อย่าเอาคำว่าสังขาร(พุทธพจน์) ไปใช้มั่วๆ

ด้วยวลีที่ว่า "ละสังขาร"
จะ มีคนที่ไม่รู้ แต่เพราะอาการหิวแสงกำเริบ  อดไม่ได้ที่จะอยู่นิ่ง
จะต้องแสดงอาการอวดเก่งออกมาพร่ำพูด  ไม่ต่างจากพวกขี้เมาแย่งไมค์เพื่อร้องคาราโอเกะ

หลายคนยังเข้าใจว่า  "สังขาร"   หมายถึงร่ายกายของเรา  แบบนี้เป็นอะไรที่เรียกว่า โมฆบุรุษมากๆ
เบสิกพื้นๆ  สังขารมีสถานะเป็นนามธรรม  แต่ร่างกายเป็นรูปธรรม...ไม่รู้เอามามั่วเป็นอย่างเดียวกันได้ไง

ถ้าเรามีปัญญารู้ที่มาที่ไปของคำว่า "สังขาร"และ"การละสังขาร"  
ก็จะเข้าใจว่า สังขารกับร่างกายเป็นคนละเรื่องคนละอย่างกัน

โดยสัจจธรรมแล้ว  สังขารเป็นธรรมฐิติเป็นกฎของธรรมชาติ  ไม่ใช่ร่างกายของคนหรือสัตว์
สังขารทำหน้าที่ทำให้ร่างกายของคนเกิดอาการแห่งปัจเจกชน  หรือเกิดความเป็นอัตตาตัวตนที่แตกต่างจากคนอื่น

เวลาที่คนเราตาย  อาการยึดติดในอัตตาเพราะมีสังขารเป็นปัจจัย ก็จบสิ้นไปด้วย
ด้วยเหตุนี้  จึงเรียกคนที่ตายสิ้นลมว่า  "การละสังขาร"
แสดงว่าร่างกายที่กลายสภาพเป็นซากศพ(ดิน น้ำ ลม ไฟ)  
ไม่ได้มี กฎของธรรมชาติที่เรียกว่า "สังขาร"มาคอยบ่งการแล้ว
ภาษาธรรมเรียกว่าหมดเหตุหมดปัจจัยแห่งสังขาร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่