เหมือนเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนเลยครับ คุณแม่บ้าน ในพันทิปก็เยอะแยะ ถามจริงๆ คุณใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นไหมครับ?
สรุป..ประเด็น
หลักการดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน คือ
เตรียมพื้นที่ ดูดจากบนลงล่าง ช้าๆสะอาดกว่า หมั่นพักเครื่อง ทิ้งฝุ่นทำความสะอาดเครื่องทุกครั้ง
ควรดูดฝุ่นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ..
การเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่น.. AW Pa W
การเลือกหัวดูดฝุ่น.. พรม กระเบื้อง
การกำจัดไรฝุ่น.. HEPA filter
เริ่มจากถามคุณแม่บ้านว่า เครื่องดูดฝุ่น ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไรก่อน .. ไม่ใช่ dust sucker machine นะครับ
เค้าเรียกว่า vacuum cleaner (machine)
เครื่องดูดฝุ่นเครื่องแรกในไทย สมัย ร.5 ใช้ในพระราชวัง
ดูคลิปนี้
สาเหตุที่เรียกแบบนี้ เพราะ ผู้ประดิษฐ์เรียกตามหลักการฟิสิกส์ ใช้หลักการเบอร์นูลลี และหลักการสร้างแรงดันแตกต่าง
กระบวนการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นเริ่มจากมอเตอร์หมุนความเร็วสูงสร้างแรงดูด (สุญญากาศ) ดึงอากาศและฝุ่นผ่านหัวดูดและท่อเข้าไปในเครื่อง
หลักการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอ้างอิงตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักการของเบอร์นูลลี (Bernoulli's principle) และหลักการสร้างความดันแตกต่าง (Pressure Difference)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลักการของเบอร์นูลลี (Bernoulli's Principle) กับเครื่องดูดฝุ่นหลักการนี้อธิบายว่าเมื่อความเร็วของของไหล (ในที่นี้ คือ อากาศ) เพิ่มขึ้น ความดันจะลดลง
"เมื่อความเร็วของของไหล (อากาศ) เพิ่มขึ้น ความดันจะลดลง" พัดลมภายในเครื่องจะเร่งอากาศให้เคลื่อนที่เร็วมาก ทำให้อากาศบริเวณท่อดูดมีความดันต่ำกว่าภายนอก (สุญญากาศบางส่วน) อากาศภายนอกจึงดันฝุ่นเข้ามาในเครื่องเพื่อปรับสมดุลความดัน
หลักการทำงานและกฎฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้อง:
หลักความดันแตกต่าง (Pressure Differential): มอเตอร์หมุนด้วยความเร็วสูงเพื่อเป่าอากาศออก ทำให้ความดันอากาศภายในเครื่องต่ำกว่าภายนอก (แรงดันอากาศลบ)
การไหลของอากาศ: อากาศภายนอกที่มีความดันสูงกว่าจะไหลเข้ามายังบริเวณความดันต่ำภายในเครื่องทันที พัดพาฝุ่นละอองผ่านท่อดูด
สรุปง่ายๆ ต้องทำให้เกิดสูญญากาศที่หัวดูดแล้ว ปล่อยอากาศเข้ามาแทนที่ แรงดันมหาศาลจะพาฝุ่นเข้าไปยังถังเก็บฝุ่นนั่นเอง แล้วปล่อยอากาศออกมาด้วย
ดังนั้นต้องรอให้เกิดสูญญากาศ 2-3 วินาที ค่อยลากไปจุดอื่น ถ้าชักเข้าชักออกแบบถูพื้น ฝุ่นละอองไม่ลอยขึ้นไป ยิ่งเล็กยิ่งต้องรอนานๆ
สอนท่าทางการดูดฝุ่นที่ถูกต้อง จากโปร
หลังตรง ใช้มือประคอง พาเครื่องดูดฝุ่นเดินไปช้าๆ ไม่ชักเข้าชักออก
การเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่น ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับชนิดพื้น เช่น พรม ปาเก้ กระเบื้อง หัวดูดก็ต้องเลือกให้ตรงชนิดด้วย
นอกจากนี้ยังเลือก กำลังเครื่อง PA สูง แต่ W ต่ำ จะดูดฝุ่นได้แรงด้วยพลังงานมอเตอร์ต่ำ ประหยัดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงสุด
ดูรายละเอียดกันเลยครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ค่าความแรงเครื่องดูดฝุ่นตามหลักฟิสิกส์
a/kPa (Pascal): บอกความสามารถในการสร้างแรงดูด (Suction Pressure) ยิ่งค่ามาก ยิ่งดูดสิ่งสกปรกหนักได้ดี
AW (Air Watts): วัดประสิทธิภาพพลังงานลมจริงที่ส่งถึงหัวดูด
CFM (Cubic Feet per Minute): ปริมาณลมที่เครื่องดูดได้ต่อนาที
เลือก PAสูง แต่ Wต่ำ จะดูดฝุ่นได้แรงด้วยพลังงานมอเตอร์ต่ำ ประหยัดไฟฟ้า ประสิทธิภาพสูงสุด
เลือกฟิลเตอร์ให้เหมาะกับความต้องการ ถ้าจะดูดไรฝุ่น ต้องFilter HEPA filter H13-14 กรองระดับ PM2.5 ตามบ้านใช้แค่ H12 ก็พอครับ
การกรองฝุ่น (Filtration): ฝุ่นจะถูกดักจับไว้ด้วยถุงเก็บฝุ่นหรือแผ่นกรอง (เช่น HEPA) ส่วนอากาศที่สะอาดจะถูกปล่อยออกนอกเครื่อง
หลักการดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน คือ เตรียมพื้นที่ ดูดจากบนลงล่าง ช้าๆสะอาดกว่า หมั่นพักเครื่อง ทิ้งฝุ่นทำความสะอาดเครื่องทุกครั้ง
เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่มีกำลังไฟประมาณ 750–1,200 วัตต์ จะกินไฟเฉลี่ยชั่วโมงละ 3–5 บาท
แต่หากเป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่และกำลังสูง 1,400–2,000 วัตต์ อาจกินไฟประมาณ 6–8 บาทต่อชั่วโมง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ฝุ่นจะถูกกักเก็บในถุงหรือกล่องเก็บฝุ่น ในขณะที่อากาศไหลผ่านตัวกรอง (Filter) เพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก่อนปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกทางช่องระบายอากาศ
ดูดฝุ่นให้ประหยัดไฟที่สุดคือการทำความสะอาดถุงเก็บฝุ่น/ฟิลเตอร์บ่อยๆ เพื่อไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนัก
ควรใช้หัวดูดให้เหมาะกับพื้นผิว และวางแผนดูดจากบนลงล่าง โดยหลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องต่อเนื่องนานเกินไป เพื่อลดการสะสมความร้อนและประหยัดพลังงาน
เคล็ดลับดูดฝุ่นประหยัดพลังงาน
ควรดูดฝุ่นหลังพระอาทิตย์ตกดิน
เพราะ ไรฝุ่นจะออกมาหากินตอนมืดไร้แสงพระอาทิตย์ อากาศชื้นๆ
หมั่นทิ้งฝุ่น: เทฝุ่นทิ้งทุกครั้งหลังใช้งาน หรือเมื่อฝุ่นเต็มเกินครึ่ง เพื่อรักษาแรงดูดและไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนัก
ทำความสะอาดฟิลเตอร์: ล้างแผ่นกรองฝุ่นเป็นประจำ เพื่อให้ลมผ่านได้สะดวก
ใช้หัวดูดให้เหมาะกับพื้นที่: เช่น ใช้หัวแปรงดูดพื้นไม้, หัวปากแหลมดูดซอกมุม เพื่อให้เก็บฝุ่นได้เร็วและลดเวลาทำงาน
เลือกโหมดพลังงานที่เหมาะสม: หากฝุ่นไม่เยอะ ไม่จำเป็นต้องเปิดโหมดสูงสุด
วางแผนพื้นที่: ดูดฝุ่นจากที่สูงลงที่ต่ำ เพื่อไม่ให้ฝุ่นตกลงมาซ้ำซ้อน
ตรวจเช็คข้อต่อ: ตรวจสอบว่าท่อและข้อต่อแน่นสนิท ไม่มีอากาศรั่ว ซึ่งทำให้อากาศไหลเวียนไม่ดีและเครื่องทำงานหนักขึ้น
พักเครื่อง: หากดูดพื้นที่ขนาดใหญ่ ควรพักเครื่องทุก (15-20) นาที เพื่อลดความร้อนสะสม
เคล็ดลับการเลือกใช้หัวดูดกับพื้นกระเบื้อง:
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หัวแปรงนุ่ม (Soft Roller/Floor Brush): เหมาะที่สุดสำหรับพื้นกระเบื้อง เพราะสามารถเก็บฝุ่นขนาดเล็กและเส้นผมได้ดี ไม่ทำให้พื้นเป็นรอย
หัวดูดกังหัน (Turbine Head): เหมาะสำหรับการทำความสะอาดฝุ่นทั่วไปบนพื้นกระเบื้องหรือพื้นไม้
หัวดูดปากแคบ: ใช้สำหรับดูดฝุ่นตามร่องยาแนวหรือซอกมุมห้อง
เครื่องดูดฝุ่นแบบ 2-in-1 (ดูด+ถู): เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับบ้านพื้นกระเบื้อง ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาด
ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้หัวดูดที่ออกแบบมาสำหรับพรม (ที่มีแปรงแข็ง) กับพื้นกระเบื้องโดยตรง เพราะอาจทำให้พื้นเป็นรอยและหัวดูดสึกหรอเร็วขึ้น
ทำไมดูดฝุ่นบ่อยแต่ยังมีอาการแพ้ฝุ่นอยู่อีก
เพราะว่า แม้คุณเลือกเครื่องดูดฝุ่นแสนแพง ฟิลเตอร์เทพ มาใช้แล้ว แต่คุณทำผิดจังหวะ ฝุ่นPM2.5 ,ไรฝุ่นก็กลับมาอีก
ธรรมชาติของฝุ่น ไรฝุ่น ฝุ่นลอยได้นานกว่าที่คิด หลังดูดฝุ่น ต้องรอ 30-60 นาที ก่อนเช็ดถูพื้น
ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ฟุ้งกระจายจากการดูดฝุ่นสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานหลายชั่วโมง หรืออาจถึง 9 ชั่วโมง
โดยฝุ่นขนาดเล็กกว่า 0.5 ไมครอนอาจลอยอยู่นานนับปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดฝุ่นและระบบกรองของเครื่อง
หากเป็นเครื่องที่ไม่มีคุณภาพดีพอ ฝุ่นจะฟุ้งกระจายและลอยอยู่ได้นานหลายชั่วโมง
รายละเอียดเพิ่มเติม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ระยะเวลาการฟุ้ง: ฝุ่นจากการดูดฝุ่นสามารถลอยค้างในอากาศได้นานหลายชั่วโมง แม้จะถูพื้นหลังดูดฝุ่นแล้ว ฝุ่นก็ยังลอยอยู่ได้อีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ขนาดฝุ่น: ฝุ่นขนาดใหญ่ (100-500 ไมครอน) จะตกสู่พื้นเร็ว แต่ฝุ่นขนาดเล็ก <0.5ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นที่มักถูกปล่อยออกมาจากท่อท้ายเครื่องดูดฝุ่นคุณภาพต่ำ สามารถลอยค้างได้เป็นเวลานาน
การจัดการ: ควรเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5
คุณรู้จักไรฝุ่น ดีแค่ไหน
คนที่แพ้ไรฝุ่น ไม่ได้ถูกกัดจากไรฝุ่นตัวเป็นๆ แต่ซากไรฝุ่นทั้งเล็ก มีหนามคมกริบ ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง ทางเดินหายใจ
เมื่อฆ่าไรฝุ่นแล้วต้องดูดซากทิ้งให้หมด
ร้านซักรีดที่ญี่ปุ่นมีเครื่องกำจัดไรฝุ่น ใช้สตรีม เสร็จไว สะดวกมาก
การกำจัดไรฝุ่นที่นอนอย่างมีประสิทธิภาพควรทำความสะอาดชุดเครื่องนอนทุก 1-2 สัปดาห์ด้วยน้ำร้อน 60 องศาเซลเซียส
ใช้เครื่องดูดไรฝุ่น หรือสเปรย์ฆ่าเชื้อ ร่วมกับการนำที่นอนไปตากแดดจัดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อลดจำนวนไรฝุ่นและบรรเทาอาการภูมิแพ้
ควรลดสิ่งของสะสมในห้องนอนและใช้ผ้าปูที่นอนป้องกันไรฝุ่น
วิธีและเคล็ดลับกำจัดไรฝุ่นที่นอนซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน: ถอดปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม ซักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยแนะนำให้ใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ (60องศาซี) ขึ้นไป เพื่อฆ่าไรฝุ่นและไข่
ตากแดดจัด: นำหมอนและที่นอนไปตากแดดจัดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยแสงแดดจะช่วยฆ่าไรฝุ่นและลดความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ไรฝุ่นฝ่อ
ใช้เครื่องดูดไรฝุ่น: ใช้เครื่องดูดไรฝุ่นที่มีแรงดูดสูง (เช่น ระบบ Mattress Sanitizing System) ดูดทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อกำจัดไรฝุ่นที่ซ่อนอยู่ลึก
สเปรย์กําจัดไรฝุ่น: ใช้สเปรย์สมุนไพรหรือสเปรย์ฆ่าเชื้อไรฝุ่นฉีดพ่นบนที่นอนเป็นประจำ
ทำความสะอาดห้องนอน: เช็ดทำความสะอาดห้องนอนด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แทนการกวาด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น
เปลี่ยนที่นอน/ชุดเครื่องนอน: เลือกใช้ที่นอนที่ทำจากวัสดุที่ป้องกันไรฝุ่น และหลีกเลี่ยงการใช้พรม หรือตุ๊กตาที่มีขนในห้องนอน
ห้ามตบตี ที่นอน ผ้าห่ม จะทำให้ซากไรฝุ่นฟุ้งกระจายหนักกว่าเดิม
ขอบคุณครับ

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อวิศวกรต้องไปสอนแม่บ้านมืออาชีพ ดูดฝุ่น
สรุป..ประเด็น
หลักการดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน คือ
เตรียมพื้นที่ ดูดจากบนลงล่าง ช้าๆสะอาดกว่า หมั่นพักเครื่อง ทิ้งฝุ่นทำความสะอาดเครื่องทุกครั้ง
ควรดูดฝุ่นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ..
การเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่น.. AW Pa W
การเลือกหัวดูดฝุ่น.. พรม กระเบื้อง
การกำจัดไรฝุ่น.. HEPA filter
เริ่มจากถามคุณแม่บ้านว่า เครื่องดูดฝุ่น ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไรก่อน .. ไม่ใช่ dust sucker machine นะครับ
เค้าเรียกว่า vacuum cleaner (machine)
เครื่องดูดฝุ่นเครื่องแรกในไทย สมัย ร.5 ใช้ในพระราชวัง
ดูคลิปนี้
สาเหตุที่เรียกแบบนี้ เพราะ ผู้ประดิษฐ์เรียกตามหลักการฟิสิกส์ ใช้หลักการเบอร์นูลลี และหลักการสร้างแรงดันแตกต่าง
กระบวนการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นเริ่มจากมอเตอร์หมุนความเร็วสูงสร้างแรงดูด (สุญญากาศ) ดึงอากาศและฝุ่นผ่านหัวดูดและท่อเข้าไปในเครื่อง
หลักการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอ้างอิงตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักการของเบอร์นูลลี (Bernoulli's principle) และหลักการสร้างความดันแตกต่าง (Pressure Difference)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สรุปง่ายๆ ต้องทำให้เกิดสูญญากาศที่หัวดูดแล้ว ปล่อยอากาศเข้ามาแทนที่ แรงดันมหาศาลจะพาฝุ่นเข้าไปยังถังเก็บฝุ่นนั่นเอง แล้วปล่อยอากาศออกมาด้วย
ดังนั้นต้องรอให้เกิดสูญญากาศ 2-3 วินาที ค่อยลากไปจุดอื่น ถ้าชักเข้าชักออกแบบถูพื้น ฝุ่นละอองไม่ลอยขึ้นไป ยิ่งเล็กยิ่งต้องรอนานๆ
สอนท่าทางการดูดฝุ่นที่ถูกต้อง จากโปร
หลังตรง ใช้มือประคอง พาเครื่องดูดฝุ่นเดินไปช้าๆ ไม่ชักเข้าชักออก
การเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่น ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับชนิดพื้น เช่น พรม ปาเก้ กระเบื้อง หัวดูดก็ต้องเลือกให้ตรงชนิดด้วย
นอกจากนี้ยังเลือก กำลังเครื่อง PA สูง แต่ W ต่ำ จะดูดฝุ่นได้แรงด้วยพลังงานมอเตอร์ต่ำ ประหยัดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงสุด
ดูรายละเอียดกันเลยครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เลือกฟิลเตอร์ให้เหมาะกับความต้องการ ถ้าจะดูดไรฝุ่น ต้องFilter HEPA filter H13-14 กรองระดับ PM2.5 ตามบ้านใช้แค่ H12 ก็พอครับ
การกรองฝุ่น (Filtration): ฝุ่นจะถูกดักจับไว้ด้วยถุงเก็บฝุ่นหรือแผ่นกรอง (เช่น HEPA) ส่วนอากาศที่สะอาดจะถูกปล่อยออกนอกเครื่อง
หลักการดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน คือ เตรียมพื้นที่ ดูดจากบนลงล่าง ช้าๆสะอาดกว่า หมั่นพักเครื่อง ทิ้งฝุ่นทำความสะอาดเครื่องทุกครั้ง
เครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่มีกำลังไฟประมาณ 750–1,200 วัตต์ จะกินไฟเฉลี่ยชั่วโมงละ 3–5 บาท
แต่หากเป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่และกำลังสูง 1,400–2,000 วัตต์ อาจกินไฟประมาณ 6–8 บาทต่อชั่วโมง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เคล็ดลับดูดฝุ่นประหยัดพลังงาน
ควรดูดฝุ่นหลังพระอาทิตย์ตกดิน
เพราะ ไรฝุ่นจะออกมาหากินตอนมืดไร้แสงพระอาทิตย์ อากาศชื้นๆ
หมั่นทิ้งฝุ่น: เทฝุ่นทิ้งทุกครั้งหลังใช้งาน หรือเมื่อฝุ่นเต็มเกินครึ่ง เพื่อรักษาแรงดูดและไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนัก
ทำความสะอาดฟิลเตอร์: ล้างแผ่นกรองฝุ่นเป็นประจำ เพื่อให้ลมผ่านได้สะดวก
ใช้หัวดูดให้เหมาะกับพื้นที่: เช่น ใช้หัวแปรงดูดพื้นไม้, หัวปากแหลมดูดซอกมุม เพื่อให้เก็บฝุ่นได้เร็วและลดเวลาทำงาน
เลือกโหมดพลังงานที่เหมาะสม: หากฝุ่นไม่เยอะ ไม่จำเป็นต้องเปิดโหมดสูงสุด
วางแผนพื้นที่: ดูดฝุ่นจากที่สูงลงที่ต่ำ เพื่อไม่ให้ฝุ่นตกลงมาซ้ำซ้อน
ตรวจเช็คข้อต่อ: ตรวจสอบว่าท่อและข้อต่อแน่นสนิท ไม่มีอากาศรั่ว ซึ่งทำให้อากาศไหลเวียนไม่ดีและเครื่องทำงานหนักขึ้น
พักเครื่อง: หากดูดพื้นที่ขนาดใหญ่ ควรพักเครื่องทุก (15-20) นาที เพื่อลดความร้อนสะสม
เคล็ดลับการเลือกใช้หัวดูดกับพื้นกระเบื้อง:
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ทำไมดูดฝุ่นบ่อยแต่ยังมีอาการแพ้ฝุ่นอยู่อีก
เพราะว่า แม้คุณเลือกเครื่องดูดฝุ่นแสนแพง ฟิลเตอร์เทพ มาใช้แล้ว แต่คุณทำผิดจังหวะ ฝุ่นPM2.5 ,ไรฝุ่นก็กลับมาอีก
ธรรมชาติของฝุ่น ไรฝุ่น ฝุ่นลอยได้นานกว่าที่คิด หลังดูดฝุ่น ต้องรอ 30-60 นาที ก่อนเช็ดถูพื้น
ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ฟุ้งกระจายจากการดูดฝุ่นสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานหลายชั่วโมง หรืออาจถึง 9 ชั่วโมง
โดยฝุ่นขนาดเล็กกว่า 0.5 ไมครอนอาจลอยอยู่นานนับปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดฝุ่นและระบบกรองของเครื่อง
หากเป็นเครื่องที่ไม่มีคุณภาพดีพอ ฝุ่นจะฟุ้งกระจายและลอยอยู่ได้นานหลายชั่วโมง
รายละเอียดเพิ่มเติม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คุณรู้จักไรฝุ่น ดีแค่ไหน
คนที่แพ้ไรฝุ่น ไม่ได้ถูกกัดจากไรฝุ่นตัวเป็นๆ แต่ซากไรฝุ่นทั้งเล็ก มีหนามคมกริบ ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง ทางเดินหายใจ
เมื่อฆ่าไรฝุ่นแล้วต้องดูดซากทิ้งให้หมด
ร้านซักรีดที่ญี่ปุ่นมีเครื่องกำจัดไรฝุ่น ใช้สตรีม เสร็จไว สะดวกมาก
การกำจัดไรฝุ่นที่นอนอย่างมีประสิทธิภาพควรทำความสะอาดชุดเครื่องนอนทุก 1-2 สัปดาห์ด้วยน้ำร้อน 60 องศาเซลเซียส
ใช้เครื่องดูดไรฝุ่น หรือสเปรย์ฆ่าเชื้อ ร่วมกับการนำที่นอนไปตากแดดจัดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อลดจำนวนไรฝุ่นและบรรเทาอาการภูมิแพ้
ควรลดสิ่งของสะสมในห้องนอนและใช้ผ้าปูที่นอนป้องกันไรฝุ่น
วิธีและเคล็ดลับกำจัดไรฝุ่นที่นอนซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน: ถอดปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม ซักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยแนะนำให้ใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ (60องศาซี) ขึ้นไป เพื่อฆ่าไรฝุ่นและไข่
ตากแดดจัด: นำหมอนและที่นอนไปตากแดดจัดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยแสงแดดจะช่วยฆ่าไรฝุ่นและลดความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ไรฝุ่นฝ่อ
ใช้เครื่องดูดไรฝุ่น: ใช้เครื่องดูดไรฝุ่นที่มีแรงดูดสูง (เช่น ระบบ Mattress Sanitizing System) ดูดทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อกำจัดไรฝุ่นที่ซ่อนอยู่ลึก
สเปรย์กําจัดไรฝุ่น: ใช้สเปรย์สมุนไพรหรือสเปรย์ฆ่าเชื้อไรฝุ่นฉีดพ่นบนที่นอนเป็นประจำ
ทำความสะอาดห้องนอน: เช็ดทำความสะอาดห้องนอนด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แทนการกวาด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น
เปลี่ยนที่นอน/ชุดเครื่องนอน: เลือกใช้ที่นอนที่ทำจากวัสดุที่ป้องกันไรฝุ่น และหลีกเลี่ยงการใช้พรม หรือตุ๊กตาที่มีขนในห้องนอน
ห้ามตบตี ที่นอน ผ้าห่ม จะทำให้ซากไรฝุ่นฟุ้งกระจายหนักกว่าเดิม
ขอบคุณครับ