เรื่องนี้เป็นปัญหาครอบครัวที่หนูไม่รู้จะทำยังไง ลองแก้ด้วยตัวเองแล้วแต่ตอนนี้รู้สึกไม่ไหวค่ะ กระทู้นี้ยาวหน่อยนะคะ ระบายปัญหาที่เจอด้วยค่ะ
ช่วงนี้หนูเครียดหนักมากทำให้นอนไม่หลับถ้าไม่ได้ฟังเพลงหรือพวกเสียงฝนค่ะ พยายามนอนด้วยตัวเองแล้วแต่ว่าน้ำตามันไหลออกมา เหมือนหนูคิดฟุ้งซ่านตลอดเลยค่ะพยายามไม่คิดมันก็ยิ่งคิดหนักกว่าเดิม บางทีก็นอนร้องไห้จนเผลอหลับไปเองก็บ่อยเลยค่ะ สาเหตุหลักๆก็จะมาจากคำพูดของคนในครอบครัว พ่อชอบพุดจาแซะ หรือบ่นหนูในเรื่องเล็กๆบ่อยค่ะ ว่าหนูในเรื่องที่หนูก็ไม่รู้ว่าหนูผิดอะไรก็บ่อยค่ะ ยกตัวอย่างก็หนูนั่งเล่นโทรศัพท์ของหนูเฉยๆแต่มันมีแก้วน้ำวางไว้แล้วที่บ้านหนูเลี้ยงแมว แมวที่บ้านหนูค่อนข้างดีดมันเลยวิ่งกระโดขึ้นโต๊ะมาชนแก้วน้ำล้ม พอพ่อเห็นพ่อก็โวยวายขึ้นมาเลยค่ะว่าวางไปเป็นที่เกะกะ แต่หนูก็เช็ดนะคะแต่เขาก็ว่าเหมือนหนูผิดทั้งๆที่ไม่ได้ผิดทั้งหรูแล้วก็แมวเลยค่ะ พ่อหนูก็เป็นคนอารมณ์ร้อน ชอบพูดแซะ ปากไม่ดี หนูโดนมาตั้งแต่เด็กๆ
ช่วงม.ต้นหนูถึงพึ่งมารู้สึกว่าพ่อดูไม่ชอบหนูก็ตรงนี้ค่ะเขาเคยบอกหนูเป็นลูกทรพีตอนนั้นหนูได้ยินหนูเสียงใจหนักมากตอนนั้นเขาอาจจะพูดเล่นๆแต่หนูฟังแล้วหนูมองพ่อเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่นั้นมาเขาก็ทำตัวเหมือนไม่ชอบหนู แม่รู้แม่ก็สอนให้หนูอดทนไว้เพราะพ่อก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว หนูก็ทำตามที่แม่บอกไม่ได้เถียงพ่อกลับอดทนทุกครั้งที่พ่อพูดอะไร พ่อดูจะรักน้องมากกว่าอันนี้คนอื่นก็ดูออกค่ะ ญาติหนูก็บอกว่าน้องลูกรักพ่อหนูเห็นหนูก็ไม่ได้อะไรเพราะตั้งแต่ช่วงม.ต้นหนูก็ไม่ค่อยชอบพ่อแล้ว โดนมาเรื่อยๆมันสะสมมาตลอด
หนูเริ่มคิดไม่อยากอยู่แล้วหนูเอาคำพูดพ่อเก็บมาคิดตลอดเลยพอช่วงม.ปลายหนูไม่คุยกับพ่อเยอะขึ้นแล้วเขาก็เหมือนเดิม บ่นทุกเรื่องทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เรื่องที่ไม่คิดว่าจะบ่นก็บ่น ตอนนี้หนูม.6แล้วค่ะหนูรู้สึกว่ามันหนักมากจนหนูเจอะคนอื่นที่เหมือนพ่อมาบ่นหนู หนูก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว ซึมไปทั้งวัน กินข้าวไม่ลงเลยมันเริ่มมากระทบชีวิตประจำวัน ก่อนหน้านี้ไม่เป็นนะคะ ช่วงนี้หนูน่าจะมีเรื่องเครียดเยอะขึ้นด้วย เครียดเรื่องมหาลัยอะไรพวกนี้
หนูได้เปิดใจคุยกับแม่แล้วนะคะว่ามันเป็นแบบนี้ๆ สาเหตุมาจากเขานะ แม่ก็รับฟังมาคุยกับหนูแต่แม่ก็เป็นคนหัวร้อนง่ายเหมือนกันค่ะแต่ไม่ได้พูดจาไม่ดีเหมือนพ่อ หนูก็อยู่กับทั้งคู่มาตั้งแต่เกิดหนูก็ดูออกว่าอันไหนพูดเล่นอันไหนว่าหนูจริงๆ
