โรคไวรัสตับอักเสบ เอ ระบาดจริง และเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้กลางปี 2569นี้

โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และชลบุรี ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า

สรุปสถานการณ์
1. พื้นที่ระบาดหนัก
• ชลบุรี: พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) โดยเฉพาะในโรงงานและกลุ่มวัยทำงาน มีรายงานผู้ป่วยสะสมเฉพาะในชลบุรีสูงที่สุด
• กรุงเทพมหานคร: พบการกระจายตัวของผู้ป่วยในเขตเมืองและชุมชนหนาแน่น
• จังหวัดอื่นๆ: ระยอง และจันทบุรี ก็เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงในโซนภาคตะวันออกเช่นกัน
2. สาเหตุและกลุ่มเสี่ยง
• ทางติดต่อ: เชื้อแพร่กระจายผ่าน "อาหารและน้ำที่ปนเปื้อน" รวมถึงน้ำแข็งที่ไม่สะอาด และการใช้ภาชนะร่วมกัน
• เมนูเสี่ยง: อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะ หอยนางรม หอยแครงลวก หรืออาหารทะเลที่ปรุงไม่สุกเกิน 85 องศาเซลเซียส
• กลุ่มที่พบมาก: วัยทำงาน (อายุ 20-49 ปี) เนื่องจากเป็นกลุ่มที่รับประทานอาหารนอกบ้านบ่อย และหลายคนไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติเหมือนกลุ่มผู้สูงอายุ
3. อาการที่ต้องสังเกต
หากมีอาการเหล่านี้หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์ครับ:
• มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
• คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องชายโครงขวา
• สัญญาณชัดเจน: ปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำชา, ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
4. วิธีป้องกันที่ดีที่สุด
• ยึดหลัก "กินสุก ร้อน สะอาด": ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำและก่อนทานอาหาร
• หลีกเลี่ยงน้ำแข็ง: หากไม่แน่ใจแหล่งที่มาในช่วงที่มีการระบาด
• วัคซีนป้องกัน: สำหรับผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน (โดยเฉพาะวัยทำงาน) แพทย์แนะนำให้ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ซึ่งสามารถป้องกันโรคได้ในระยะยาวครับ
ด้วยความที่คุณทำงานในสายงานที่ต้องพบปะผู้คนหรืออาจต้องทานอาหารนอกบ้านบ่อยๆ ช่วงนี้ต้องระวังเรื่องความสะอาดของร้านอาหารและน้ำดื่มเป็นพิเศษ

CR เพจ สุขภาพดีไปกับหมอวรพล
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
CR รูป มหาวิทยาลัยมหิดล
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่