ความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ( ถนนนักเขียน )

กระทู้สนทนา
ผมเล่นพันทิปมา ตั้งแต่ปี 1998 ถึงเวลานี้ 28 ปี จากห้องแชต สีสันต์ตาลาย ตัวหนังสือขึ้นที เป็นสิบแถว มาสุ่ห้องกระทู้ นะ

หลายอย่าง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ไปตามกาลเวลา จนมาถึง พันทิปวันนี้ ผมได้เจอคนมากมาย จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จากหลายห้อง ก่อนจะมาเรียกว่า จอด อยุ่ที่ห้องถนนนักเขียนเป็นหลัก นานๆเข้ามาที แต่มองประวัติตัวเอง ตอบไป หลายพันกระทู้ ตั้งไปหลายร้อยกระทู้ นี่ขนาด มามั่งไม่มามั่งนะ เยอะเชียว

จากกาลเวลาที่ผ่านไป ผมพบเจอ เรื่องราวชีวิตคนเรา ในชีวิตจริง แล้ว ก็ บนโลกออนไลน์ มีช่วงเวลาดีๆ มีช่วงเวลาแย่ๆ และก็มาถึง ช่วงเวลานี้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกจริงๆว่า มันคือ ช่วงท้ายๆ อาจเรียกว่า จุดเริ่มต้นของ ตอนท้ายๆ ก็ถ้าคุณอายุเลข 5 คงไม่ฝันไกลมากมาย นอกจากไปเที่ยว ถ้ามีเงินนะ ส่วนชีวิตน่ะเหรอ งานการก้มหน้าก้มตาทำ มาก็หลายสิบปี เลยจุดสูงสุดไปแล้ว ถ้าภาษาการตลาด โบราณๆ คือ มัน Decline แล้ว คือ ผ่านจุด เริ่มต้น เติบโต และ ทรงตัว ไปหมดแล้ว คนอื่นอายุเท่ากัน อาจจะ ยัง mature อยู่นะ แต่ผมไม่ละ

วันก่อน เจอหนังเรื่องนึง ผมชอบมากเลย ยังเป็นแผ่นหนัง DVD คือเรื่อง



ภาษาอะไรก็ไม่รู้ แต่ เรียกง่ายว่า หนัง วอลเตอร์ มิตตี้ ละกัน

คล้ายชีวิตคนที่ทำงานมานาน หลายๆคน เจอการเลิกจ้าง บริษัท มีการเปลียนแปลง นั่นเพราะ โลกเรา จริงๆแล้ว มันไม่มีคำว่า ยั่งยืน แบบ โครงการหลายๆโครงการ ตั้งชื่อว่า เพื่อความยั่งยืน sustainability คำนี้ มันเอาไว้ใช้กับ วันยาหมดอายุ เท่านั้น ไม่มีอะไร ยั่งยืนหรอก รับรองได้ ยายังหมดอายุเลย

แกนหลักของธรรมชาติ ตัวจริงของ ธรรมชาติ คือ การเปลียนแปลง ธรรมชาติ บอกเราแบบสวยๆ ด้วย ฤดูกาล เป็นน้ำจิ้ม ให้เราได้เจอ ความงาม ฤดูร้อน ฝน หนาว หรือฝรั่งอาจมี ใบไม้ผลิ ใบไม้ร่วง อะไรก็ตาม เราเจอ กลางวัน กลางคืน น้ำขึ้น น้ำลง

โลกหมุนรอบตัวเอง พระจันทร์หมุนรอบโลก โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ไม่มีอะไรอยู่นิ่งๆหรอก มันต้องหมุนไปเรื่อยๆ และ ชีวิตคนเราก็ หมุนไปเรื่อยๆ เพียงแต่ กาลเวลาตีกรอบให้คนเรา มีเวลาจำกัด แค่นั้นเอง

