อย่างที่ว่าไป ผมยิ่งโฟกัสเวลาจะยิ่งเดินช้ามากๆ
คือตอนนี้ผมบวชอยู่ บวชตั้งเเต่11 เมษายน เเละจะลาสิกขาตอนเดือน10 หลังออกพรรษา วัดผมจะรับกฐินไว
ก็คือผมตั้งใจจะบวชเข้าพรรษาออกพรรษาครับ เเต่ว่า ผมดันไม่หาข้อมูลเอง เพราะคนที่บ้านบอกว่าเข้าพรรษามันเดือนเมษา ผมก็เลยบวชเมษา เเต่ไม่ใช่ครับ พึ่งมารู้ตอนบวชนี่เเหล่ะ555555
ก็คือบวชนานอยู่ครับ 6 เดือน ลองทำอะไรที่เคยทำเเล้วมีความสุข มันกลับ ไม่มีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่ทำเลยครับ
อย่างการอ่านมังฮวา มังงะ ดูอนิเมะ ใจเราอยากอ่าน เเต่พอได้อ่านก็อึดอัด เเล้วเเบบพอมาอยู่วัด ก็รู้สึกขัดใจอะไรหลายๆอย่าง เเล้วเเต่วัดนะครับ ผมไม่ได้เหมารวม
อย่างพระวัดผมคุยกันเเต่เรื่องเงินในซอง เเล้วก็ของที่ญาติโยมมาถวายว่าทำไม่เป็นบ้าง อันนี้ไม่ค่อยอร่อยบ้าง
ผมก็มีความรู้สึกอายบ้างอะครับ เวลานั่งร่วมวงกับเขาเพราะเวลาพูดญาติโยมก็ได้ยินบ้าง มันดูไม่ดีมากๆ
อย่างตอนผมบวชผมก็ มีเสียดายเงินบ้างอะครับ อย่างที่บวชวัดผม เเค่ค่าบวชก็ต้องจ่าย7,000อะครับ ไม่รวมค่าฉลองพระใหม่ฉันเพลนะครับ อันนี้เเค่ตอนบวชในโบสถ์
เพราะเขาจะบอกก่อนบวชครับ ว่าต้องใส่ให้ อุปัชณาย์ ใส่เท่าไหร่ คู่สวดเท่าไหร่ พระลำดับเท่าไหร่
เเล้ววัดนี้ส่วนมาก รับกิจนิมนต์บ่อยมากๆครับ ไปตามวัดอื่นเรื่อยเลยครับ บางทีผมก็มีอึดอัดบ้าง เพราะปกติเป็นคนอินโทรเวิร์ต เเล้วอะไรหลายๆอย่างผมหาข้อมูลเองหมดเลยครับ ไม่ว่าจะบทสวดต่างๆ ให้พรต่างๆ การห่มผ้า ห่มดอง เฉวียงบ่า ห่มคลุม ไม่มีใครสอนเลยครับ หลังจากบวชวันเเรกผมไม่นอนเลยครับ เปิดยูทูป หัดห่มผ้าเองทั้งคืน ตอนเเรกๆก็มีหลุดบ้างครับ ผ้าคาด จีวร ยังไม่เซียน เเต่ตอนนี้ก็พอทำเป็นในระดับนึงครับ ปกติเป็นคนเนี๊ยบอยู่เเล้วด้วยเลยจริงจังนิดนึง อย่างบทสวดตอนมาเเรกๆผมก็ถามเขาว่า หลวงพี่ครับ ผมต้องสวดบทไหนบ้าง บทไหนจำเป็นบ้าง ที่ใช้บ่อยๆ
ถามหมดทั้งวัดไม่มีใครบอกเลยครับ เขาบอกว่ารองานนี้จบเดี๋ยวบอก รอ หมดเทศกาลนี้เดี๋ยวบอก ผลัดมาเรื่อยๆ
จนผมก็เเบบกังวลที่ตัวเองสวดไม่ได้ ตอนขึ้นสวด ทำบุญ หรือกิจนิมนต์ ผมก็เลยหาข้อมูลในเน็ตเอาเองครับ บทสวด วิธีห่มผ้าต่างๆ เเล้วตอนมา 2อาทิตย์เเรกเจอ งานหยาบเลยครับ วันนั้นมีกิจนิมนต์ สายที่ผมไปบิณฑบาตร ไม่มีใครไปสักคนเลยครับ เพราะรอไปกิจยิมนต์กัน จนผมต้องใสรถไปคนเดียว เเต่ท่องให้พรได้เเล้วนะครับ
