พวกเราจะมาเล่า backpack trip 4 วัน 3 คืน ที่เกาะเต่า!!
ต้องย้อนกลับไปก่อนว่าตอนแรกพวกเรา 3 คนคิดกันนานมากว่า เราจะไปไหนกันดีนะ พวกเราเห็นว่าเป็นช่วงหน้าร้อนเลยอยากไปทะเล ก็เลยลองเสริชหาจังหวัดที่น่าไป และลองเช็คสภาพอากาศของช่วงเดือนนั้น ว่าไปที่ไหนได้บ้าง เลยจะเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย และช่วงที่เราไปจะเป็นช่วงสงกรานต์ เดือนเมษาซึ่งมันร้อนมากๆ + กับเป็นเทศกาลค่าห้อง ค่ารถ ไหนจะค่าน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้เราต้องจำกัดงบในการไป เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะว่าพวกเรา
ไปไหนกันมาบ้าง ปล.พวกเราขับรถกันไปเองนะจ๊ะ เราจองตั๋วขึ้นท่าเรือจาก บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด เราซื้อตั๋วแบบไป-กลับ ราคาคนละ 1400 บาท เราขึ้นท่าเรือชุมพร

และจองห้องในแอป agoda ชื่อห้องพักของเราชื่อ NITRO HOUSE HOTEL พวกเราเช็คอินเข้าพักวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2569 เช็คเอ้าท์วันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2569 ค่าที่พัก 3487 ตกคนละ 1162 บาท พัก 4 วัน 3 คืน ปล.ถ้าใครจะไปเช็คราคาค่าห้องก่อนได้ค่ะ เพราะว่าช่วงที่เราสามคนไปเป็นช่วงเทศกาลพอดีค่าห้องก็จะราคาค่อนข้างสูง

พวกเราได้ไปเจอทัวร์ดำน้ำรอบเกาะเต่าของแสงทองทัวร์ แล้วรู้สึกว่าน่าจะคุ้มค่าเพราะได้ไปดำน้ำหลายๆเกาะ พวกเราเลยตัดสินใจจองทัวร์ดำนี้ของแสงทองทัวร์ ราคา 690 บาท จากปกติราคา 590 เพราะพวกเราไปช่วงราคาน้ำมันขึ้น 100 บาท ถ้าใครสนใจก็ลองทักไปถามในเพจแสงทองทัวร์ก่อนได้ค่ะ

Day 1 15/04/69 วันแรกของการออกทริปของพวกเรา พวกเราขับรถไปเองเริ่มเดินทางจากกรุงเทพไปถึงท่าเรือบุญศิริเรือเร็ว เทศบาลปากน้ำที่จังหวัดชุมพร ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชม.14 นาที พวกเราก็เดินทางมาถึงท่าเรือตอน 12:00 น. พวกเราก็หยิบกระเป๋ากันลงมา ทันใดนั้นเพื่อนได้รู้ว่าลืมหยิบกล้องโกโปรมา5555 อดถ่ายใต้น้ำ แล้วพวกเราก็เลยมารับตั๋วเรือที่จองไว้ แล้วก็รอขึ้นเรือประมาณ 30 นาที จุดรับตั๋วมีร้านน้ำ ขนมให้ซื้อกินได้ มีห้องน้ำให้เข้าด้วยสะอาดดี ตอนนั่งรอก็รู้สึกว่าคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่อากาศวันนั้นร้อนมาก เรือมาแล้วววว เย้ ตอนนี้พวกเราก็ได้ขนของขึ้นเรือกันมาแล้วนะคะ เดินทางไปเกาะเต่ากันเล๊ยยย พวกเราจะกำลังจะข้ามไปเกาะเต่ากั๊นนน เวลา 15:00 น.
