ช่วงนี้ไม่ว่าจะไปห้าง งานอีเวนต์ หรือไถโซเชียล ก็น่าจะหนีชื่อ “น้องเนย” หรือ “Butterbear” ไม่พ้นจริงๆ
จากคาแรกเตอร์หมีใส่ผ้ากันเปื้อนยืนโบกมือหน้าร้านเงียบๆ ในช่วงโควิด วันนี้กลายเป็น IP ไทยที่ดังไกลถึงต่างประเทศไปแล้ว
ปี 2568
- รายได้ 577 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 217 ล้านบาท
คือกำไรเกือบ 40% เลยนะ สำหรับธุรกิจคาแรกเตอร์ ย้อนดูตัวเลขก่อนหน้าแล้วโตเร็วมาก
- ปี 2566 รายได้แค่ 7.4 ล้านบาท
- ปี 2567 กระโดดเป็น 544 ล้านบาท
- ปี 2568 ขยับต่อเป็น 577 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจคือ น้องเนยไม่ได้ดังแค่ในไทยแล้ว
ปีที่ผ่านมาเห็นเดินสายออกงานต่างประเทศเยอะ โดยเฉพาะจีน ที่ฐานแฟนแน่นมากกกก
อีกอย่างคือเรื่อง “คอลแลบส์”
- ตอนนี้แทบทุกวงการอยากจับมือด้วยหมด ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของสะสม เครื่องแก้ว ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ ล่าสุดยังเห็น Ocean Glass มาคอลแลบส์ด้วย
- แล้วตอนนี้ก็เริ่มขยายจักรวาลเพิ่ม มี “เบียงก้า” พี่สาวของน้องเนยเข้ามาอีก ทำให้แบรนด์ดูไปต่อได้ยาว ไม่ตันง่าย
- ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ นี่อาจเป็นตัวอย่างชัดๆ ว่า “Character Business” ถ้าปั้นสำเร็จ มูลค่ามหาศาลจริง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้‘น้องเนย’ รับทรัพย์ฉ่ำ กวาดรายได้ ‘577 ล้าน’
ทำกำไรอีก 217 ล้าน เดินสายต่างประเทศ-คอลแล็บส์เพียบ
.
ดาราสาวรวยแบบฉุดไม่อยู่! “น้องเนย” กวาดรายได้ปี 2568 “577 ล้านบาท” พร้อมกำไรสุทธิอีก “217 ล้านบาท” แม้เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 6% แต่สะท้อนว่า แบรนดิ้งยังแข็งแกร่ง รักษาระดับกำไรสวยยันบรรทัดสุดท้าย หลังปีที่ผ่านมาเริ่มเดินสายออกงานต่างประเทศ-โดดร่วมงานคอลแล็บส์แบบฉ่ำๆ
.
“น้องเนย” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “หมีเนย” ซึ่งมีที่มาจากชื่อแบรนด์ “Butterbear” (บัตเตอร์แบร์) ร้านเบเกอรี่ขนมหวานที่มี “บูม-ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์” และ “เบลล์-ธนาภา ปางพุฒิพงศ์” เป็นผู้ก่อตั้ง
.
จากไอเดียที่คิดอยากสร้างคาแรกเตอร์ฮีลใจให้กับผู้คนในช่วงโควิด-19 จากวันที่ “น้องเนย” ยืนใส่ผ้ากันเปื้อนทักทายลูกค้าที่ผ่านไปมาแบบเหงาๆ วันนี้ “น้องเนย” กลายเป็นลูกสาวของมัมหมีทั่วโลก จากความน่าเอ็นดูของรูปร่างหน้าตาและนิสัยที่สุดแสนจะขี้เล่น บวกกับการพัฒนาต่อยอดคาแรกเตอร์ของสองพี่น้องผู้ก่อตั้ง จนทำให้ บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด เติบโตอย่างก้าวกระโดดตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
.