คือเเบบเคว้งมากๆ ได้เจออะไรหลายๆอย่างจนอึดอัด
เเล้วเเบบ เรื่องบางเรื่อง ไม่เคยรู้ก็ได้รู้จนก็อดสงสัยไม่ได้ อยู่มาก็คิดเยอะ เเต่ผมพยายามอยู่ให้รอดวันต่อวัน เเล้วรอเข้าพรรษา ออกพรรษา ก็รับกฐินเเละก็ลาสิกขาเลย เพราะเห็นเขาบอกกันว่าต้องรอรับกฐินก่อนถึงจะจบพรรษา วัดนี้ ไม่สวดทำวัตรกันเลยครับ ส่วนมากรอสวดตอนเข้าพรรษา เเล้วส่วนตัวผมมีโรคประจำตัวด้วย คือไทรอยด์เป็นพิษ บางทีก็จะสั่นบ้าง เวลากดดันหรือตื่นเต้น เเล้วก็เหงื่อจะออกเยอะมากตอนไปกิจนิมนต์ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าวัดนี้ออกกิจนิมนต์บ่อย ก็คือผมต้องซักผ้าทุกวันเลย ส่วนมากวัดนี้จะอยู่ใครอยู่มัน ไม่ค่อยสุงสิงกันเท่าไหร่ ก็จะอยู่ว่าใครสนิทกับใคร เเต่ผมตัวคนเดียวเลยครับ เวลาออกไปทำกิจต่างๆ ไม่ว่าจะบิณฑบาตร หรือออกไปกิจนิมนต์ หลังจากกลับมาผมจะเข้าห้องก่อนเลยครับ เข้ามาพักผ่อน เเล้วก็บางวันก็ออกไปกวาดวัดบ้าง บนศาลา หน้าโบสถ์ เอาง่ายๆมันก็อึดอัดนั่นเเหล่ะครับ อยู่ในที่ ที่ไม่เป็นตัวเอง อะไรบางอย่างก็กดดันนิดๆ
ผมก็ต้องอยู่ไปอีก5เดือนกว่าๆ เลยเเบบว่ามีวิธีไหนที่จะให้เวลามันผ่านไปเร็วๆบ้าง
ทุกวันนี้ผมก็อยู่เเบบไม่ได้สนใจอะไรมากครับ บางวันก็อ่านหนังสือ เเล้วก็นอน ไปกวาดศาลา เเล้วก็รักษาศีลตลอดครับ สังฆาทิเลส13ข้อ ก็ไม่ทำผิดเลยครับ ผมคิดว่า เรามาเเค่ชั่วคราว เรื่องบางเรื่องสึกไปก็ค่อยทำครับ
เเล้วก็ส่วนตัวไม่อยากเข้าปริวาสกรรมด้วย ก็เลยเคร่งไม่อยากทำผิด
ตอนนี้ก็เริ่มชินเเล้วครับตอนเย็นจะไม่ค่อยหิวเลย ถ้าหิว ผมก็กินน้ำเยอะหน่อย55555555 อึดอัดมากครับ เเต่ก็เเบบผมว่าอาจจะได้ทำครั้งเดียวในชีวิตเลยจะทำให้เต็มที่ไปเลย จะได้ไม่เสียดายทีหลังเเต่ก็นับวันลาสิกขาทุ๊กวันน กุฏิ อยู่ข้างเมรุ ด้วยครับ นอนไปผวาไป ห้องน้ำก็ข้างกุฎิต้องเดินออกไป 555555ล้างหน้าราดน้ำ3วิครับ เสียวมาตุ้งเเช่ใส่
เอาจริงๆ พระที่ทำผิดที่วัดจนชิน มีอีกเยอะนะครับ เเต่ผมขอไม่เล่านะครับ ผมกลัวผิดศีลด้วยอะครับ ไม่รู้ว่าการว่าใส่ร้ายหรือเล่าความผิดของสงฆ์ให้ฟังจะผิดศีลหรือป่าว เลยขอไม่เล่าเพิ่มดีกว่า เเต่ก็มีเยอะมากที่เขาทำผิด จนชินตาเลยครับ เเต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจเลย ปวดสมอง
อินโทรเวิร์ต อยู่ยากนิดหน่อยยย