ถึงแล้วเกาะเต่า ตอนที่เหยียบมาถึงบนเกาะเต่าครั้งแรกเนี่ย มีชาวต่างชาติเยอะมากๆๆ และพวกเราก็ไปเช็คอินห้องพัก NITRO HOUSE 15:30 น. ระหว่างนี้พวกเราก็เอาของไปเก็บกันแล้วก็ไปหาของอร่อยกินกัน พวกเราเสิร์ชหาว่ามีร้านอะไรน่ากินในเกาะเต่าบ้าง แล้วพวกเราไปเจอมาร้านนึง ร้านชื่อ ปราณีคิทเช่น พวกเราสั่งเมนูพะแนงหมู กุ้งชุบแป้งทอด ฮู้วววว พอกินแล้วอร่อยมาก

Day 2 16/04/69 วันที่ 2 ของการออกทริป ช่วงเช้าได้ลองเสิร์ชหาชาวประมงแล้วถ้าจะตกปลาเป็นแบบไพรเวท ซึ่งราคาสูงมาก เหมาเรือลำนึงเป็นหมื่นเลย พวกเราเลยลองถามคนแถวนั้นว่ายังมีชาวประมงอยู่บ้างไหม แต่ส่วนมากคนแถวนั้นบอกว่าไม่มีแล้ว และเราก็ตามหากันจนเจอพี่ประมงคนนึงยืนถือป้ายอยู่ที่หาดทรายรี ก็เข้าไปถามว่าพี่รับพาออกไปประมงไหม พี่เขาตอบตกลงพอดี พวกเราก็ดีใจกันมากที่ได้เรือแล้ว พี่เขาชื่อพี่นัท พี่เขาคิดราคาค่าพาไปออกประมง 2500 3 คน พี่เขาก็นัดเราไว้พรุ่งนี้ตอน 15:00 น. วันนี้เราได้ทำการจองทัวร์ดำน้ำรอบเกาะ รถมารับตอน 9:30 น. อันนี้พวกเราไปกับทัวร์ที่มีคนรวมกันประมาณ 70 คน ถ้าอยากไปคนน้อยๆแนะนำให้ไปหาตามที่พี่เขาถือป้ายกันแต่ขอแนะนำไปหาแถวหาดทรายรี
ตอนเย็นหลังจากที่เราไปดำน้ำกันเสร็จ เราก็กลับห้องไปอาบน้ำล้างตัว หลังจากนั้นเราก็ไปหาอะไรกินกัน ก็ขับไปดูระแวกนั้นว่ามีร้านอะไรน่ากินบ้าง เลยไปเจอร้านนึง ชื่อร้านว่า king fish เป็นร้านค่อนข้างที่จะดังเรา 3 คนก็เลยตัดสินใจไปกินร้านนั้น ร้านนั้นดังเรื่องของ ปลาซาซิมิ เป็นปลาไทยตามรูปที่ให้ดูเลย บอกเลยว่าให้เต็ม 10 อร่อยมาก แต่ราคาก็ค่อนข้างแรง ส่วนสำหรับเมนูอื่นๆรู้สึกว่าเฉยๆ เป็นรสทั่วไปไม่ได้ว้าวขนาดนั้น แอบเสียดายตรงที่รอคิวและ อาหารนานไปหน่อย แต่โดยรวมโอเคมาก หลังจากนั้นเราก็กลับที่พักพักผ่อน
Day 3 17/04/69 วันที่ 3 ของการออกทริป ในช่วงเช้าพวกเราได้ไปกินอาหารใต้ที่พี่ประมงเขาแนะนำไว้ ชื่อร้านข้าวแกงป้าแมว เป็นร้านอาหารพื้นบ้าน ติดถนนเส้นแม่หาด-โฉลกบ้านเก่า รสชาติอร่อย มีให้เลือกหลายเมนู มีแต่ของอร่อยๆ มีชุดน้ำพริกผักสด ทีเด็ดน้ำพริกเผ็ดรสชาติดี ราคาไม่แพง สั่งเมนู คั่วกลิ้ง ขาหมู แกงส้มมะระกอกุ้ง รสชาติเข้มข้นแบบสไตล์ใต้แท้ๆ พี่ประมงที่เราติดต่อไว้เขานัดเราไว้ตอน 15:00 น.