แม่ก็บอกว่าจะลองพาไปหาหมอ พาไปคุยกับหมอดู ตอนที่หนูตัดสินใจคุยกับแม่คือหนูใช้ความกล้ามากมาก หนูพึ่งมาบอกแม่เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ เก็บมาตั้งแต่ม.ต้น ตอนแรกหนูไม่มั่นใจ คอยสังเกตตัวเองอยู่ตลอด แต่ตอนนี้มันไม่ไหวจริงๆ ไม่อยากให้แม่เครียดเลยเก็บเอาไว้ เหมือนแม่ก็คงไม่เข้าใจคอยบอกว่าก็เพราะรักหนูถึงจะแสดงออกแบบนี้แต่เขาก็รักหนู แม่ถามหนูว่าหนูไม่รักพ่อหรอ คอนนั้นหนูตอบแม่ไม่ได้เลยค่ะว่าหนูรักพ่อหรือไม่รัก หนูเสียใจกับคำพูดเขามาตบอดแต่เขาก็ทำให้หนูยิ้มบ่อยๆตอนเด็ก แล้วแม่ก็โทษกับโทรศัพท์โทษเพื่อนหนู ถามว่าหนูจะไปอยู่ในสังคมได้หรอถ้าหนูยังเป็นแบบนี้ หนูจะเป็นปัญหากับการเข้าสังคม แม่ก็เครียดกับอาการที่หนูเป็น แต่แม่พูดแล้วเหมือนมันแทงใจหนู คือแม่บอกหนูว่าแม่เหนื่อยกับหนู งานแม่ก็เยอะแม่ก็ลำบากลองให้ปรับพฤติกรรมตัวเอง หันไปเข้าทางธรรม พอแม่พูดแบบนี้หนูรู้สึกผิดเลยค่ะที่เอาไปเล่าให้แม่ฟัง
หนูไม่รู้จะทำไงแล้วนอนก็ไม่หลับ แม่ที่คิดว่าอาจจะช่วยหนูได้ พลัดวันพาไปหาหมอมา3รอบแล้ว หนูก็พยายามเข้าใจแม่นะเพราะแม่ดูเหมือนจะยุ่งตลอด แม่เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจใครอยู่แล้วด้วย ตอนนี้อารมณ์หนูขึ้นๆลงๆเดี๋ยวมีความสุขพอตกเย็นกลับมาบ้านก็เศร้า
ไม่ใช่ว่าไม่รักพ่อแต่พ่อทำให้เราเป็นแบบนี้
ช่วงนี้หนูเครียดหนักมากทำให้นอนไม่หลับถ้าไม่ได้ฟังเพลงหรือพวกเสียงฝนค่ะ พยายามนอนด้วยตัวเองแล้วแต่ว่าน้ำตามันไหลออกมา เหมือนหนูคิดฟุ้งซ่านตลอดเลยค่ะพยายามไม่คิดมันก็ยิ่งคิดหนักกว่าเดิม บางทีก็นอนร้องไห้จนเผลอหลับไปเองก็บ่อยเลยค่ะ สาเหตุหลักๆก็จะมาจากคำพูดของคนในครอบครัว พ่อชอบพุดจาแซะ หรือบ่นหนูในเรื่องเล็กๆบ่อยค่ะ ว่าหนูในเรื่องที่หนูก็ไม่รู้ว่าหนูผิดอะไรก็บ่อยค่ะ ยกตัวอย่างก็หนูนั่งเล่นโทรศัพท์ของหนูเฉยๆแต่มันมีแก้วน้ำวางไว้แล้วที่บ้านหนูเลี้ยงแมว แมวที่บ้านหนูค่อนข้างดีดมันเลยวิ่งกระโดขึ้นโต๊ะมาชนแก้วน้ำล้ม พอพ่อเห็นพ่อก็โวยวายขึ้นมาเลยค่ะว่าวางไปเป็นที่เกะกะ แต่หนูก็เช็ดนะคะแต่เขาก็ว่าเหมือนหนูผิดทั้งๆที่ไม่ได้ผิดทั้งหรูแล้วก็แมวเลยค่ะ พ่อหนูก็เป็นคนอารมณ์ร้อน ชอบพูดแซะ ปากไม่ดี หนูโดนมาตั้งแต่เด็กๆ