มีวิธีทำให้เวลาเดินไวๆมั่งไหมครับ
คือตอนนี้ผมบวชอยู่ บวชตั้งเเต่11 เมษายน เเละจะลาสิกขาตอนเดือน10 หลังออกพรรษา วัดผมจะรับกฐินไว
ก็คือผมตั้งใจจะบวชเข้าพรรษาออกพรรษาครับ เเต่ว่า ผมดันไม่หาข้อมูลเอง เพราะคนที่บ้านบอกว่าเข้าพรรษามันเดือนเมษา ผมก็เลยบวชเมษา เเต่ไม่ใช่ครับ พึ่งมารู้ตอนบวชนี่เเหล่ะ555555
ก็คือบวชนานอยู่ครับ 6 เดือน ลองทำอะไรที่เคยทำเเล้วมีความสุข มันกลับ ไม่มีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่ทำเลยครับ
อย่างการอ่านมังฮวา มังงะ ดูอนิเมะ ใจเราอยากอ่าน เเต่พอได้อ่านก็อึดอัด เเล้วเเบบพอมาอยู่วัด ก็รู้สึกขัดใจอะไรหลายๆอย่าง เเล้วเเต่วัดนะครับ ผมไม่ได้เหมารวม
อย่างพระวัดผมคุยกันเเต่เรื่องเงินในซอง เเล้วก็ของที่ญาติโยมมาถวายว่าทำไม่เป็นบ้าง อันนี้ไม่ค่อยอร่อยบ้าง
ผมก็มีความรู้สึกอายบ้างอะครับ เวลานั่งร่วมวงกับเขาเพราะเวลาพูดญาติโยมก็ได้ยินบ้าง มันดูไม่ดีมากๆ
อย่างตอนผมบวชผมก็ มีเสียดายเงินบ้างอะครับ อย่างที่บวชวัดผม เเค่ค่าบวชก็ต้องจ่าย7,000อะครับ ไม่รวมค่าฉลองพระใหม่ฉันเพลนะครับ อันนี้เเค่ตอนบวชในโบสถ์
เพราะเขาจะบอกก่อนบวชครับ ว่าต้องใส่ให้ อุปัชณาย์ ใส่เท่าไหร่ คู่สวดเท่าไหร่ พระลำดับเท่าไหร่
เเล้ววัดนี้ส่วนมาก รับกิจนิมนต์บ่อยมากๆครับ ไปตามวัดอื่นเรื่อยเลยครับ บางทีผมก็มีอึดอัดบ้าง เพราะปกติเป็นคนอินโทรเวิร์ต เเล้วอะไรหลายๆอย่างผมหาข้อมูลเองหมดเลยครับ ไม่ว่าจะบทสวดต่างๆ ให้พรต่างๆ การห่มผ้า ห่มดอง เฉวียงบ่า ห่มคลุม ไม่มีใครสอนเลยครับ หลังจากบวชวันเเรกผมไม่นอนเลยครับ เปิดยูทูป หัดห่มผ้าเองทั้งคืน ตอนเเรกๆก็มีหลุดบ้างครับ ผ้าคาด จีวร ยังไม่เซียน เเต่ตอนนี้ก็พอทำเป็นในระดับนึงครับ ปกติเป็นคนเนี๊ยบอยู่เเล้วด้วยเลยจริงจังนิดนึง อย่างบทสวดตอนมาเเรกๆผมก็ถามเขาว่า หลวงพี่ครับ ผมต้องสวดบทไหนบ้าง บทไหนจำเป็นบ้าง ที่ใช้บ่อยๆ
ถามหมดทั้งวัดไม่มีใครบอกเลยครับ เขาบอกว่ารองานนี้จบเดี๋ยวบอก รอ หมดเทศกาลนี้เดี๋ยวบอก ผลัดมาเรื่อยๆ
จนผมก็เเบบกังวลที่ตัวเองสวดไม่ได้ ตอนขึ้นสวด ทำบุญ หรือกิจนิมนต์ ผมก็เลยหาข้อมูลในเน็ตเอาเองครับ บทสวด วิธีห่มผ้าต่างๆ เเล้วตอนมา 2อาทิตย์เเรกเจอ งานหยาบเลยครับ วันนั้นมีกิจนิมนต์ สายที่ผมไปบิณฑบาตร ไม่มีใครไปสักคนเลยครับ เพราะรอไปกิจยิมนต์กัน จนผมต้องใสรถไปคนเดียว เเต่ท่องให้พรได้เเล้วนะครับ