หลังจากที่พวกเรากินข้าวเสร็จพวกเราก็กลับที่พักไปเตรียมตัวเพื่อที่จะไปออกประมงกับพี่นัท พอถึงเวลานัดพวกเราก็ขับรถไปหาพี่นัทแล้วก็ออกเรือไปประมงกัน พี่เขาพาไปที่อ่าวชาร์คเบย์และอ่าวลึกเป็นอ่าวที่พี่เขาบอกว่ามีเต่า พวกเราดำน้ำลงไปดูเต่ากัน เต่าตัวใหญ่มากน้ำลึก 10 เมตร และเราก็ไปอ่าวชาร์คไอส์แลนด์เป็นจุดดำน้ำยอดนิยม เหมาะสำหรับการดำน้ำลึก (SCUBA) ในทุกๆเกาะพวกเราดำลงไปก็ได้พบปะการังอ่อน ปลากระเบนจุดฟ้า ปลาสาก ปลาวัวยักษ์ และก็เจอฉลามครีบดำ ในระหว่างที่ดำน้ำพี่นัทเขาได้เอาที่ยิงปลาไปยิงปลาเก๋า ตอนเห็นพี่เขายิงรู้สึกแบบหึ้ยระยะมันไกลอยู่นะพี่เขาโคตรแม่น แต่ยิงไป 4-5 ที พี่เขายิงแรงไปหน่อยพังเลย แต่ทันใดนั้นพี่เขาเนี่ยฝืนหยิบขึ้นไปยิงต่อเพราะเขาอยากให้เราเห็นวิธีการจับปลา เขายิงปลาเก๋าได้ตัวนึง เขาบอกว่ามันไปขายได้แพงอยู่ น่าจะประมาณโลละ 2000 บาท พี่เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาไปถามเพื่อนเเขาให้ว่าจะเอาปลาไปให้ทำให้กินได้ไหม ความรู้สึกตอนดำน้ำลงไปครั้งแรกต่างจากที่เราไปกับทัวร์มาก คือปะการังมันสวยแล้วมันใหญ่มาก อุดมสมบูรณ์แบบมากกว่าที่ตรงทัวร์พาไปอีก เซอร์ไพรส์มากรู้สึกว้าว น่าตื่นตาตื่นใจมาก แล้วน้ำก็โคตรใส แต่พี่เขาบอกว่านี่ยังไม่ใสนะวันนี้คลื่นแรง ซึ่งสำหรับใครที่ไปครั้งแรกนะจะรู้สึกว่าแค่นี้ก็ใสมากแล้ว แต่พี่เขาบอกว่ามันจะใสมากๆใสเหมือนสระว่ายน้ำเลย ก็รู้สึกคุ้มค่ามากที่แบบได้มาแบบไพรเวท พี่นัทสอนพูดภาษาใต้ด้วยพวกเราก็ลองพูดตามก็รู้สึกว่าได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ

หลังจากที่เราไปดำน้ำกันมาอีกรอบ เราก็กลับที่พักไปอาบน้ำล้างตัว และไปกินข้าวเย็นกัน แต่มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษ นั่นก็คือ พิซซ่าาา เป็นอาหารที่พี่นัทหรือพี่ประมงบอกว่ามาที่นี้ต้องมากินนะ ห้ามพลาด อร่อยมาก เรา 3 คนก็เลยไปตามหาร้านพิซซ่า ซึ่งมีหลายร้านมาก เราก็เลยขับดูว่าร้านไหนดูน่ากินน่าอร่อย เลยไปเจอร้านนึงอยู่แถวๆที่พักพอดี ชื่อร้านว่า Picatso Pizza Koh Tao เราได้สั่งหน้าพิซซ่าฮาวาเอียน 1 และหน้าชีส 1 และอย่างสุดท้ายที่สั่งคือ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า จะบอกว่าอร่อยมาก เป็นรสชาติแบบอิตาเลียนแท้ๆเลย แป้งเป็นแบบบาง แต่ว่านุ่มมาก แป้งคล้ายๆแป้งโรตีแต่อร่อยมาก ทุกคนต้องลองไปกิน เป็นราคาที่แพง แต่ก็ราคาเท่าๆกับที่ฝั่ง หลังจากนั้นเราก็กลับที่พักนอนกัน
