สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกท่าน! วันนี้ผมมีเรื่องใกล้ตัวแต่หลายคนอาจมองข้าม มาชวนคุยและลงมือทำกันครับ เรื่องมันมีอยู่ว่าช่วงนี้อากาศบ้านเรานี่มันสุดจริง ๆ ใช่ไหมครับ? บางวันร้อนตับแตก บางวันฝนตกหนักจนนึกว่าอยู่หน้าหนาว แต่เรื่องที่น่ากังวลกว่าคืออุณหภูมิภายในบ้านของเรานี่แหละครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรามีของรักของหวงอย่างต้นไม้แสนรัก สัตว์เลี้ยงสุดที่รัก หรือแม้แต่คนในครอบครัวที่เป็นเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเป็นพิเศษ
หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์แบบผมใช่ไหมครับ? ออกไปทำงานข้างนอก ลืมปิดหน้าต่าง พอกลับบ้านมาเท่านั้นแหละ! โห... นึกว่าเดินเข้าเตาอบครับ ทั้งข้าวของเอย ต้นไม้เอย โทรมไปหมด บางทีแอร์ที่บ้านก็ดันมาเสียตอนที่เราไม่อยู่บ้านซะงั้น กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว ผมเลยอยากจะบอกว่าวันนี้เรามีตัวช่วยที่โคตรเจ๋ง ที่จะทำให้เราหมดห่วงเรื่องอุณหภูมิที่บ้านไปได้เลย นั่นก็คือ "Smart Thermometer" หรือเทอร์โมมิเตอร์อัจฉริยะนั่นเองครับ
หลายคนอาจจะรู้จักเทอร์โมมิเตอร์กันดีอยู่แล้ว แต่ Smart Thermometer มันเหนือกว่าตรงที่มันเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้นี่แหละครับ ทำให้เราสามารถมอนิเตอร์อุณหภูมิผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ และที่สำคัญคือมันสามารถ "แจ้งเตือน" เราได้ทันทีเมื่ออุณหภูมิห้องผิดปกติครับ! คือมันดีงามมากจริงๆ นะครับ
มาดูวิธีตั้งค่าแบบง่ายๆ กันเลยดีกว่าครับ ผมจะพยายามอธิบายให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ รับรองว่าอ่านจบแล้วทำตามได้ชัวร์ครับ!
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมอุปกรณ์และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
ก่อนอื่นเลยเราต้องมี Smart Thermometer ก่อนครับ ยี่ห้อไหนก็ได้ที่เราชอบ ส่วนใหญ่แล้วมันจะมาพร้อมกับคู่มือและบอกว่าต้องดาวน์โหลดแอปฯ อะไรครับ ก็จัดไปตามนั้นเลย โหลดให้เรียบร้อยแล้วลงทะเบียนให้พร้อมใช้งานครับ
ขั้นตอนที่ 2 เชื่อมต่อ Smart Thermometer เข้ากับ Wi-Fi (และ Hub ถ้ามี)
นี่คือหัวใจสำคัญครับ! ทำตามคู่มือที่มากับอุปกรณ์เลย ส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดเครื่อง แล้วเข้าแอปฯ เลือก "Add Device" แล้วก็ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ครับ บางรุ่นอาจจะให้เรากดปุ่มที่ตัวเครื่องค้างไว้เพื่อเข้าสู่โหมด pairing บางรุ่นก็อาจจะเชื่อมต่อได้เลยอัตโนมัติครับ ถ้ามี Smart Home Hub ด้วย ก็อย่าลืมเชื่อมต่อเข้ากับ Hub ก่อนนะครับ
ขั้นตอนที่ 3 กำหนด "ค่าอุณหภูมิปกติ" ที่ต้องการ
พอเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการบอกเจ้า Smart Thermometer ของเราว่า "อะไรคือปกติ" และ "อะไรคือไม่ปกติ" ครับ
เปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา แล้วมองหาเมนูที่เกี่ยวกับ "Settings", "Alerts", หรือ "Automation" ครับ
จากนั้นให้เรากำหนด "Threshold" หรือ "ช่วงอุณหภูมิที่ยอมรับได้" ครับ เช่น ผมอาจจะตั้งไว้ว่า ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ให้แจ้งเตือนทันที เพราะผมมีน้องหมาและต้นไม้ที่ไม่ชอบอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัดครับ
บางแอปฯ อาจจะมีตัวเลือกให้ตั้งค่าความชื้นสัมพัทธ์ด้วย อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการเลยครับ
ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าประเภทการแจ้งเตือน
พอเรากำหนดช่วงอุณหภูมิที่ต้องการได้แล้ว ต่อไปคือจะให้มันเตือนเราแบบไหนครับ?