คือเเบบเคว้งมากๆ ได้เจออะไรหลายๆอย่างจนอึดอัด
เเล้วเเบบ เรื่องบางเรื่อง ไม่เคยรู้ก็ได้รู้จนก็อดสงสัยไม่ได้ อยู่มาก็คิดเยอะ เเต่ผมพยายามอยู่ให้รอดวันต่อวัน เเล้วรอเข้าพรรษา ออกพรรษา ก็รับกฐินเเละก็ลาสิกขาเลย เพราะเห็นเขาบอกกันว่าต้องรอรับกฐินก่อนถึงจะจบพรรษา วัดนี้ ไม่สวดทำวัตรกันเลยครับ ส่วนมากรอสวดตอนเข้าพรรษา เเล้วส่วนตัวผมมีโรคประจำตัวด้วย คือไทรอยด์เป็นพิษ บางทีก็จะสั่นบ้าง เวลากดดันหรือตื่นเต้น เเล้วก็เหงื่อจะออกเยอะมากตอนไปกิจนิมนต์ ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าวัดนี้ออกกิจนิมนต์บ่อย ก็คือผมต้องซักผ้าทุกวันเลย ส่วนมากวัดนี้จะอยู่ใครอยู่มัน ไม่ค่อยสุงสิงกันเท่าไหร่ ก็จะอยู่ว่าใครสนิทกับใคร เเต่ผมตัวคนเดียวเลยครับ เวลาออกไปทำกิจต่างๆ ไม่ว่าจะบิณฑบาตร หรือออกไปกิจนิมนต์ หลังจากกลับมาผมจะเข้าห้องก่อนเลยครับ เข้ามาพักผ่อน เเล้วก็บางวันก็ออกไปกวาดวัดบ้าง บนศาลา หน้าโบสถ์ เอาง่ายๆมันก็อึดอัดนั่นเเหล่ะครับ อยู่ในที่ ที่ไม่เป็นตัวเอง อะไรบางอย่างก็กดดันนิดๆ
ผมก็ต้องอยู่ไปอีก5เดือนกว่าๆ เลยเเบบว่ามีวิธีไหนที่จะให้เวลามันผ่านไปเร็วๆบ้าง
ทุกวันนี้ผมก็อยู่เเบบไม่ได้สนใจอะไรมากครับ บางวันก็อ่านหนังสือ เเล้วก็นอน ไปกวาดศาลา เเล้วก็รักษาศีลตลอดครับ สังฆาทิเลส13ข้อ ก็ไม่ทำผิดเลยครับ ผมคิดว่า เรามาเเค่ชั่วคราว เรื่องบางเรื่องสึกไปก็ค่อยทำครับ
เเล้วก็ส่วนตัวไม่อยากเข้าปริวาสกรรมด้วย ก็เลยเคร่งไม่อยากทำผิด
ตอนนี้ก็เริ่มชินเเล้วครับตอนเย็นจะไม่ค่อยหิวเลย ถ้าหิว ผมก็กินน้ำเยอะหน่อย55555555 อึดอัดมากครับ เเต่ก็เเบบผมว่าอาจจะได้ทำครั้งเดียวในชีวิตเลยจะทำให้เต็มที่ไปเลย จะได้ไม่เสียดายทีหลังเเต่ก็นับวันลาสิกขาทุ๊กวันน กุฏิ อยู่ข้างเมรุ ด้วยครับ นอนไปผวาไป ห้องน้ำก็ข้างกุฎิต้องเดินออกไป 555555ล้างหน้าราดน้ำ3วิครับ เสียวมาตุ้งเเช่ใส่
เอาจริงๆ พระที่ทำผิดที่วัดจนชิน มีอีกเยอะนะครับ เเต่ผมขอไม่เล่านะครับ ผมกลัวผิดศีลด้วยอะครับ ไม่รู้ว่าการว่าใส่ร้ายหรือเล่าความผิดของสงฆ์ให้ฟังจะผิดศีลหรือป่าว เลยขอไม่เล่าเพิ่มดีกว่า เเต่ก็มีเยอะมากที่เขาทำผิด จนชินตาเลยครับ เเต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจเลย ปวดสมอง
อินโทรเวิร์ต อยู่ยากนิดหน่อยยย