คนตจว. ส่วนใหญ่จะมีบ้าน มีที่ดินที่นาของตัวเอง ใช้ทำมาหากิน ใช้ชีวิตเรียบง่าย สมถะ ไม่ค่อยฟุ่มเฟือย
แต่รายจ่ายค่าภาษีสังคมแต่ละเดือน เยอะกว่าค่าใช้จ่ายในครอบครัวรวมกันทั้งเดือนอีก อันนี้พูดไม่เกินจริง
ด้วยสังคมตจว. มีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นในระดับครอบครัว ญาติ และคนร่วมชุมชม รู้จักกัน ไปมาหาสู่กัน แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เวลามีบุญ มีงาน ทั้งงานแต่ง งานบวช งานศพ งานขึ้นบ้านใหม่...
ก็มักจะเชิญกันแบบทั่วถึงทั้งหมู่บ้าน เกือบทั้งตำบล เกือบทั้งอำเภอ...
ซึ่งเจ้าภาพเขาก็ไม่ได้คิดจะเอาเงินจากการ์ดเชิญขนาดนั้น แต่ด้วยขนบประเพณี มันคือการให้เกียรติ การให้คุณค่าบ่งบอกความสัมพันธ์และการยอมรับกับคนร่วมชุมชน
ยิ่งใครรู้จักคนมาก เดือนๆนึง คือเดินสายไปงานเกือบทั้งเดือน ต้องวางแผนการเงินดีๆเลยล่ะ ถ้าคิดจะใช้ชีวิตเกษียณที่ตจว.
มีช่วงนึง จขกท. กลับบ้าน พ่อแม่จขกท. ตะเวนไปร่วมงานต่างๆ ตามการ์ดเชิญ เดือนนึงไปเกือบ 20 วัน บางวัน มี 3 งานชนกัน เคยถามใส่ซองกี่บาท ลองนั่งบวกเล่นๆดู อืมม ค่าใส่ซอง เยอะกว่าค่าใช้จ่ายในบ้าน รวมกันทั้งเดือนเป็นหลายเท่าตัว คิดว่าหลายๆบ้าน ก็เป็นแบบนี้ ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ แต่เข้าใจได้ถึงขนบ ธรรมเนียม การที่คนในชุมชนอยากช่วยจุนเจือเจ้าภาพ ฝากน้ำใจให้แก่คนบ้านใกล้เรือนเคียง ร่วมชุมชน
ตอนคุณย่าเสีย ที่บ้านมีงานขาวดำ ก็ได้รับน้ำใจ ความกระตือรือร้น ทั้งมาช่วยลงแรงจัดสถานที่ ทำอาหาร เก็บกวาด การมาร่วมแสดงความเสียใจ อย่างล้นหลามจนที่นั่งไม่พอ
สัดส่วนรายได้เฉลี่ยคนตจว. น้อยกว่าคนในเมืองหลวง แต่ค่าใช้จ่ายภาษีสังคมตรงนี้ กลับสูงกว่ามากๆ ด้วยคนในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตแบบเป็นส่วนตัวสูง ไม่สุงสิง ใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมัน ผูกพันรู้จักคนรอบข้างน้อยกว่าคนตจว.
ภาษีสังคมของคนกทม. คนในเมืองใหญ่ ก็เลยน้อยกว่าหรือแทบไม่มีเลย
แต่จขกท. ชอบความสัมพันธ์ ของคนตจว.นะ
แก้ไขข้อความ 17.04
คนตจว.มีบ้านมีที่ดินที่นาของตัวเอง ไม่มีหนี้ใช้ชีวิตสมถะไม่ฟุ่มเฟือย แต่ค่าภาษีสังคมแต่ละเดือนเยอะมาก
แต่รายจ่ายค่าภาษีสังคมแต่ละเดือน เยอะกว่าค่าใช้จ่ายในครอบครัวรวมกันทั้งเดือนอีก อันนี้พูดไม่เกินจริง
ด้วยสังคมตจว. มีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นในระดับครอบครัว ญาติ และคนร่วมชุมชม รู้จักกัน ไปมาหาสู่กัน แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เวลามีบุญ มีงาน ทั้งงานแต่ง งานบวช งานศพ งานขึ้นบ้านใหม่...
ก็มักจะเชิญกันแบบทั่วถึงทั้งหมู่บ้าน เกือบทั้งตำบล เกือบทั้งอำเภอ...
ซึ่งเจ้าภาพเขาก็ไม่ได้คิดจะเอาเงินจากการ์ดเชิญขนาดนั้น แต่ด้วยขนบประเพณี มันคือการให้เกียรติ การให้คุณค่าบ่งบอกความสัมพันธ์และการยอมรับกับคนร่วมชุมชน
ยิ่งใครรู้จักคนมาก เดือนๆนึง คือเดินสายไปงานเกือบทั้งเดือน ต้องวางแผนการเงินดีๆเลยล่ะ ถ้าคิดจะใช้ชีวิตเกษียณที่ตจว.
มีช่วงนึง จขกท. กลับบ้าน พ่อแม่จขกท. ตะเวนไปร่วมงานต่างๆ ตามการ์ดเชิญ เดือนนึงไปเกือบ 20 วัน บางวัน มี 3 งานชนกัน เคยถามใส่ซองกี่บาท ลองนั่งบวกเล่นๆดู อืมม ค่าใส่ซอง เยอะกว่าค่าใช้จ่ายในบ้าน รวมกันทั้งเดือนเป็นหลายเท่าตัว คิดว่าหลายๆบ้าน ก็เป็นแบบนี้ ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ แต่เข้าใจได้ถึงขนบ ธรรมเนียม การที่คนในชุมชนอยากช่วยจุนเจือเจ้าภาพ ฝากน้ำใจให้แก่คนบ้านใกล้เรือนเคียง ร่วมชุมชน
ตอนคุณย่าเสีย ที่บ้านมีงานขาวดำ ก็ได้รับน้ำใจ ความกระตือรือร้น ทั้งมาช่วยลงแรงจัดสถานที่ ทำอาหาร เก็บกวาด การมาร่วมแสดงความเสียใจ อย่างล้นหลามจนที่นั่งไม่พอ
สัดส่วนรายได้เฉลี่ยคนตจว. น้อยกว่าคนในเมืองหลวง แต่ค่าใช้จ่ายภาษีสังคมตรงนี้ กลับสูงกว่ามากๆ ด้วยคนในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตแบบเป็นส่วนตัวสูง ไม่สุงสิง ใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมัน ผูกพันรู้จักคนรอบข้างน้อยกว่าคนตจว.
ภาษีสังคมของคนกทม. คนในเมืองใหญ่ ก็เลยน้อยกว่าหรือแทบไม่มีเลย
แต่จขกท. ชอบความสัมพันธ์ ของคนตจว.นะ
แก้ไขข้อความ 17.04