Day 4 18/04/69 วันที่สุดท้ายของทริปนี้ วันนี้ไม่ได้มีอะไรมากเราต้องเก็บของเพื่อที่จะรอขึ้นเรือกลับฝั่ง ช่วง 10 โมง และถึงฝั่งช่วงเวลา บ่ายโมง หลังจากนั้นเราก็ขับไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นร้านดังใน Tiktok ชื่อร้านว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือทองผกา ราคาน่ารัก และอร่อยมาก หลังจากกินเสร็จเราก็ขับรถ กลับกรุงเทพ แล้วก็จบทริปนี้กัน
งบการเดินทาง
3 คน รวมกัน 15000 คนละ 5000
- ค่าที่พัก 3487 คนละ 1162 บาท 3 คืน
- ค่าดำน้ำทัว 1950 คนละ 650 บาท
- ค่าตั๋วเรือ ไป-กลับ 4500 คนละ 1500 บาท
- เหลือค่ากิน+อื่นๆ 5063
- สำหรับใครที่อยากไปแบบไพรเวทก็สามารถไปหาพี่นัทที่หาดทรายรีได้นะคะ จะมีพี่เขาถือป้ายอยู่ ราคาประมาณ 2500 แบบเหมาลำ
- สำหรับใครอยากจะเช่ากล้องโกโปรสำหรับถ่ายใต้น้ำ เช่าได้ที่หาดทรายรี 3 ชม.ประมาณ 700 บาท แล้วแต่รุ่น
สรุปทริปนี้รู้สึกว่าเป็นทริปที่สนุกมากๆ เป็นการที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนครั้งแรก ได้ลองทำอะไรใหม่กับเพื่อน ได้รู้ว่าคนบนเกาะเต่าแทบจะนำหน้าเราตลอดเวลา ได้เรียนรู้ในการเข้าไปพูดคุยกับคนในชุมชน ทำให้รู้ว่าเกาะนี้เป็นเกาะที่ทำเป็นแบบเชิงธุรกิจทั้งหมดแล้ว การที่จะออกเรือไปตกปลาหรือทำประมงแทบจะไม่มี ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะมีแต่ชาวต่างชาติ คนไทยน้อยมากๆ แต่คนในเกาะน่ารักกันทุกคนเลย ได้เห็นถึงความสวยงามของท้องทะเลและทริปนี้ถ้าใครอยากไปอยากแนะนำให้ดูเรื่องสภาพอากาศ ว่าเดือนที่เราไปหรือวันที่เราจองไป มีพายุหรือฝนตกมั้ย ถ้าเราไปในช่วงที่ที่มันถูก น้ำทะเลจะสีสวยมากๆๆๆ แบบมากๆๆ พกกันแดดไปเยอะๆ ถ้าไปหน้าร้อน เพราะร้อนมาก แบบมากกกกกก วางแผนการเดินทางให้ดี แบบว่าเช็คดีๆค่ะ ว่าเราจะเช่ารถวันไหน กี่วัน เพราะอาจจะทำให้เราเสียค่ารถเพิ่มขึ้น สุดท้ายคืออยากจะบอกคนที่ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน อยากให้ทุกคนลองมาเกาะเต่าดูแล้วทุกคนจะรู้ว่าสุดยอดดดดดดดดดดด
Backpack trip 4 วัน 3 คืน ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี!!