Push Notification อันนี้จะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือของเราเลยครับ สะดวกที่สุดและส่วนใหญ่จะตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว
Email Alert สำหรับบางคนที่อยากได้การแจ้งเตือนที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรืออยากส่งให้คนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
SMS อันนี้อาจจะต้องเช็คว่าอุปกรณ์รองรับหรือไม่ และอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ก็เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ได้เปิดอินเทอร์เน็ตตลอดเวลาครับ
Smart Home Automation อันนี้เจ๋งสุด! บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart Home อื่นๆ ได้ครับ เช่น ถ้าอุณหภูมิร้อนเกินไป ให้สั่งเปิดแอร์อัตโนมัติ หรือสั่งพัดลมให้ทำงานทันที นี่แหละครับ ชีวิตดี๊ดีที่แท้ทรู!
ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบการทำงาน!
ข้อนี้สำคัญมากนะครับ! หลังจากตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะทำงานได้เป๊ะเสมอไปครับ เราต้องลองทดสอบดู!
วิธีทดสอบง่ายๆ คือ ลองตั้งค่าอุณหภูมิให้แคบลงมากๆ ครับ เช่น ถ้าปกติเราตั้งไว้ 20-30 องศาเซลเซียส ให้ลองตั้งเป็น 25-26 องศาเซลเซียส แล้วดูว่ามันแจ้งเตือนไหมครับ
หรือจะลองใช้ไดร์เป่าผม (แบบเบาๆ นะครับ ไม่ต้องจ่อ) เป่าใส่ตัวเซ็นเซอร์ Smart Thermometer ดูเพื่อให้อุณหภูมิสูงขึ้นเกินค่าที่เราตั้งไว้ครับ หรือจะลองเอาไปแช่ในตู้เย็นแป๊บนึง (ไม่ต้องให้โดนน้ำนะครับ) เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ต่ำกว่าที่กำหนดครับ
ถ้ามันแจ้งเตือนตามที่เราต้องการแล้ว ก็แสดงว่าทุกอย่างทำงานได้สมบูรณ์แบบแล้วครับ!
ทิปส์เล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ของผมครับ
ตำแหน่งการวาง ควรวาง Smart Thermometer ในจุดที่สะท้อนอุณหภูมิของห้องได้ดีที่สุดครับ หลีกเลี่ยงการวางใกล้หน้าต่างที่มีแสงแดดส่องโดยตรง ใกล้ช่องลมแอร์ หรือใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เพราะจะทำให้อุณหภูมิที่วัดได้ไม่แม่นยำครับ
แบตเตอรี่ อย่าลืมเช็คแบตเตอรี่ของอุปกรณ์เป็นประจำนะครับ ส่วนใหญ่จะมีแจ้งเตือนในแอปฯ อยู่แล้ว แต่ก็กันไว้ดีกว่าแก้ครับ
การปรับเทียบ (Calibration) ถ้าสงสัยว่าอุณหภูมิที่แสดงไม่ตรง ลองเอาไปเทียบกับเทอร์โมมิเตอร์ตัวอื่นที่เรามั่นใจว่าแม่นยำ แล้วถ้าคลาดเคลื่อนมาก บางแอปฯ จะมีฟังก์ชันให้เราปรับเทียบได้ครับ
เห็นไหมครับว่าการตั้งค่า Smart Thermometer ให้แจ้งเตือนอุณหภูมิห้องผิดปกติมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ แค่ไม่กี่ขั้นตอน เราก็สามารถปกป้องสิ่งของที่เรารัก และคนที่เรารักจากปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่คาดไม่ถึงได้แล้วครับ แถมยังช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ หายห่วง ไม่ต้องคอยกังวลอีกต่อไปครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ลองเอาไปทำตามกันดู แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ! มีอะไรสงสัย หรืออยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ก็คอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับ!
