จุดเริ่มต้นจาก "ความบังเอิญ" ในสิงคโปร์
• ปี 2011: ในขณะที่ Martin Berry ยังเป็นนักธนาคารที่มีรายได้สูง เขาได้ไปตัดผมที่ห้าง VivoCity ในสิงคโปร์ และสังเกตเห็นคนต่อคิวยาวเหยียดที่ร้าน Gong Cha ร้านเล็กๆ
• วิสัยทัศน์: เขาไม่ได้มองแค่เครื่องดื่ม แต่มองเห็น "ระบบ" ที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนวัตถุดิบต่ำ แต่กำไรสูง และกระบวนการทำที่รวดเร็ว เขาจึงตัดสินใจบินไปไต้หวันเพื่อพบกับ Zhen-hua Wu ผู้ก่อตั้ง และขอซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์มาเปิดที่เกาหลีใต้
กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" (Surround Starbucks Strategy)
• ปี 2012: Martin นำเงินเก็บประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาเปิด 5 สาขาแรกในเกาหลีใต้
• กลยุทธ์: เนื่องจากตอนนั้นไม่มีใครรู้จักแบรนด์ Gong Cha เขาจึงเลือกเปิดร้าน "ข้างๆ Starbucks" โดยตั้งเป้าว่าขอเพียงแค่ 1 ใน 100 คนที่กำลังจะเดินเข้า Starbucks เปลี่ยนใจมาลองชิมชานมของเขา เขาก็อยู่รอดแล้ว
• ผลลัพธ์: กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนทำให้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Hyundai ติดต่อให้เขาไปเปิดสาขาในห้างทั่วประเทศ
จากผู้รับสิทธิ์ สู่เจ้าของอาณาจักรระดับโลก
• การเติบโต: จาก 5 สาขา เพิ่มเป็น 50 สาขา และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนถึง 300 สาขาภายใน 3 ปี
• ปี 2017: Martin ร่วมมือกับกองทุน UCK Partners (หรือ Unison Capital) ทำการ "ซื้อกิจการคืน (Reverse Acquisition)" จากบริษัทแม่ที่ไต้หวัน (Royal Tea Taiwan) เพื่อกุมอำนาจบริหารและขยายแบรนด์ไปทั่วโลกในนาม Gong Cha Global
• ปัจจุบัน (2024-2026): Gong Cha มีมากกว่า 2,000 สาขา ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และสร้างยอดขายรวมกว่า 18,500 ล้านบาท (หรือประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
📌สรุป
Martin Berry พิสูจน์ให้เห็นว่า "ระบบที่ยอดเยี่ยม" และ "แบรนด์ที่สร้างความประทับใจ" สำคัญกว่าตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว การที่เขากล้าชนกับยักษ์ใหญ่ด้วยการตั้งร้านดักหน้า (Location Strategy) กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แบรนด์โนเนมในวันนั้น กลายเป็นแชมป์ในวันนี้
CR IG 100wealth.th
ความสำเร็จของ Gong Cha แบรนด์ที่กล้าชนกับยักษ์ และกลยุทธ์ของ Martin Berry
• ปี 2011: ในขณะที่ Martin Berry ยังเป็นนักธนาคารที่มีรายได้สูง เขาได้ไปตัดผมที่ห้าง VivoCity ในสิงคโปร์ และสังเกตเห็นคนต่อคิวยาวเหยียดที่ร้าน Gong Cha ร้านเล็กๆ
• วิสัยทัศน์: เขาไม่ได้มองแค่เครื่องดื่ม แต่มองเห็น "ระบบ" ที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนวัตถุดิบต่ำ แต่กำไรสูง และกระบวนการทำที่รวดเร็ว เขาจึงตัดสินใจบินไปไต้หวันเพื่อพบกับ Zhen-hua Wu ผู้ก่อตั้ง และขอซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์มาเปิดที่เกาหลีใต้
กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" (Surround Starbucks Strategy)
• ปี 2012: Martin นำเงินเก็บประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาเปิด 5 สาขาแรกในเกาหลีใต้
• กลยุทธ์: เนื่องจากตอนนั้นไม่มีใครรู้จักแบรนด์ Gong Cha เขาจึงเลือกเปิดร้าน "ข้างๆ Starbucks" โดยตั้งเป้าว่าขอเพียงแค่ 1 ใน 100 คนที่กำลังจะเดินเข้า Starbucks เปลี่ยนใจมาลองชิมชานมของเขา เขาก็อยู่รอดแล้ว
• ผลลัพธ์: กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนทำให้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Hyundai ติดต่อให้เขาไปเปิดสาขาในห้างทั่วประเทศ
จากผู้รับสิทธิ์ สู่เจ้าของอาณาจักรระดับโลก
• การเติบโต: จาก 5 สาขา เพิ่มเป็น 50 สาขา และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนถึง 300 สาขาภายใน 3 ปี
• ปี 2017: Martin ร่วมมือกับกองทุน UCK Partners (หรือ Unison Capital) ทำการ "ซื้อกิจการคืน (Reverse Acquisition)" จากบริษัทแม่ที่ไต้หวัน (Royal Tea Taiwan) เพื่อกุมอำนาจบริหารและขยายแบรนด์ไปทั่วโลกในนาม Gong Cha Global
• ปัจจุบัน (2024-2026): Gong Cha มีมากกว่า 2,000 สาขา ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และสร้างยอดขายรวมกว่า 18,500 ล้านบาท (หรือประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
📌สรุป
Martin Berry พิสูจน์ให้เห็นว่า "ระบบที่ยอดเยี่ยม" และ "แบรนด์ที่สร้างความประทับใจ" สำคัญกว่าตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว การที่เขากล้าชนกับยักษ์ใหญ่ด้วยการตั้งร้านดักหน้า (Location Strategy) กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แบรนด์โนเนมในวันนั้น กลายเป็นแชมป์ในวันนี้
CR IG 100wealth.th