ต้องย้อนกลับไปก่อนว่าตอนแรกพวกเรา 3 คนคิดกันนานมากว่า เราจะไปไหนกันดีนะ พวกเราเห็นว่าเป็นช่วงหน้าร้อนเลยอยากไปทะเล ก็เลยลองเสริชหาจังหวัดที่น่าไป และลองเช็คสภาพอากาศของช่วงเดือนนั้น ว่าไปที่ไหนได้บ้าง เลยจะเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย และช่วงที่เราไปจะเป็นช่วงสงกรานต์ เดือนเมษาซึ่งมันร้อนมากๆ + กับเป็นเทศกาลค่าห้อง ค่ารถ ไหนจะค่าน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้เราต้องจำกัดงบในการไป เดี๋ยวเรามาดูกันนะคะว่าพวกเรา
ไปไหนกันมาบ้าง ปล.พวกเราขับรถกันไปเองนะจ๊ะ เราจองตั๋วขึ้นท่าเรือจาก บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด เราซื้อตั๋วแบบไป-กลับ ราคาคนละ 1400 บาท เราขึ้นท่าเรือชุมพร
และจองห้องในแอป agoda ชื่อห้องพักของเราชื่อ NITRO HOUSE HOTEL พวกเราเช็คอินเข้าพักวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2569 เช็คเอ้าท์วันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2569 ค่าที่พัก 3487 ตกคนละ 1162 บาท พัก 4 วัน 3 คืน ปล.ถ้าใครจะไปเช็คราคาค่าห้องก่อนได้ค่ะ เพราะว่าช่วงที่เราสามคนไปเป็นช่วงเทศกาลพอดีค่าห้องก็จะราคาค่อนข้างสูง
พวกเราได้ไปเจอทัวร์ดำน้ำรอบเกาะเต่าของแสงทองทัวร์ แล้วรู้สึกว่าน่าจะคุ้มค่าเพราะได้ไปดำน้ำหลายๆเกาะ พวกเราเลยตัดสินใจจองทัวร์ดำนี้ของแสงทองทัวร์ ราคา 690 บาท จากปกติราคา 590 เพราะพวกเราไปช่วงราคาน้ำมันขึ้น 100 บาท ถ้าใครสนใจก็ลองทักไปถามในเพจแสงทองทัวร์ก่อนได้ค่ะ
Day 1 15/04/69 วันแรกของการออกทริปของพวกเรา พวกเราขับรถไปเองเริ่มเดินทางจากกรุงเทพไปถึงท่าเรือบุญศิริเรือเร็ว เทศบาลปากน้ำที่จังหวัดชุมพร ใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชม.14 นาที พวกเราก็เดินทางมาถึงท่าเรือตอน 12:00 น. พวกเราก็หยิบกระเป๋ากันลงมา ทันใดนั้นเพื่อนได้รู้ว่าลืมหยิบกล้องโกโปรมา5555 อดถ่ายใต้น้ำ แล้วพวกเราก็เลยมารับตั๋วเรือที่จองไว้ แล้วก็รอขึ้นเรือประมาณ 30 นาที จุดรับตั๋วมีร้านน้ำ ขนมให้ซื้อกินได้ มีห้องน้ำให้เข้าด้วยสะอาดดี ตอนนั่งรอก็รู้สึกว่าคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่อากาศวันนั้นร้อนมาก เรือมาแล้วววว เย้ ตอนนี้พวกเราก็ได้ขนของขึ้นเรือกันมาแล้วนะคะ เดินทางไปเกาะเต่ากันเล๊ยยย พวกเราจะกำลังจะข้ามไปเกาะเต่ากั๊นนน เวลา 15:00 น.