ในหนังนอกจากพูดถึงเรื่อง การเลิกจ้าง พนักงานบริษัท หนังสือแม็กกาซีน ไลฟ์ เป็น ดอทคอม ดูแล้วมัน ก็อดคิดถึงอดีตสวยๆไม่ได้ ผมชอบ แผงหนังสือ ที่มีหนังสือน่าอ่านเยอะๆ เรียงราย สวยๆ ปกอาบมัน การ์ตูน หนังสือต่างๆ ปัจจุบัน ลดขนาด เหลือขายกันน้อยมาก จะหาหนังสือไม่ได้ง่ายแล้ว ต้องไปที่ร้านใหญ่ ๆ เพราะ ร้านเล็กๆ ปิดตัวไปหมดแล้ว  

ก็เมื่อยุคสมัยของเรา พวกเทป ซีดี หนังสือ โรงหนัง วีดีโอ ห้างดัง โรงหนังเด่น ปิดกันไปหมดแล้ว มันก็คือ เหลือแค่คำว่า การปรับตัว

ครับ ผมนี่ก็ ไม่ค่อยจะปรับตัว ทั้งที่หน้าที่การงานเก่า มันคือการ update แท้ๆ แต่ผมรู้สึก พอแล้ว กับ อะไรใหม่ๆ ถ้าแบบเก่ามันยังได้ ก็ old school มันต่อไป จนกว่า มันไม่ได้น่ะแหล่ะ

นี่ขนาดยังไม่ถึง 60 ยังดื้อแบบนี้ ถ้าแก่กว่านี้ 555 จะป่วนขนาดไหน วัยอลวน เลยไหมน้อ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

โลกเปลี่ยนแปลง นั่นคือ นิรันด์ ไม่มียุคไหนโลกจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เราคนพวก เด็กแนว ไม่ใช่เด็กกระแส จะทำอะไร ตามแนว เพลงก็ฟังแบบนี้ละ

สนใจก็ภาพอดีตแบบนี้ละ สมัยเด็กๆ บ้านผมหน้าต่างกว้างมาก ผมชอบ นอนดูเมฆ มันลอยไปเรื่อย ( ออกแนว เพ้อฝัน ฝันกลางวัน ) ผมไม่ได้ตั้งความหวังอะไรเลย ว่า โตขึ้นจะเป็นนั่น เวลาครูถาม ก็ตอบไปงั้นแหล่ะ

โตมาเรียนจบ ยังนึกภาพไม่ออกเลย สมัครงานมั่วซั่วเกือบได้ติดรถไปขายเครื่องกรองน้ำ ตจว แล้ว บอกตรงๆ แต่ เผอิญ ได้งาน ไอที แทรกมากระทันหัน เรียกว่า ส้มหล่นแท้ๆ แต่เราก็เลือกไปสมัครไว้ด้วยแหล่ะ และ จากวันนั้นทำงาน ไอที ไม่เคยทำอย่างอื่นเลย แต่วันนี้ ก็ ไม่ทันชาวบ้านเขาแล้วนะ 555

ช่วงทำงาน ไอที เนื่องจากจบแค่การตลาด ผมต้องเรียนรุ้ไอที จาก Hardware ,Software , Middle Wear, Net Work การเดินสาย LAN จนมายุค Wifi
บางทีผมต้องอาศัย ความรู้หลายเรื่องไปคุยกับ คน คนเดียว ลูกค้าของผม ล้วนเป็นคนมีความรู้ นั่นทำให้ผมภูมิใจ ว่า เราไม่ได้ไปหลอก ตาสี ตาสา มาเป็นพวกนะ พวกที่เราเจอ ปึ้กๆในเรื่องสินค้าที่เราไปขายทั้งนั้น หลอกเขาไม่ได้หรอก เราต้องแน่จริงๆ

