KEY POINTS
กลุ่มค้าปลีก: CPAXT, BJC, และ TNP ได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากร้านค้า Traditional Trade ซึ่งเป็นจุดหมายหลักในการใช้จ่ายโครงการ จะซื้อสินค้าจากที่นี่
กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage): ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ CBG, OSP, SAPPE, ICHI, และ SNNP
กลุ่มสินค้าอุปโภค: NEO และ OSP เป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้
กลุ่มขนส่งทางบก (Ground Transport): BEM และ BTS ได้รับอานิสงส์จากโอกาสที่จำนวนผู้โดยสาร (ridership) จะปรับตัวสูงขึ้น
บล.ดาโอ ระบุว่า คาดว่าในการประชุม ครม. วันที่ 19 พ.ค. จะสามารถเสนอให้มีการพิจารณาโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งจะครอบคลุมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้
เบื้องต้นคาดว่าจะครอบคลุมประชาชน 25 - 30 ล้านคน พร้อมอุ้มกลุ่มเปราะบางอีก 13 ล้านคน รวมทั้งสิ้น 43 ล้านคน โดยรายละเอียดดังนี้
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แบ่งโครงการเป็น 2 ระยะ เพื่อความต่อเนื่องในการกระตุ้นกำลังซื้อ แบ่งเป็น
เฟสที่ 1 เดือน มิ.ย. - ก.ค. ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท
ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลจะออกให้ 60% ประชาชนออก 40%
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ใช้ข้อมูลเดิม ประมาณ 13.25 ล้านคน) จากเดิมได้รับ 300 บาท รับเพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน
โดยไม่มีเงื่อนไขการสมทบเงินใดๆ สามารถใช้จ่ายได้ทันที
เฟสที่ 2 เดือน ส.ค. - ก.ย. ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท
ผู้ที่อยู่ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะได้รับต่อเนื่องอีกเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาท
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีการตรวจสอบสิทธิและต้องผ่านหลักเกณฑ์จากการลงทะเบียนใหม่ว่าเป็นผู้มีรายได้น้อยกว่า 100,000 บาทต่อปี ถึงจะได้รับเงินตามสิทธิเดือนละ 300 บาทและรัฐเพิ่มพิเศษให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาท
แต่หากไม่ผ่านเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิจะถูกปรับให้เหมือนบุคคลทั่วไป ที่ใช้จ่ายคนละครึ่ง ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”
ช่องทางการใช้งาน: ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. 2026 และเริ่มใช้จ่ายภายใน 1 มิ.ย. 2026 เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” โดยไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ หุ้นได้รับประโยชน์ ได้แก่
กลุ่มค้าปลีก: CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท), TNP (consensus 3.60 บาท) ได้รับประโยชน์มากสุดเนื่องจากร้าน Traditional Trade ซึ่งเป็นจุดหมายหลักในการใช้คนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าจากที่นี่
กลุ่ม food & beverage: ได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น
CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic branded own 37% ของรายได้รวม
OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic beverage 57% ของรายได้รวม
SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ที่ 31% ของรายได้รวม
ICHI (consensus 14.60 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 90% ของรายได้รวม
SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 81% ของรายได้รวม โดยเป็น MT 65% และ TT 35%
กลุ่มสินค้าอุปโภค:
NEO (ถือ/เป้า 18.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 92% ของรายได้รวม
OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ประมาณ 11% ของรายได้รวม
กลุ่ม Ground Transport: BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท), BTS (ถือ/เป้า 3.00 บาท) ได้อานิสงส์จากโอกาส ridership ปรับตัวสูงขึ้น
หุ้นไหนได้ประโยชน์? เปิดลิสต์หุ้นเด่น รับ “คนละครึ่งพลัส” เข้า ครม.วันนี้