กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้เลยครับ หลังมีการพบการแพร่ระบาดของ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus)
บนเรือสำราญ MV Hondius กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย!
แม้โรคนี้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ความน่ากลัวคือบางสายพันธุ์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30-50% และที่สำคัญที่สุดคือ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะและไม่มีวัคซีน คุณหมอต้องใช้วิธีรักษากันแบบประคับประคองตามอาการเท่านั้นครับ
ไวรัสฮันตา คืออะไร? ติดสู่คนได้ยังไง?
โรคนี้เกิดจากกลุ่มไวรัส RNA ในตระกูล Hantaviridae ที่อยู่ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ "หนู" ครับ เราสามารถติดเชื้อได้ง่ายๆ ผ่านการ สูดดมฝุ่นละออง ที่มีปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายหนูที่แห้งแล้วฟุ้งกระจาย หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งแล้วเผลอเอาเข้าตา ปากจมูก รวมถึงการกินอาหารที่ปนเปื้อน หรือถูกหนูที่มีเชื้อกัด (พบได้น้อย)
อาการ 2 กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง
ระยะฟักตัว 1-8 สัปดาห์ แต่มักมีอาการภายใน 1-2 สัปดาห์
กลุ่มอาการทางไต (HFRS): พบบ่อยในเอเชียและยุโรป
· มีไข้สูง ปวดหัว มีจุดเลือดออกตามตัว ไตวายเฉียบพลัน
กลุ่มอาการทางปอด (HPS): พบบ่อยในอเมริกา
· ไข้ ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง น้ำท่วมปอด จนหายใจลำบาก (อันตรายถึงชีวิต)
วิธีป้องกัน ตัดวงจรพาหะจาก "หนู"
· เก็บอาหารให้มิดชิด
· จัดบ้านให้สะอาด
· ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด
· ห้ามกวาดหรือดูดมูลหนู เพราะจะทำให้เชื้อฟุ้งกระจาย
หากใครมีอาการ ไข้สูงหรือหายใจลำบาก ภายใน 45 วัน หลังจากเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีหนูเยอะ อย่าประมาทว่าเป็นไข้หวัดธรรมดานะครับ ควรรีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยครับ
ดูแลสุขภาพและรักษาความสะอาดในบ้านกันด้วยนะทุกคน
ไวรัสฮันตา กลับมาระบาดบนเรือสำราญ! ภัยเงียบจาก ‘หนู’ ที่อันตรายถึงชีวิต
บนเรือสำราญ MV Hondius กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย!
แม้โรคนี้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ความน่ากลัวคือบางสายพันธุ์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30-50% และที่สำคัญที่สุดคือ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะและไม่มีวัคซีน คุณหมอต้องใช้วิธีรักษากันแบบประคับประคองตามอาการเท่านั้นครับ
ไวรัสฮันตา คืออะไร? ติดสู่คนได้ยังไง?
โรคนี้เกิดจากกลุ่มไวรัส RNA ในตระกูล Hantaviridae ที่อยู่ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ "หนู" ครับ เราสามารถติดเชื้อได้ง่ายๆ ผ่านการ สูดดมฝุ่นละออง ที่มีปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายหนูที่แห้งแล้วฟุ้งกระจาย หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งแล้วเผลอเอาเข้าตา ปากจมูก รวมถึงการกินอาหารที่ปนเปื้อน หรือถูกหนูที่มีเชื้อกัด (พบได้น้อย)
อาการ 2 กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง
ระยะฟักตัว 1-8 สัปดาห์ แต่มักมีอาการภายใน 1-2 สัปดาห์
กลุ่มอาการทางไต (HFRS): พบบ่อยในเอเชียและยุโรป
· มีไข้สูง ปวดหัว มีจุดเลือดออกตามตัว ไตวายเฉียบพลัน
กลุ่มอาการทางปอด (HPS): พบบ่อยในอเมริกา
· ไข้ ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง น้ำท่วมปอด จนหายใจลำบาก (อันตรายถึงชีวิต)
วิธีป้องกัน ตัดวงจรพาหะจาก "หนู"
· เก็บอาหารให้มิดชิด
· จัดบ้านให้สะอาด
· ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด
· ห้ามกวาดหรือดูดมูลหนู เพราะจะทำให้เชื้อฟุ้งกระจาย
หากใครมีอาการ ไข้สูงหรือหายใจลำบาก ภายใน 45 วัน หลังจากเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีหนูเยอะ อย่าประมาทว่าเป็นไข้หวัดธรรมดานะครับ ควรรีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยครับ
ดูแลสุขภาพและรักษาความสะอาดในบ้านกันด้วยนะทุกคน