เมื่อเข้าสู่วัยใกล้ฝึกงานและทำงาน (แทบทุกชาติที่ผ่านมาและต้องผ่านไปอีก ตราบใดที่ยังไม่ถึงที่สุดแห่งทุกข์)
สิ่งที่ระลึกได้ทันที คือความเพลิดเพลิน
ท่ามกลางเพื่อนๆ และที่เกิดกับตน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยฝักใฝ่วัตถุอย่างยิ่งแล้ว
ทำให้ตรึกไปถึง วัตถุที่ว่า คือ บรรดาเงิน ทรัพย์สินต่างๆที่พึงต้องเกี่ยวข้อง เนื่องด้วย เพื่อให้ได้มาซึ่ง อาหารและปัจจัย ในการเลี้ยงชีพ
เมื่อพิจารณาแล้ว เกิดความยินร้ายต่อความเพลิดเพลินดังกล่าวอย่างแรงกล้า
แม้ในปัจจุบันเอง เหตุที่ได้มาซึ่งอาหารและลมหายใจก็ได้มาเพราะแม่ยังเป็นผู้ส่งเสีย แต่แม่เองก็ต้องเกี่ยวข้อง มัวหมองมาจากการได้มาซึ่งวัตถุมาก่อน
การไม่เบียดเบียนสิ่งใดแม้นเล็กน้อยเลย เป็นไปไม่ได้สำหรับฆราวาสที่เนื่องกับวิบากทั้งหลายเหล่านี้
สัมมาอาชีวะเดียวที่แจ่มชัดในใจ คือ การได้โอกาสในสมณเพศ ทว่าก็ยังไม่สามารถยังให้เกิดหรือปรากฏ
เข้าใจว่าพระพุทธองค์ ก็ประสูตรขึ้น ในยุค ในสมัยที่ เงินหรือวัตถุนั้นเริ่มงอกงามผ่านการแลกเปลี่ยน และ ปาปกิจจะ หรือบรรดาพ่อค้า ผู้ต่อทุนทั้งหลายเกิดแล้ว
สุดท้ายเรานึกถึง การประคองตนระหว่างทางสิ้นทุกข์ เหมือนที่เคยได้ยินได้ฟังในพระไตรปิฎกและที่มีผู้รู้นำมากล่าวว่า
ความรักในศีลเปรียบเสมือนการต้องปลงชีวิตบุตรของพ่อแม่ ที่ต้องข้ามทะเลทรายซึ่งกันดาร โดยไม่พึงฉันเลือดของบุตรอย่างยินดี มีแต่มุ่งไปเพื่อให้สิ้นทุกข์ที่สุดโดยเร็ว
เพราะการเบียดเบียนแม้เล็กน้อยนี้ ในอาชีพ ในแต่ละกิจ ที่ทำ ต่อสรรพชีวิตทั้งที่เห็นและไม่เห็น ทั้งน้อยใหญ่ ล้วนแล้วมีวิบากอันแสบร้อน มีทุกข์มหาศาลสุมอยู่ ให้ผลสืบไปไร้ประมาณยืดยาวตราบชั่วกาลนาน
ปล. เขียนไว้ ในช่วงเวลาที่รู้ว่าตนต้อง กรีดเนื้อบุตร เพิ่มอีกช่อง เพื่อนำเลือดมาฉัน มาประทัง หรือแม้เพื่อสนองคุณผู้มีพระคุณ
ความรักสีล
สิ่งที่ระลึกได้ทันที คือความเพลิดเพลิน
ท่ามกลางเพื่อนๆ และที่เกิดกับตน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยฝักใฝ่วัตถุอย่างยิ่งแล้ว
ทำให้ตรึกไปถึง วัตถุที่ว่า คือ บรรดาเงิน ทรัพย์สินต่างๆที่พึงต้องเกี่ยวข้อง เนื่องด้วย เพื่อให้ได้มาซึ่ง อาหารและปัจจัย ในการเลี้ยงชีพ
เมื่อพิจารณาแล้ว เกิดความยินร้ายต่อความเพลิดเพลินดังกล่าวอย่างแรงกล้า
แม้ในปัจจุบันเอง เหตุที่ได้มาซึ่งอาหารและลมหายใจก็ได้มาเพราะแม่ยังเป็นผู้ส่งเสีย แต่แม่เองก็ต้องเกี่ยวข้อง มัวหมองมาจากการได้มาซึ่งวัตถุมาก่อน
การไม่เบียดเบียนสิ่งใดแม้นเล็กน้อยเลย เป็นไปไม่ได้สำหรับฆราวาสที่เนื่องกับวิบากทั้งหลายเหล่านี้
สัมมาอาชีวะเดียวที่แจ่มชัดในใจ คือ การได้โอกาสในสมณเพศ ทว่าก็ยังไม่สามารถยังให้เกิดหรือปรากฏ
เข้าใจว่าพระพุทธองค์ ก็ประสูตรขึ้น ในยุค ในสมัยที่ เงินหรือวัตถุนั้นเริ่มงอกงามผ่านการแลกเปลี่ยน และ ปาปกิจจะ หรือบรรดาพ่อค้า ผู้ต่อทุนทั้งหลายเกิดแล้ว
สุดท้ายเรานึกถึง การประคองตนระหว่างทางสิ้นทุกข์ เหมือนที่เคยได้ยินได้ฟังในพระไตรปิฎกและที่มีผู้รู้นำมากล่าวว่า
ความรักในศีลเปรียบเสมือนการต้องปลงชีวิตบุตรของพ่อแม่ ที่ต้องข้ามทะเลทรายซึ่งกันดาร โดยไม่พึงฉันเลือดของบุตรอย่างยินดี มีแต่มุ่งไปเพื่อให้สิ้นทุกข์ที่สุดโดยเร็ว
เพราะการเบียดเบียนแม้เล็กน้อยนี้ ในอาชีพ ในแต่ละกิจ ที่ทำ ต่อสรรพชีวิตทั้งที่เห็นและไม่เห็น ทั้งน้อยใหญ่ ล้วนแล้วมีวิบากอันแสบร้อน มีทุกข์มหาศาลสุมอยู่ ให้ผลสืบไปไร้ประมาณยืดยาวตราบชั่วกาลนาน
ปล. เขียนไว้ ในช่วงเวลาที่รู้ว่าตนต้อง กรีดเนื้อบุตร เพิ่มอีกช่อง เพื่อนำเลือดมาฉัน มาประทัง หรือแม้เพื่อสนองคุณผู้มีพระคุณ