ยุคนั้นโซเชียลมีเดียอย่าง facebook ยังไม่ค่อยดัง คนเอาเรื่องนี้ไปตั้งคำถามใน pantip ก่อน แล้วก็ได้คำตอบค่อนข้างเร็วจากนักสืบ pantip
แต่ทางราชการใช้เวลาสักครู่ หลายวันทีเดียว กว่าจะระบุออกมาได้ว่า มันคือเจลลดไข้ครับ
.
(ข่าว) 15 พฤษภาคม 2549 วุ้นประหลาดจากฟ้า วันที่คนไทยกราบเจลลดไข้
ชาวบ้านใน จ.อุทัยธานี พบวัตถุประหลาดร่วงมาจากท้องฟ้าในคืนที่พายุฝนพัดกระหน่ำ มีลักษณะคล้ายวุ้น สีขาวขุ่น ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ มีแกนคล้ายน้ำแข็งอยู่ภายใน พอจับก็หดตัว พอใส่ขวดโหลก็พองใหญ่ขึ้น
.
ข่าวแพร่กระจายออกไปทั่วประเทศ กระแสก็ระเบิด
.
ชาวบ้านแห่กันมากราบไหว้ เเชื่อว่าเป็นวัตถุประหลาดจากนอกโลก บางคนว่าเป็น "ขี้เอเลี่ยน" บางคนเชื่อว่าคือ "แก้วสารพัดนึก" ที่ฟ้าประทานมาให้ เจ้าของวุ้นคนแรกปฏิเสธทุกข้อเสนอซื้อ เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้รักษามะเร็งได้ นิมนต์พระมาทำบุญ และนำไปคลุกข้าวกิน
.
ปรากฏการณ์ลุกลามไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ มีรายงานพบวุ้นประหลาด พร้อมกันในหลายพื้นที่ หน่วยงานรัฐหลายแห่งต้องเข้าไปตรวจสอบ นักวิทยาศาสตร์ถูกเชิญมาวิเคราะห์ สื่อทุกสำนักพาดหัวข่าวแข่งกัน
.
จนกระทั่งความจริงเฉลย อย. ออกมายืนยันว่า วัตถุประหลาดที่ว่าคือ "แผ่นเจลลดไข้" สำหรับเด็ก เตือนว่าอย่าให้เด็กนำเข้าปาก เพราะอาจพองตัวและอุดตันได้
.
ความจริงถูกค้นพบด้วยวิธีที่ไม่คาดคิด มีคุณแม่คนหนึ่งโพสต์ในเว็บไซต์ว่าน่าจะเป็นเจลลดไข้ แล้วมีคนนำไปทดลองตาม
.
รัฐมนตรีบางคนออกมาแสดงความเห็นว่าข่าวนี้ทำให้คนไทยถูกมองว่าไม่มีการศึกษา ส่วนนักวิชาการมองต่างมุมว่า อย่างน้อยเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า คนไทยมีนิสัยช่างสงสัย ช่างทดสอบ และการพิสูจน์ความจริงไม่จำเป็นต้องรอนักวิทยาศาสตร์เสมอไป
.
4 ปีหลังจากนั้น ค่ายหนัง GTH จับเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ "กระดึ๊บ" เข้าฉายในปี 2553 ตั้งคอนเซปต์ว่า "แล้วถ้าเจลลดไข้ไม่ได้เป็นแค่เจลลดไข้ล่ะ?" กลายเป็นหนัง Monster Comedy ที่ดังไม่แพ้ข่าวต้นตำรับ
.
ที่มา : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ / The Thaiger
15 พฤษภาคม 2549 วุ้นประหลาดจากฟ้า วันที่คนไทยกราบเจลลดไข้