ร้อนปรอทแตก! มาตั้งค่า Smart Thermometer ให้แจ้งเตือนอุณหภูมิห้องผิดปกติ ปกป้องของรักและคนในบ้านกันครับ
หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์แบบผมใช่ไหมครับ? ออกไปทำงานข้างนอก ลืมปิดหน้าต่าง พอกลับบ้านมาเท่านั้นแหละ! โห... นึกว่าเดินเข้าเตาอบครับ ทั้งข้าวของเอย ต้นไม้เอย โทรมไปหมด บางทีแอร์ที่บ้านก็ดันมาเสียตอนที่เราไม่อยู่บ้านซะงั้น กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว ผมเลยอยากจะบอกว่าวันนี้เรามีตัวช่วยที่โคตรเจ๋ง ที่จะทำให้เราหมดห่วงเรื่องอุณหภูมิที่บ้านไปได้เลย นั่นก็คือ "Smart Thermometer" หรือเทอร์โมมิเตอร์อัจฉริยะนั่นเองครับ
หลายคนอาจจะรู้จักเทอร์โมมิเตอร์กันดีอยู่แล้ว แต่ Smart Thermometer มันเหนือกว่าตรงที่มันเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้นี่แหละครับ ทำให้เราสามารถมอนิเตอร์อุณหภูมิผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ และที่สำคัญคือมันสามารถ "แจ้งเตือน" เราได้ทันทีเมื่ออุณหภูมิห้องผิดปกติครับ! คือมันดีงามมากจริงๆ นะครับ
มาดูวิธีตั้งค่าแบบง่ายๆ กันเลยดีกว่าครับ ผมจะพยายามอธิบายให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ รับรองว่าอ่านจบแล้วทำตามได้ชัวร์ครับ!
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมอุปกรณ์และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
ก่อนอื่นเลยเราต้องมี Smart Thermometer ก่อนครับ ยี่ห้อไหนก็ได้ที่เราชอบ ส่วนใหญ่แล้วมันจะมาพร้อมกับคู่มือและบอกว่าต้องดาวน์โหลดแอปฯ อะไรครับ ก็จัดไปตามนั้นเลย โหลดให้เรียบร้อยแล้วลงทะเบียนให้พร้อมใช้งานครับ
ขั้นตอนที่ 2 เชื่อมต่อ Smart Thermometer เข้ากับ Wi-Fi (และ Hub ถ้ามี)
นี่คือหัวใจสำคัญครับ! ทำตามคู่มือที่มากับอุปกรณ์เลย ส่วนใหญ่จะเป็นการเปิดเครื่อง แล้วเข้าแอปฯ เลือก "Add Device" แล้วก็ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ ครับ บางรุ่นอาจจะให้เรากดปุ่มที่ตัวเครื่องค้างไว้เพื่อเข้าสู่โหมด pairing บางรุ่นก็อาจจะเชื่อมต่อได้เลยอัตโนมัติครับ ถ้ามี Smart Home Hub ด้วย ก็อย่าลืมเชื่อมต่อเข้ากับ Hub ก่อนนะครับ
ขั้นตอนที่ 3 กำหนด "ค่าอุณหภูมิปกติ" ที่ต้องการ
พอเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการบอกเจ้า Smart Thermometer ของเราว่า "อะไรคือปกติ" และ "อะไรคือไม่ปกติ" ครับ
เปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา แล้วมองหาเมนูที่เกี่ยวกับ "Settings", "Alerts", หรือ "Automation" ครับ
จากนั้นให้เรากำหนด "Threshold" หรือ "ช่วงอุณหภูมิที่ยอมรับได้" ครับ เช่น ผมอาจจะตั้งไว้ว่า ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ให้แจ้งเตือนทันที เพราะผมมีน้องหมาและต้นไม้ที่ไม่ชอบอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัดครับ
บางแอปฯ อาจจะมีตัวเลือกให้ตั้งค่าความชื้นสัมพัทธ์ด้วย อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการเลยครับ
ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าประเภทการแจ้งเตือน
พอเรากำหนดช่วงอุณหภูมิที่ต้องการได้แล้ว ต่อไปคือจะให้มันเตือนเราแบบไหนครับ?