ถึงแล้วเกาะเต่า ตอนที่เหยียบมาถึงบนเกาะเต่าครั้งแรกเนี่ย มีชาวต่างชาติเยอะมากๆๆ และพวกเราก็ไปเช็คอินห้องพัก NITRO HOUSE 15:30 น. ระหว่างนี้พวกเราก็เอาของไปเก็บกันแล้วก็ไปหาของอร่อยกินกัน พวกเราเสิร์ชหาว่ามีร้านอะไรน่ากินในเกาะเต่าบ้าง แล้วพวกเราไปเจอมาร้านนึง ร้านชื่อ ปราณีคิทเช่น พวกเราสั่งเมนูพะแนงหมู กุ้งชุบแป้งทอด ฮู้วววว พอกินแล้วอร่อยมาก
Day 2 16/04/69 วันที่ 2 ของการออกทริป ช่วงเช้าได้ลองเสิร์ชหาชาวประมงแล้วถ้าจะตกปลาเป็นแบบไพรเวท ซึ่งราคาสูงมาก เหมาเรือลำนึงเป็นหมื่นเลย พวกเราเลยลองถามคนแถวนั้นว่ายังมีชาวประมงอยู่บ้างไหม แต่ส่วนมากคนแถวนั้นบอกว่าไม่มีแล้ว และเราก็ตามหากันจนเจอพี่ประมงคนนึงยืนถือป้ายอยู่ที่หาดทรายรี ก็เข้าไปถามว่าพี่รับพาออกไปประมงไหม พี่เขาตอบตกลงพอดี พวกเราก็ดีใจกันมากที่ได้เรือแล้ว พี่เขาชื่อพี่นัท พี่เขาคิดราคาค่าพาไปออกประมง 2500 3 คน พี่เขาก็นัดเราไว้พรุ่งนี้ตอน 15:00 น. วันนี้เราได้ทำการจองทัวร์ดำน้ำรอบเกาะ รถมารับตอน 9:30 น. อันนี้พวกเราไปกับทัวร์ที่มีคนรวมกันประมาณ 70 คน ถ้าอยากไปคนน้อยๆแนะนำให้ไปหาตามที่พี่เขาถือป้ายกันแต่ขอแนะนำไปหาแถวหาดทรายรี
ตอนเย็นหลังจากที่เราไปดำน้ำกันเสร็จ เราก็กลับห้องไปอาบน้ำล้างตัว หลังจากนั้นเราก็ไปหาอะไรกินกัน ก็ขับไปดูระแวกนั้นว่ามีร้านอะไรน่ากินบ้าง เลยไปเจอร้านนึง ชื่อร้านว่า king fish เป็นร้านค่อนข้างที่จะดังเรา 3 คนก็เลยตัดสินใจไปกินร้านนั้น ร้านนั้นดังเรื่องของ ปลาซาซิมิ เป็นปลาไทยตามรูปที่ให้ดูเลย บอกเลยว่าให้เต็ม 10 อร่อยมาก แต่ราคาก็ค่อนข้างแรง ส่วนสำหรับเมนูอื่นๆรู้สึกว่าเฉยๆ เป็นรสทั่วไปไม่ได้ว้าวขนาดนั้น แอบเสียดายตรงที่รอคิวและ อาหารนานไปหน่อย แต่โดยรวมโอเคมาก หลังจากนั้นเราก็กลับที่พักพักผ่อน
Day 3 17/04/69 วันที่ 3 ของการออกทริป ในช่วงเช้าพวกเราได้ไปกินอาหารใต้ที่พี่ประมงเขาแนะนำไว้ ชื่อร้านข้าวแกงป้าแมว เป็นร้านอาหารพื้นบ้าน ติดถนนเส้นแม่หาด-โฉลกบ้านเก่า รสชาติอร่อย มีให้เลือกหลายเมนู มีแต่ของอร่อยๆ มีชุดน้ำพริกผักสด ทีเด็ดน้ำพริกเผ็ดรสชาติดี ราคาไม่แพง สั่งเมนู คั่วกลิ้ง ขาหมู แกงส้มมะระกอกุ้ง รสชาติเข้มข้นแบบสไตล์ใต้แท้ๆ พี่ประมงที่เราติดต่อไว้เขานัดเราไว้ตอน 15:00 น.
