นักแสดงสาวชนพื้นเมืองฟ้อง “เจมส์ คาเมรอน” อ้างเอาใบหน้าเธอเป็นต้นแบบ “เนย์ทีรี” ใน Avatar โดยไม่ขออนุญาต



นักแสดงสาวชนพื้นเมืองฟ้อง “เจมส์ คาเมรอน” อ้างเอาใบหน้าเธอเป็นต้นแบบ “เนย์ทีรี” ใน Avatar โดยไม่ขออนุญาต



“คอริอังกา คิลเชอร์” นักแสดงสาวเชื้อสายชนพื้นเมืองอเมริกัน ยื่นฟ้อง “เจมส์ คาเมรอน” และดิสนีย์ อ้างทีมงาน Avatar ใช้โครงหน้าและคางของเธอเป็นต้นแบบตัวละคร “เนย์ทีรี” โดยไม่ได้รับอนุญาต จุดประเด็นใหม่เรื่องสิทธิในภาพลักษณ์ยุค AI และการนำข้อมูลใบหน้ามาสร้างตัวละครดิจิทัล


“คอริอังกา คิลเชอร์” นักแสดงสาวเชื้อสายชนพื้นเมืองอเมริกัน ยื่นฟ้องผู้กำกับชื่อดัง “เจมส์ คาเมรอน” และบริษัทดิสนีย์ โดยกล่าวหาว่าใบหน้าของเธอถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบตัวละคร “เนย์ทีรี” ในภาพยนตร์ Avatar โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้คดีจะไม่ใช่การฟ้องลิขสิทธิ์โดยตรง แต่เป็นการฟ้องในประเด็น “สิทธิในภาพลักษณ์” หรือ Right of Publicity ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้รูปลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของบุคคลเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า โดยทีมกฎหมายของนักแสดงระบุว่า คาแรกเตอร์ดิจิทัลของ “เนย์ทีรี” มีโครงคางและรูปหน้าที่อ้างอิงจากตัวเธออย่างชัดเจน


คิลเชอร์อ้างว่าเธอไม่ได้ตั้งข้อสงสัยขึ้นลอย ๆ เพราะในอดีต คาเมรอนเคยมอบภาพสเก็ตช์ให้เธอเป็นของขวัญ ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นภาพที่มาจากกระบวนการออกแบบตัวละครใน Avatar และยังอ้างว่าผู้กำกับเคยพูดเรื่องนี้กับเธอโดยตรงอีกด้วย ด้านทีมทนายระบุเพิ่มเติมว่า ทีมงานไม่ได้เพียง “ได้รับแรงบันดาลใจ” จากเธอ แต่ถึงขั้นนำภาพจากภาพยนตร์ The New World ที่เธอร่วมแสดง ไปใช้ในกระบวนการสร้างเรนเดอร์ดิจิทัลเพื่อพัฒนารูปลักษณ์ตัวละคร


นักแสดงสาวเผยว่า เดิมทีเธอเข้าใจว่าภาพวาดที่ได้รับจากคาเมรอนเป็นเพียงของที่ระลึกทั่วไป แต่หลังผู้กำกับออกมาพูดถึงประเด็นดังกล่าวต่อสาธารณะในปี 2024 เธอเริ่มเชื่อว่าใบหน้าของตนถูกนำไปใช้เป็นระบบโดยไม่เคยได้รับการขออนุญาตอย่างเป็นทางการ



ซึ่งฝ่ายกฎหมายของเธอมองว่าเป็นการนำ “ข้อมูลชีวมิติ” ของเด็กหญิงชนพื้นเมืองวัย 14 ปีในขณะนั้น ไปสร้างแฟรนไชส์ภาพยนตร์มูลค่ามหาศาลโดยไม่ได้รับความยินยอมแม้แต่ครั้งเดียว


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหลายคนมองว่าคดีนี้มีน้ำหนักค่อนข้างอ่อน และอาจติดปัญหาเรื่องอายุความ เนื่องจาก Avatar เข้าฉายตั้งแต่ปี 2009 แต่เพิ่งมีการยื่นฟ้องในปี 2026 อีกทั้งหลายฝ่ายชี้ว่า คนทั่วไปแทบไม่มีใครมองตัวละคร “เนย์ทีรี” แล้วเชื่อมโยงถึงคิลเชอร์ทันที โดยเฉพาะเมื่อคาแรกเตอร์ดังกล่าวเป็นเอเลียนสีน้ำเงินสูงกว่า 7 ฟุต และแสดงผ่านโมชั่นแคปเจอร์โดย “โซอี ซัลดานา”


คดีนี้ยังถูกวิจารณ์เพิ่มเติมว่า พยายามดึงประเด็นเรื่องการปฏิบัติต่อวัฒนธรรมชนพื้นเมือง รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับ deepfake และ revenge porn เข้ามาเชื่อมโยง ทั้งที่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อกฎหมายหลักของคดี ทำให้บางฝ่ายมองว่าเป็นการ “สู้คดีแบบจับทุกประเด็นมารวมกัน” มากกว่าจะโฟกัสที่ข้อพิพาทหลักเพียงอย่างเดียว ถึงกระนั้น นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า คดีนี้อาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ AI และเทคโนโลยีสร้างภาพดิจิทัลสามารถนำใบหน้าหรือข้อมูลชีวมิติของบุคคลไปสร้างสื่อใหม่ได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดคำถามใหม่เรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของใบหน้าในโลกบันเทิงดิจิทัลยุคต่อไป



https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000044596
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่