสูงมาก เมื่อเราเปิดแอร์ ความเย็นจะไปเกาะอยู่ตามแผงคอยล์เย็นจนกลายเป็นหยดน้ำ
และเมื่อเราดับเครื่องยนต์ทันทีหลังจากถึงที่หมาย ความชื้นและหยดน้ำเหล่านั้นจะยังคงค้างอยู่ภายในตู้แอร์
ประกอบกับสภาพอากาศที่มืดและอับ จึงกลายเป็นดงเจริญเติบโตชั้นดีของเชื้อราและแบคทีเรีย
ซึ่งเป็นต้นตอของกลิ่นเหม็นเขียว เหม็นอับนั่นเอง
🚗🚙❄️แจกสูตรไล่กลิ่นอับแอร์รถใน 5 นาที (ไม่ต้องล้างแอร์)
เทคนิคนี้ช่างแอร์รถยนต์แนะนำเอง และสามารถทำได้ทุกวันหลังจากขับรถลุยฝน หรือทำก่อนจะถึงที่หมายประมาณ 3-5 นาที
ขั้นตอนที่ 1: ปิดระบบทำความเย็น (กดปุ่ม A/C ให้ดับ)
เมื่อใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 3-5 นาที หรือตอนที่จอดรถสนิทแล้ว ให้ทำการ กดปุ่ม A/C (Air Conditioning)
เพื่อปิดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ (สังเกตว่าไฟที่ปุ่ม A/C จะดับลง) ขั้นตอนนี้จะหยุดไม่ให้ตู้แอร์สร้างความเย็นเพิ่ม
ขั้นตอนที่ 2: เปิดพัดลมแอร์ให้แรงที่สุด
หลังจากปิดปุ่ม A/C แล้ว ให้ หมุนหรือปรับความเร็วพัดลมแอร์ (Fan) ไปที่ระดับสูงสุด ในช่วงแรกคุณจะรู้สึกว่าลมที่ออกมามีความร้อนชื้น
และมีกลิ่นอับโชยออกมาแรงมาก ไม่ต้องตกใจครับ เพราะนี่คือกระบวนการเป่าไล่หยดน้ำและความชื้นที่เกาะอยู่บนคอยล์เย็นให้ระเหยออกไป
ขั้นตอนที่ 3: เปิดกระจกรถแง้มไว้เล็กน้อย (ถ้าจอดสนิท)
หากคุณทำขั้นตอนนี้ตอนจอดรถสนิทแล้ว แนะนำให้ลดกระจกรถลงเล็กน้อยทั้ง 4 บาน เพื่อให้ลมแอร์เป่าไล่ความชื้นและกลิ่นอับให้ออกไปนอกตัวรถ
ไม่ให้อบอยู่ภายในห้องโดยสาร
รู้หรือไม่? การทำแบบนี้เพียง 5 นาที นอกจากจะช่วยลดกลิ่นอับได้อย่างเห็นผลแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของคอยล์เย็น
ไม่ให้ผุกร่อนง่ายจากความชื้นสะสมอีกด้วย
🚗🚙❄️3 ทริกเสริม ขจัดกลิ่นอับในรถให้หายขาด
หากทำตามสูตรข้างต้นแล้วกลิ่นยังไม่หายสนิท อาจลองใช้เทคนิคเสริมเหล่านี้ควบคู่ไปด้วย:
• นำรถไปตากแดดจัด: ในวันที่ฟ้าเปิด มีแดดแรง ให้ขับรถไปจอดตากแดด เปิดประตูและกระจกทิ้งไว้ทุกบาน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ความร้อนจากแสงแดดเป็นสารฆ่าเชื้อราและเชื้อโรคตามธรรมชาติที่ดีที่สุด
• ใช้สมุนไพรหรือถ่านดูดกลิ่น: วางถ่านหุงต้ม, ใบเตย, หรือผิวมะกรูดไว้ใต้เบาะรถ สิ่งเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยดูดซับความชื้นและกลิ่นอับได้ดี
โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมปรับอากาศประเภทเจล เพราะสารระเหยจะยิ่งไปเกาะติดในตู้แอร์จนอุดตันหนักกว่าเดิม
• เช็กแผ่นกรองแอร์ (Cabin Air Filter): บางครั้งกลิ่นอับอาจมาจากกรองแอร์ที่ดักจับฝุ่นจนเน่าชื้น ควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุกๆ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร
หรือเช็กดูว่ามีคราบเชื้อราขึ้นหรือไม่
💧หน้าฝนนี้ ลองเอาสูตร 5 นาทีนี้ ไปปรับใช้กันดู ทำง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง รถสะอาด แอร์หอมสดชื่น
แถมปลอดภัยจากเชื้อโรคและโรคทางเดินหายใจ
❄️💧 ที่มา :