ช่วงม.ต้นหนูถึงพึ่งมารู้สึกว่าพ่อดูไม่ชอบหนูก็ตรงนี้ค่ะเขาเคยบอกหนูเป็นลูกทรพีตอนนั้นหนูได้ยินหนูเสียงใจหนักมากตอนนั้นเขาอาจจะพูดเล่นๆแต่หนูฟังแล้วหนูมองพ่อเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่นั้นมาเขาก็ทำตัวเหมือนไม่ชอบหนู แม่รู้แม่ก็สอนให้หนูอดทนไว้เพราะพ่อก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว หนูก็ทำตามที่แม่บอกไม่ได้เถียงพ่อกลับอดทนทุกครั้งที่พ่อพูดอะไร พ่อดูจะรักน้องมากกว่าอันนี้คนอื่นก็ดูออกค่ะ ญาติหนูก็บอกว่าน้องลูกรักพ่อหนูเห็นหนูก็ไม่ได้อะไรเพราะตั้งแต่ช่วงม.ต้นหนูก็ไม่ค่อยชอบพ่อแล้ว โดนมาเรื่อยๆมันสะสมมาตลอด
หนูเริ่มคิดไม่อยากอยู่แล้วหนูเอาคำพูดพ่อเก็บมาคิดตลอดเลยพอช่วงม.ปลายหนูไม่คุยกับพ่อเยอะขึ้นแล้วเขาก็เหมือนเดิม บ่นทุกเรื่องทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เรื่องที่ไม่คิดว่าจะบ่นก็บ่น ตอนนี้หนูม.6แล้วค่ะหนูรู้สึกว่ามันหนักมากจนหนูเจอะคนอื่นที่เหมือนพ่อมาบ่นหนู หนูก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว ซึมไปทั้งวัน กินข้าวไม่ลงเลยมันเริ่มมากระทบชีวิตประจำวัน ก่อนหน้านี้ไม่เป็นนะคะ ช่วงนี้หนูน่าจะมีเรื่องเครียดเยอะขึ้นด้วย เครียดเรื่องมหาลัยอะไรพวกนี้
หนูได้เปิดใจคุยกับแม่แล้วนะคะว่ามันเป็นแบบนี้ๆ สาเหตุมาจากเขานะ แม่ก็รับฟังมาคุยกับหนูแต่แม่ก็เป็นคนหัวร้อนง่ายเหมือนกันค่ะแต่ไม่ได้พูดจาไม่ดีเหมือนพ่อ หนูก็อยู่กับทั้งคู่มาตั้งแต่เกิดหนูก็ดูออกว่าอันไหนพูดเล่นอันไหนว่าหนูจริงๆ
แม่ก็บอกว่าจะลองพาไปหาหมอ พาไปคุยกับหมอดู ตอนที่หนูตัดสินใจคุยกับแม่คือหนูใช้ความกล้ามากมาก หนูพึ่งมาบอกแม่เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ เก็บมาตั้งแต่ม.ต้น ตอนแรกหนูไม่มั่นใจ คอยสังเกตตัวเองอยู่ตลอด แต่ตอนนี้มันไม่ไหวจริงๆ ไม่อยากให้แม่เครียดเลยเก็บเอาไว้ เหมือนแม่ก็คงไม่เข้าใจคอยบอกว่าก็เพราะรักหนูถึงจะแสดงออกแบบนี้แต่เขาก็รักหนู แม่ถามหนูว่าหนูไม่รักพ่อหรอ คอนนั้นหนูตอบแม่ไม่ได้เลยค่ะว่าหนูรักพ่อหรือไม่รัก หนูเสียใจกับคำพูดเขามาตบอดแต่เขาก็ทำให้หนูยิ้มบ่อยๆตอนเด็ก แล้วแม่ก็โทษกับโทรศัพท์โทษเพื่อนหนู ถามว่าหนูจะไปอยู่ในสังคมได้หรอถ้าหนูยังเป็นแบบนี้ หนูจะเป็นปัญหากับการเข้าสังคม แม่ก็เครียดกับอาการที่หนูเป็น แต่แม่พูดแล้วเหมือนมันแทงใจหนู คือแม่บอกหนูว่าแม่เหนื่อยกับหนู งานแม่ก็เยอะแม่ก็ลำบากลองให้ปรับพฤติกรรมตัวเอง หันไปเข้าทางธรรม พอแม่พูดแบบนี้หนูรู้สึกผิดเลยค่ะที่เอาไปเล่าให้แม่ฟัง
หนูไม่รู้จะทำไงแล้วนอนก็ไม่หลับ แม่ที่คิดว่าอาจจะช่วยหนูได้ พลัดวันพาไปหาหมอมา3รอบแล้ว หนูก็พยายามเข้าใจแม่นะเพราะแม่ดูเหมือนจะยุ่งตลอด แม่เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจใครอยู่แล้วด้วย ตอนนี้อารมณ์หนูขึ้นๆลงๆเดี๋ยวมีความสุขพอตกเย็นกลับมาบ้านก็เศร้า