หลังจากที่พวกเรากินข้าวเสร็จพวกเราก็กลับที่พักไปเตรียมตัวเพื่อที่จะไปออกประมงกับพี่นัท พอถึงเวลานัดพวกเราก็ขับรถไปหาพี่นัทแล้วก็ออกเรือไปประมงกัน พี่เขาพาไปที่อ่าวชาร์คเบย์และอ่าวลึกเป็นอ่าวที่พี่เขาบอกว่ามีเต่า พวกเราดำน้ำลงไปดูเต่ากัน เต่าตัวใหญ่มากน้ำลึก 10 เมตร และเราก็ไปอ่าวชาร์คไอส์แลนด์เป็นจุดดำน้ำยอดนิยม เหมาะสำหรับการดำน้ำลึก (SCUBA) ในทุกๆเกาะพวกเราดำลงไปก็ได้พบปะการังอ่อน ปลากระเบนจุดฟ้า ปลาสาก ปลาวัวยักษ์ และก็เจอฉลามครีบดำ ในระหว่างที่ดำน้ำพี่นัทเขาได้เอาที่ยิงปลาไปยิงปลาเก๋า ตอนเห็นพี่เขายิงรู้สึกแบบหึ้ยระยะมันไกลอยู่นะพี่เขาโคตรแม่น แต่ยิงไป 4-5 ที พี่เขายิงแรงไปหน่อยพังเลย แต่ทันใดนั้นพี่เขาเนี่ยฝืนหยิบขึ้นไปยิงต่อเพราะเขาอยากให้เราเห็นวิธีการจับปลา เขายิงปลาเก๋าได้ตัวนึง เขาบอกว่ามันไปขายได้แพงอยู่ น่าจะประมาณโลละ 2000 บาท พี่เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาไปถามเพื่อนเเขาให้ว่าจะเอาปลาไปให้ทำให้กินได้ไหม ความรู้สึกตอนดำน้ำลงไปครั้งแรกต่างจากที่เราไปกับทัวร์มาก คือปะการังมันสวยแล้วมันใหญ่มาก อุดมสมบูรณ์แบบมากกว่าที่ตรงทัวร์พาไปอีก เซอร์ไพรส์มากรู้สึกว้าว น่าตื่นตาตื่นใจมาก แล้วน้ำก็โคตรใส แต่พี่เขาบอกว่านี่ยังไม่ใสนะวันนี้คลื่นแรง ซึ่งสำหรับใครที่ไปครั้งแรกนะจะรู้สึกว่าแค่นี้ก็ใสมากแล้ว แต่พี่เขาบอกว่ามันจะใสมากๆใสเหมือนสระว่ายน้ำเลย ก็รู้สึกคุ้มค่ามากที่แบบได้มาแบบไพรเวท พี่นัทสอนพูดภาษาใต้ด้วยพวกเราก็ลองพูดตามก็รู้สึกว่าได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ
หลังจากที่เราไปดำน้ำกันมาอีกรอบ เราก็กลับที่พักไปอาบน้ำล้างตัว และไปกินข้าวเย็นกัน แต่มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษ นั่นก็คือ พิซซ่าาา เป็นอาหารที่พี่นัทหรือพี่ประมงบอกว่ามาที่นี้ต้องมากินนะ ห้ามพลาด อร่อยมาก เรา 3 คนก็เลยไปตามหาร้านพิซซ่า ซึ่งมีหลายร้านมาก เราก็เลยขับดูว่าร้านไหนดูน่ากินน่าอร่อย เลยไปเจอร้านนึงอยู่แถวๆที่พักพอดี ชื่อร้านว่า Picatso Pizza Koh Tao เราได้สั่งหน้าพิซซ่าฮาวาเอียน 1 และหน้าชีส 1 และอย่างสุดท้ายที่สั่งคือ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า จะบอกว่าอร่อยมาก เป็นรสชาติแบบอิตาเลียนแท้ๆเลย แป้งเป็นแบบบาง แต่ว่านุ่มมาก แป้งคล้ายๆแป้งโรตีแต่อร่อยมาก ทุกคนต้องลองไปกิน เป็นราคาที่แพง แต่ก็ราคาเท่าๆกับที่ฝั่ง หลังจากนั้นเราก็กลับที่พักนอนกัน