และนั่นทำให้ผมอยู่กับแถวบ้านไม่ค่อยได้ เพราะแถวบ้าน ชอบ หลอกตาสี ตาสา นัก และ ตาสี ตาสา ก็เยอะด้วยนะ 555 โดนคนจูงจมูก หลอกให้เป็นกันชน ผมอาจยึดติดกับ สถานที่มากไป พ่อแม่ ก็ตายที่บ้านนี้ เลยไม่อยากย้าย แต่ ท่านก็ตายไป 20 กว่าปีแล้วนะ ย้ายน่าจะดีกว่า ทนอยู่กับคนพวกนี้ มันต้องมีสิที่ดีกว่านี้ ไมงั้นเราจะต้องทนสภาพแวดล้อมแย่ๆ ตอนเกษียณอีกยาวเลย เอีะ หรืออาจจะไม่ยาวก็ได้ 5555

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

สำหรับเพื่อนเก่า สมัยเรียนไม่เคยสัญญาอะไรกันหรอกว่า จะกลับมาพบกันใหม่ พอจบ ม 3 ก็ ต่อ ปวช เพื่อนรักสมัย ม ต้น คิดถึงเสมอ ผ่านไป จากปี 81 มาปีก่อน คือ 2025 ผมไปเจอ เพื่อนรักสมัย มัธยม 1 คนนึง แถวบ้านที่เคยอยู่ จำกันได้ 44 ปี เหอะๆๆ แต่เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว การคุยกัน มีรสชาดนิดหน่อย แต่ผมคงต้องปล่อยให้เขาอยู่ตรงนั้น และคงไม่ไปหาอีก นั่นหมายความว่า ชาตินี้ก็คงไม่เจอกันอีกเพราะเขาติดบ้าน ไม่ไปไหน ส่วนผมก็ไม่ไปที่แถวนั้นบ่อยๆ

ส่วนเพื่อนสมัย ปวส รักกันมาสุด ผ่านไป 29 ปี เดินเจอกัน มีการรวมตัวนะ แต่ผมไม่ไป ( นั่นไง ) 555 ผมอยากเจอแค่บางคน ไม่ได้อยากเจอทุกคน สุดท้าย พวกเขาก็ไปเจอกัน ถ่ายรูปส่งไลน์มา ส่วนผมรอเจอแยกต่างหาก จนบัดนี้ ก็ญังไม่ได้เจอใครเลย หลังจากฟลุ้คเจอกันไปสามคน นี่ก็ผ่านไป 9 ปีแล้ว เพื่อนบางคนเรียกผมว่า ตงง้วนเจ่กเตี๋ยมอั๊ง  ตัวละครใน ชอลิ้วเฮียง ที่เป็นนักฆ่ารับจ้าง ทำงานคนเดียว นี่แหล่ะเพื่อนผมเรียกผมแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียน ปวส ละ

สรุปๆ การเปลียนแปลง คงทำให้บางคนดีขึ้น บางคนแย่ลง บางคนเหมือนเก่า ( มีไหม ) แต่ยังไง การเปลี่ยนแปลงแบบ สิ้นยุค หมดแล้วนะ ของแบบเก่า แบบ   เครื่องดื่ม ซาสสี่ คิกคาปู้ คานาดาดราย อะไรงี้ หรือพวก ซาวน์เบาท์ โรงหนังแสตนด์อโลน เขาดิน แดนเนรมิตร หรือ เบียร์การ์เต้น ตรงสยาม และ ดีสโก้ เธอ มันสูญพันธไปหมดแล้ว โทรศัพท์บ้านใครยังจะใช้ จดหมาย หรือ โทรเลข ตู้ไปรษณ๊ย์ หรือ ตู้ โทรศัพท์ ร้านขายเทป อะไรที่ผมชอบๆน่ะ เกลี้ยงไปหมดแล้ว

เหลือแต่ นี่แหล่ะ กระทู้ไว้ให้มาเล่นบ้าง เขียนอะไรที่เราอยากเขียน แต่คนอื่น อาจไม่อยากอ่าน 555

การเปลียนแปลง เป็นเรื่องดีทุกเรื่องไหมน้อ แต่ที่แน่ๆ คลื่นลูกใหม่ ย่อมกลบคลื่นลูกเก่า ให้สลายไป กว่าจะคิดได้ ก็อาจจะสายเกิน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่