เมื่อห้างสรรพสินค้าพบสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานสูงถึง 75% ขณะที่ตลาดสดและตลาดค้าส่งอยู่ที่ 61%








เครดิต อ่านต่อได้ที่

https://thaipan.org/action/3464


--------------------------------


ตอนนี้เรียกว่า วิกฤตความปลอดภัยทางอาหารได้หรือยัง ?

จากการสุ่มตรวจ 279 ตัวอย่างโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 วิเคราะห์สารพิษตกค้างครอบคลุม 419 รายการ ผลที่ได้คือ 69% ของตัวอย่างทั้งหมดพบสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองเปรียบง่ายๆ ว่า หากคุณหยิบผักหรือผลไม้ขึ้นมา 10 อย่าง เกือบ 7 อย่างมีสารพิษเกินมาตรฐาน เมื่อแยกเป็นรายชนิด พืชผักที่คนไทยกินประจำกลับเป็นตัวการหลัก กะเพรา ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของอาหารอันเป็นที่รัก ผัดกะเพรา พบสารพิษเกินค่ามาตรฐานสูงถึง 94% ถั่วฝักยาวและกวางตุ้งไต้หวันอยู่ที่ 88% พริกขี้หนูจินดา 82% และมะเขือเทศเชอรรี่ 64% แม้แต่ผักไฮโดรโปนิกที่หลายคนเชื่อว่าปลอดภัยกว่า เช่น กรีนโอ๊คและคอส ก็ยังพบที่ 35-53%
สถานการณ์ในกลุ่มผลไม้ก็ไม่ต่างกัน อองุ่นไชน์มัสแกต ที่กลายเป็นผลไม้ยอดนิยมในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พบสารพิษเกินมาตรฐานสูงถึง 96% ส้มเปลือกร่อน 82% ฝรั่ง 59% และแก้วมังกร 53% ส่วนทุเรียน ซึ่งคนไทยภาคภูมิใจในฐานะ “ราชาแห่งผลไม้” พบว่า 100% จาก 11 ตัวอย่างที่ทดสอบมีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐาน และยังพบแคดเมียมในทุเรียนแปรรูปอีกด้วย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการปนเปื้อนไม่ได้จบแค่ในผลสด แต่แทรกซึมเข้าไปในกระบวนการแปรรูปทั้งหมด
แพงกว่าไม่ได้หมายถึงปลอดภัยกว่า
ข้อมูลจากการสุ่มตรวจเปิดเผยว่า ห้างสรรพสินค้าพบสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานสูงถึง 75% ขณะที่ตลาดสดและตลาดค้าส่งอยู่ที่ 61% นั่นหมายความว่าการจ่ายแพงกว่าในห้างสรรพสินค้าไม่ได้รับประกันความปลอดภัยแต่อย่างใด เมื่อแยกตามแบรนด์ Lotus’s พบสูงสุดที่ 87% ตามด้วย Big C / Makro / Gourmet Market ที่ 73% และ Tops ที่ 67%
ในระดับภูมิภาค นนทบุรีครองอันดับ 1 ด้วยอัตราการปนเปื้อน 87% ตามด้วยนครปฐม 80% และราชบุรี 73% ขณะที่จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า 50% ได้แก่ นครสวรรค์ อุบลราชธานี เชียงใหม่ และยโสธร

ที่น่าตกตะลึงไม่แพ้กันคือ แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่แสดงการรับรองมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น GAP หรือ Organic ก็ยังพบสารพิษเกินมาตรฐานถึง 57% และหนักที่สุดคือ Organic Thailand ถึง 7 ใน 10 ตัวอย่างพบสารพิษเกินค่ามาตรฐาน ข้อมูลชุดนี้ตั้งคำถามที่เจ็บปวดต่อระบบการรับรองมาตรฐานของประเทศไทยอย่างจริงจัง
111 ชนิด และ 60% ที่ยุโรปไม่ยอมรับ
จากตัวอย่างทั้งหมด 279 ชิ้น พบสารพิษตกค้างรวมกัน 111 ชนิด แบ่งเป็นสารกำจัดแมลงและไร 56 ชนิด สารกำจัดเชื้อรา 44 ชนิด และสารกำจัดวัชพืช 11 ชนิด
สิ่งที่สะท้อนถึงความล้าหลังของมาตรฐานไทยชัดเจนที่สุดคือ ในบรรดา 111 ชนิดนั้น 66 ชนิด หรือ 59% เป็นสารที่สหภาพยุโรป (EU) ไม่อนุญาตให้ใช้แล้ว เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย แต่สารเหล่านี้ยังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบอาหารของไทย สารอันดับ 1 และ 2 ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ Chlorfenapyr (พบใน 30% ของตัวอย่าง) และ Carbendazim (28%) ทั้งคู่ล้วนเป็นสารที่ EU ห้ามใช้เด็ดขาด
ปัญหาอีกชั้นหนึ่งคือ ในสารยอดนิยม 20 อันดับแรก สูงถึง 75% หรือ 15 ชนิด เป็นสารประเภทดูดซึม (Systemic Pesticide) สารเหล่านี้ไม่ได้เกาะแค่เปลือกนอก แต่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อและเซลล์ของพืชตั้งแต่รากถึงใบ Thai-PAN เคยทดสอบโดยส่งส้มไปแบ่งครึ่ง ตรวจครึ่งหนึ่งทั้งเปลือก อีกครึ่งตรวจเฉพาะเนื้อ ปรากฏว่าปริมาณสารพิษที่ตกค้างไม่ต่างกันเลย โดยเฉพาะ Carbendazim ซึ่งหมายความว่า
การล้างผัก ปอกเปลือก หรือปรุงสุก ไม่สามารถขจัดสารเหล่านี้ออกได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่