Day 4 18/04/69 วันที่สุดท้ายของทริปนี้ วันนี้ไม่ได้มีอะไรมากเราต้องเก็บของเพื่อที่จะรอขึ้นเรือกลับฝั่ง ช่วง 10 โมง และถึงฝั่งช่วงเวลา บ่ายโมง หลังจากนั้นเราก็ขับไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นร้านดังใน Tiktok ชื่อร้านว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือทองผกา ราคาน่ารัก และอร่อยมาก หลังจากกินเสร็จเราก็ขับรถ กลับกรุงเทพ แล้วก็จบทริปนี้กัน
งบการเดินทาง
3 คน รวมกัน 15000 คนละ 5000
- ค่าที่พัก 3487 คนละ 1162 บาท 3 คืน
- ค่าดำน้ำทัว 1950 คนละ 650 บาท
- ค่าตั๋วเรือ ไป-กลับ 4500 คนละ 1500 บาท
- เหลือค่ากิน+อื่นๆ 5063
- สำหรับใครที่อยากไปแบบไพรเวทก็สามารถไปหาพี่นัทที่หาดทรายรีได้นะคะ จะมีพี่เขาถือป้ายอยู่ ราคาประมาณ 2500 แบบเหมาลำ
- สำหรับใครอยากจะเช่ากล้องโกโปรสำหรับถ่ายใต้น้ำ เช่าได้ที่หาดทรายรี 3 ชม.ประมาณ 700 บาท แล้วแต่รุ่น
สรุปทริปนี้รู้สึกว่าเป็นทริปที่สนุกมากๆ เป็นการที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนครั้งแรก ได้ลองทำอะไรใหม่กับเพื่อน ได้รู้ว่าคนบนเกาะเต่าแทบจะนำหน้าเราตลอดเวลา ได้เรียนรู้ในการเข้าไปพูดคุยกับคนในชุมชน ทำให้รู้ว่าเกาะนี้เป็นเกาะที่ทำเป็นแบบเชิงธุรกิจทั้งหมดแล้ว การที่จะออกเรือไปตกปลาหรือทำประมงแทบจะไม่มี ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะมีแต่ชาวต่างชาติ คนไทยน้อยมากๆ แต่คนในเกาะน่ารักกันทุกคนเลย ได้เห็นถึงความสวยงามของท้องทะเลและทริปนี้ถ้าใครอยากไปอยากแนะนำให้ดูเรื่องสภาพอากาศ ว่าเดือนที่เราไปหรือวันที่เราจองไป มีพายุหรือฝนตกมั้ย ถ้าเราไปในช่วงที่ที่มันถูก น้ำทะเลจะสีสวยมากๆๆๆ แบบมากๆๆ พกกันแดดไปเยอะๆ ถ้าไปหน้าร้อน เพราะร้อนมาก แบบมากกกกกก วางแผนการเดินทางให้ดี แบบว่าเช็คดีๆค่ะ ว่าเราจะเช่ารถวันไหน กี่วัน เพราะอาจจะทำให้เราเสียค่ารถเพิ่มขึ้น สุดท้ายคืออยากจะบอกคนที่ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน อยากให้ทุกคนลองมาเกาะเต่าดูแล้วทุกคนจะรู้ว่าสุดยอดดดดดดดดดดด