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แสดงงบกำไรขาดทุนประจำปี 2568 ของ บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด พบว่า ปีที่ผ่านมาทำรายได้ไป “577 ล้านบาท” เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 6% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ “217 ล้านบาท” เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 2.3% โดยปีที่ผ่านมา “น้องเนย” เดินสายปรากฏตัวพบปะแฟนๆ ที่ต่างประเทศอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะที่ประเทศจีนซึ่งมีบรรดามัมหมีคับคั่งไม่แพ้ในไทย
.
นอกจากนี้ “น้องเนย” ยังร่วมคอลแล็บส์กับแบรนด์ไทยและต่างประเทศอีกนับไม่ถ้วนตั้งแต่ปีก่อนหน้าลากยาวมาจนถึงปีนี้ ล่าสุดก็มี “โอเชียนกลาส” (Ocean Glass) แบรนด์เครื่องแก้วเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ตัดสินใจกระโดดมาทำธุรกิจฝั่ง B2C (Business-to-Customer) และมีคอลแล็บส์ร่วมกับ “น้องเนย” เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อสร้างฐานผู้บริโภค
.
ทั้งนี้ ปัจจุบันคาแรกเตอร์ของ “บัตเตอร์แบร์” ไม่ได้มีเพียง “น้องเนย” อีกแล้ว แต่ยังมี “เบียงก้า” พี่สาวคนสวยที่เพิ่งบินกลับมาปรากฏตัว ณ ห้างเอ็มสเฟียร์ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากออกไปทำตามความฝันเรียนต่อด้านแฟชั่นดีไซน์ที่ประเทศจีน โดยคาแรกเตอร์ของ “เบียงก้า” จะมีความนิ่ง ละมุน อ่อนหวาน และอบอุ่นแบบพี่สาวคนโต ขณะที่ “น้องเนย” ยังคงคาแรกเตอร์เด็ก 3 ขวบขี้เล่นซุกซน การมาถึงของ “เบียงก้า” จึงเข้ามาเติมเต็มจักรวาลบัตเตอร์เวิลด์ให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
.
สำหรับผลประกอบการย้อนหลัง บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด มีรายละเอียดดังนี้
.
ปี 2568: รายได้ 577 ล้านบาท กำไรสุทธิ 217 ล้านบาท
ปี 2567: รายได้ 544 ล้านบาท กำไรสุทธิ 212 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 7.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 276,340 บาท
.
ที่มา
กรุงเทพธุรกิจ
“ลูกสาวแห่งชาติ” น้องเนย กวาดรายได้ 577 ล้าน กำไร 217 ล้าน 😳🐻
จากคาแรกเตอร์หมีใส่ผ้ากันเปื้อนยืนโบกมือหน้าร้านเงียบๆ ในช่วงโควิด วันนี้กลายเป็น IP ไทยที่ดังไกลถึงต่างประเทศไปแล้ว
ปี 2568
- รายได้ 577 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 217 ล้านบาท
คือกำไรเกือบ 40% เลยนะ สำหรับธุรกิจคาแรกเตอร์ ย้อนดูตัวเลขก่อนหน้าแล้วโตเร็วมาก
- ปี 2566 รายได้แค่ 7.4 ล้านบาท
- ปี 2567 กระโดดเป็น 544 ล้านบาท
- ปี 2568 ขยับต่อเป็น 577 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจคือ น้องเนยไม่ได้ดังแค่ในไทยแล้ว
ปีที่ผ่านมาเห็นเดินสายออกงานต่างประเทศเยอะ โดยเฉพาะจีน ที่ฐานแฟนแน่นมากกกก
อีกอย่างคือเรื่อง “คอลแลบส์”
- ตอนนี้แทบทุกวงการอยากจับมือด้วยหมด ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของสะสม เครื่องแก้ว ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ ล่าสุดยังเห็น Ocean Glass มาคอลแลบส์ด้วย
- แล้วตอนนี้ก็เริ่มขยายจักรวาลเพิ่ม มี “เบียงก้า” พี่สาวของน้องเนยเข้ามาอีก ทำให้แบรนด์ดูไปต่อได้ยาว ไม่ตันง่าย
- ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ นี่อาจเป็นตัวอย่างชัดๆ ว่า “Character Business” ถ้าปั้นสำเร็จ มูลค่ามหาศาลจริง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