Push Notification อันนี้จะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือของเราเลยครับ สะดวกที่สุดและส่วนใหญ่จะตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว
Email Alert สำหรับบางคนที่อยากได้การแจ้งเตือนที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรืออยากส่งให้คนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
SMS อันนี้อาจจะต้องเช็คว่าอุปกรณ์รองรับหรือไม่ และอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ก็เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ได้เปิดอินเทอร์เน็ตตลอดเวลาครับ
Smart Home Automation อันนี้เจ๋งสุด! บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smart Home อื่นๆ ได้ครับ เช่น ถ้าอุณหภูมิร้อนเกินไป ให้สั่งเปิดแอร์อัตโนมัติ หรือสั่งพัดลมให้ทำงานทันที นี่แหละครับ ชีวิตดี๊ดีที่แท้ทรู!
ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบการทำงาน!
ข้อนี้สำคัญมากนะครับ! หลังจากตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะทำงานได้เป๊ะเสมอไปครับ เราต้องลองทดสอบดู!
วิธีทดสอบง่ายๆ คือ ลองตั้งค่าอุณหภูมิให้แคบลงมากๆ ครับ เช่น ถ้าปกติเราตั้งไว้ 20-30 องศาเซลเซียส ให้ลองตั้งเป็น 25-26 องศาเซลเซียส แล้วดูว่ามันแจ้งเตือนไหมครับ
หรือจะลองใช้ไดร์เป่าผม (แบบเบาๆ นะครับ ไม่ต้องจ่อ) เป่าใส่ตัวเซ็นเซอร์ Smart Thermometer ดูเพื่อให้อุณหภูมิสูงขึ้นเกินค่าที่เราตั้งไว้ครับ หรือจะลองเอาไปแช่ในตู้เย็นแป๊บนึง (ไม่ต้องให้โดนน้ำนะครับ) เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ต่ำกว่าที่กำหนดครับ
ถ้ามันแจ้งเตือนตามที่เราต้องการแล้ว ก็แสดงว่าทุกอย่างทำงานได้สมบูรณ์แบบแล้วครับ!
ทิปส์เล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ของผมครับ
ตำแหน่งการวาง ควรวาง Smart Thermometer ในจุดที่สะท้อนอุณหภูมิของห้องได้ดีที่สุดครับ หลีกเลี่ยงการวางใกล้หน้าต่างที่มีแสงแดดส่องโดยตรง ใกล้ช่องลมแอร์ หรือใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เพราะจะทำให้อุณหภูมิที่วัดได้ไม่แม่นยำครับ
แบตเตอรี่ อย่าลืมเช็คแบตเตอรี่ของอุปกรณ์เป็นประจำนะครับ ส่วนใหญ่จะมีแจ้งเตือนในแอปฯ อยู่แล้ว แต่ก็กันไว้ดีกว่าแก้ครับ
การปรับเทียบ (Calibration) ถ้าสงสัยว่าอุณหภูมิที่แสดงไม่ตรง ลองเอาไปเทียบกับเทอร์โมมิเตอร์ตัวอื่นที่เรามั่นใจว่าแม่นยำ แล้วถ้าคลาดเคลื่อนมาก บางแอปฯ จะมีฟังก์ชันให้เราปรับเทียบได้ครับ
เห็นไหมครับว่าการตั้งค่า Smart Thermometer ให้แจ้งเตือนอุณหภูมิห้องผิดปกติมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ แค่ไม่กี่ขั้นตอน เราก็สามารถปกป้องสิ่งของที่เรารัก และคนที่เรารักจากปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่คาดไม่ถึงได้แล้วครับ แถมยังช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ หายห่วง ไม่ต้องคอยกังวลอีกต่อไปครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ลองเอาไปทำตามกันดู แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ! มีอะไรสงสัย หรืออยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ก็คอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับ!