❝ ‘ดร.โจ’ ผู้ว่าประชาชน ท้าชิงเก้าอี้ ‘ชัชชาติ’
เปลี่ยนกรุงเทพฯ ง่ายๆ เป็นหลังพิงเมื่อล้ม ❞
.
หนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนให้ความสนใจคือผู้สมัครจากพรรคประชาชน ที่เดินเกมรุกชิงขั้วอำนาจในสนามท้องถิ่นเมืองหลวงอย่างสุดกำลัง โดยส่ง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน วัย 44 ปี ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. และตั้งเป้ากวาด ส.ก. เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
.
พร้อมชูแคมเปญ ‘กรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่าประชาชน’ ผ่าน 4 ชุดนโยบายของพรรคประชาชน เพื่อชีวิตง่ายๆ ของคนกรุงเทพฯ ประกอบด้วย
.
1. การเลี้ยงครอบครัวง่าย กรุงเทพฯ ต้องช่วยให้คนเลี้ยงลูกง่าย ต้องเป็นเมืองที่ช่วยให้คนกล้าที่จะมีลูก โดยกรุงเทพฯ ต้องลงทุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้พ่อแม่เชื่อมั่น ฝากเลี้ยงมั่นใจ
.
2. ค้าขายง่าย ไม่ต้องจ่ายส่วย กรุงเทพฯ ต้องให้โอกาสค้าขาย ใช้พื้นที่ของ กทม. และของรัฐ ตลอดจนการสร้างงานสร้างอาชีพ เปลี่ยนโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง ให้เป็นศูนย์ Re-Skill พร้อมกับการจ้างงาน
.
3. เดินทางง่าย กทม. จะรับเป็นเจ้าภาพเชื่อมข้อมูล รถเมล์ รถไฟ เรือ ให้การเดินทางวางแผนง่าย เห็นพิกัด GPS รถ/เรือ ที่กำลังรอแบบเรียลไทม์ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนเดินทางง่ายโดยที่ไม่ต้องมีรถ คืนเวลาให้คนกรุงเทพฯ
.
และ 4. ใช้ชีวิตง่าย ไม่ต้องสู้กับกลิ่นขยะ ยกเลิกสัญญาโรงขยะกลางเมืองที่ส่งกลิ่นเหม็น แล้วพัฒนาให้กลายเป็นระบบปิดที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย
.
ระบบที่บังคับให้คนต้องเลือกระหว่าง “รอนาน” หรือ “จ่ายใต้โต๊ะ” จะต้องหมดไป คนกรุงเทพฯ จะต้องได้รับบริการที่โปร่งใสและยุติธรรม
.
นายชัยวัฒน์ที่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับ 2 รองจากนายชัชชาติ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์บนเวที โดยยอมรับว่าการบริหารงานของกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดมากมาย ทั้งอำนาจและงบประมาณ แต่ก็ต้องพัฒนาให้ได้มากกว่าข้อจำกัดของกรุงเทพฯ
.
อย่างไรก็ตาม การที่จะไปถึงจุดนั้นได้ต้องทำให้เมืองพัฒนาคน และให้คนกลับไปเป็นพลังในการพัฒนาเมือง ซึ่งการพัฒนาคนสิ่งสำคัญคือเวลา ที่ผ่านมาการใช้ชีวิตต้องเสียเวลาวันละ 3-4 ชั่วโมง ดังนั้น เราจะต้องคืนเวลาเหล่านี้ให้คนกรุงเทพฯ
.
ชีวิตคนกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จริงมันยากและเหนื่อยมากสำหรับคนธรรมดาที่ไม่มีเงิน ไม่มีอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นคน 99% ของกรุงเทพฯ แต่ที่น่าตกใจก็คือคนกรุงเทพฯ ดูจะชินชาและปรับตัวได้ ทุกคนสู้ชีวิต อดทนทำงานหาเงิน เพื่อที่จะใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ
.
เป้าหมายคือยิ่งมีเงิน ชีวิตเราก็จะยิ่งง่ายขึ้น สบายขึ้น มั่นคงขึ้น เพราะเราเชื่อกันว่ากรุงเทพฯ ก็เป็นแบบนี้แหละ
⸻
‘ดร.โจ’ ผู้ว่าประชาชน ท้าชิงเก้าอี้ ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนกรุงเทพฯ ง่ายๆ เป็นหลังพิงเมื่อล้ม
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_894637
https://www.facebook.com/share/p/1B3QGNAnyb/
‘ดร.โจ’ ผู้ว่าประชาชน ท้าชิงเก้าอี้ ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนกรุงเทพฯ ง่ายๆ เป็นหลังพิงเมื่อล้ม
เปลี่ยนกรุงเทพฯ ง่ายๆ เป็นหลังพิงเมื่อล้ม ❞
.
หนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนให้ความสนใจคือผู้สมัครจากพรรคประชาชน ที่เดินเกมรุกชิงขั้วอำนาจในสนามท้องถิ่นเมืองหลวงอย่างสุดกำลัง โดยส่ง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน วัย 44 ปี ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. และตั้งเป้ากวาด ส.ก. เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
.
พร้อมชูแคมเปญ ‘กรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่าประชาชน’ ผ่าน 4 ชุดนโยบายของพรรคประชาชน เพื่อชีวิตง่ายๆ ของคนกรุงเทพฯ ประกอบด้วย
.
1. การเลี้ยงครอบครัวง่าย กรุงเทพฯ ต้องช่วยให้คนเลี้ยงลูกง่าย ต้องเป็นเมืองที่ช่วยให้คนกล้าที่จะมีลูก โดยกรุงเทพฯ ต้องลงทุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้พ่อแม่เชื่อมั่น ฝากเลี้ยงมั่นใจ
.
2. ค้าขายง่าย ไม่ต้องจ่ายส่วย กรุงเทพฯ ต้องให้โอกาสค้าขาย ใช้พื้นที่ของ กทม. และของรัฐ ตลอดจนการสร้างงานสร้างอาชีพ เปลี่ยนโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง ให้เป็นศูนย์ Re-Skill พร้อมกับการจ้างงาน
.
3. เดินทางง่าย กทม. จะรับเป็นเจ้าภาพเชื่อมข้อมูล รถเมล์ รถไฟ เรือ ให้การเดินทางวางแผนง่าย เห็นพิกัด GPS รถ/เรือ ที่กำลังรอแบบเรียลไทม์ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนเดินทางง่ายโดยที่ไม่ต้องมีรถ คืนเวลาให้คนกรุงเทพฯ
.
และ 4. ใช้ชีวิตง่าย ไม่ต้องสู้กับกลิ่นขยะ ยกเลิกสัญญาโรงขยะกลางเมืองที่ส่งกลิ่นเหม็น แล้วพัฒนาให้กลายเป็นระบบปิดที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย
.
ระบบที่บังคับให้คนต้องเลือกระหว่าง “รอนาน” หรือ “จ่ายใต้โต๊ะ” จะต้องหมดไป คนกรุงเทพฯ จะต้องได้รับบริการที่โปร่งใสและยุติธรรม
.
นายชัยวัฒน์ที่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับ 2 รองจากนายชัชชาติ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์บนเวที โดยยอมรับว่าการบริหารงานของกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดมากมาย ทั้งอำนาจและงบประมาณ แต่ก็ต้องพัฒนาให้ได้มากกว่าข้อจำกัดของกรุงเทพฯ
.
อย่างไรก็ตาม การที่จะไปถึงจุดนั้นได้ต้องทำให้เมืองพัฒนาคน และให้คนกลับไปเป็นพลังในการพัฒนาเมือง ซึ่งการพัฒนาคนสิ่งสำคัญคือเวลา ที่ผ่านมาการใช้ชีวิตต้องเสียเวลาวันละ 3-4 ชั่วโมง ดังนั้น เราจะต้องคืนเวลาเหล่านี้ให้คนกรุงเทพฯ
.
ชีวิตคนกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จริงมันยากและเหนื่อยมากสำหรับคนธรรมดาที่ไม่มีเงิน ไม่มีอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นคน 99% ของกรุงเทพฯ แต่ที่น่าตกใจก็คือคนกรุงเทพฯ ดูจะชินชาและปรับตัวได้ ทุกคนสู้ชีวิต อดทนทำงานหาเงิน เพื่อที่จะใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ
.
เป้าหมายคือยิ่งมีเงิน ชีวิตเราก็จะยิ่งง่ายขึ้น สบายขึ้น มั่นคงขึ้น เพราะเราเชื่อกันว่ากรุงเทพฯ ก็เป็นแบบนี้แหละ
⸻
‘ดร.โจ’ ผู้ว่าประชาชน ท้าชิงเก้าอี้ ‘ชัชชาติ’ เปลี่ยนกรุงเทพฯ ง่ายๆ เป็นหลังพิงเมื่อล้ม
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_894637
https://www.facebook.com/share/p/1B3QGNAnyb/